จากเหตุการณ์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้ (3กุมภาพันธ์) มี ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม กล่าวตอนหนึ่งก่อนปิดประชุมสภาฯ ว่า “ผมขอระบายบ้าง ใช่ว่าผมจะไม่อึดอัด ผมตั้งใจเข้ามาเป็น ส.ส. รอบนี้ ตั้งใจมาทำงานเต็มที่ ขนาดผมเป็นรองประธานฯ เวลาขึ้นบัลลังก์ก็ทำหน้าที่ประธาน เวลาลงจากบัลลังก์ก็ไปทำหน้าที่สมาชิกช่วยเป็นองค์ประชุม พยายามทำมาโดยตลอด ผมเห็นบรรยากาศอย่างนี้ อย่าว่าแต่พวกท่านเหนื่อยหน่าย ผมก็เบื่อหน่ายเช่นกัน ถ้าเป็นไปได้ อยากเรียกร้องเหมือนนายครูมานิตย์ ว่าท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าได้ยินก็รีบยุบสภาฯ เสีย เพราะ ส.ส.เขาไม่อยากประชุมแล้ว รัฐมนตรีก็ไม่ยอมมาตอบกระทู้ในที่ประชุม ท่านจะอยู่ไปทำไม ผมก็มีอารมณ์อยากระบายเหมือนกัน” ซึ่งพบว่ามีสมาชิก 190 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม จึงสั่งปิดการประชุม
สำหรับท่าทีจากพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวประเด็นสภาล่มซ้ำซาก คิดว่าเป็นเกมการเมืองของแต่ละพรรคหรือไม่ ว่า ตนไม่ไปวิจารณ์พรรคไหน แต่ในส่วนประชาธิปัตย์พยายามทำหน้าที่เต็มที่ โดยถือหลักกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีเป็นกฎหมายหลักที่ต้องสนับสนุน เพราะอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ถ้าเป็นกฎหมายที่เสนอโดยพรรคการเมือง ก็ต้องดูเป็นกรณีไป เช่น พ.ร.บ.กัญชาฯ เป็นกฎหมายที่เสนอโดยพรรคการเมืองไม่ใช่กฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาล ก็แยกกันว่าอันไหนสนับสนุนอันไหนไม่ควรสนับสนุน
รวมทั้ง พ.ร.บ.ประมงฯ ที่ยังค้างอยู่ในการพิจารณาก็เป็นกฎหมายที่เสนอโดยพรรคการเมือง อย่างน้อยพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคหนึ่งที่เสนอ เพราะต้องการแก้ไขพระราชกำหนดที่ออกมาก่อนหน้านี้ ให้เป็นพระราชบัญญัติประมงฉบับใหม่ที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ แก้ปัญหาที่เกิดกับชาวประมงมากที่สุดอยู่ทุกวันนี้ เพื่อฟื้นการประมงพาณิชย์ไทยและทำให้ประมงพื้นบ้านสามารถเดินหน้าทำเศรษฐกิจของประเทศให้โตต่อเนื่องยิ่งขึ้นได้
ขณะที่ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้ยุบสภาฯ เนื่องจากสภาฯ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ล่มอยู่บ่อยครั้ง ว่าตั้งแต่ตนอยู่การเมืองมาก็ไม่ค่อยเห็นสถานการณ์ที่รัฐบาลอยู่มายาวจนเกือบครบวาระ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะผู้แทนราษฎรแต่ละคนก็ต้องการลงพื้นที่ให้เต็มที่ จึงทำให้บางครั้งการมาประชุมสภาฯ จึงไม่สามารถมากันครบได้ เข้าใจทั้งสองฝ่าย แต่ในส่วนของแต่ละพรรคการเมืองได้ขอให้ทุกคนมาเข้าร่วมประชุมเท่าที่จะทำได้
“ตอนนี้ถึงจะยุบสภาไปตามที่รองประธานสภาฯ ร้องขอ หากยุบตอนนี้ก็จะโกลาหล อย่างที่ กกต.บอกว่าการแบ่งเขตยังทำไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ คงต้องอดทนรอกันอีกไม่เกินเดือน คงจะได้ยุบสภาฯ และเตรียมตัวเลือกตั้งกันเต็มที่แล้ว ส่วนรัฐมนตรีเองก็เป็นนักการเมืองที่เข้าสู่โหมดเลือกตั้งกันทุกคนเหมือนกัน ทำให้การทำงานในสภาอาจจะติดขัดในช่วงเดือนนี้ แต่ช่วงอภิปราย ม.152 น่าจะครบองค์ประชุม ไม่น่าจะขาดกัน” วราวุธ กล่าว
ด้าน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์สภาล่มบ่อย รัฐบาลทำใจแล้วหรือยัง ว่า ไม่ได้ทำใจ ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นี้ จะเสนอพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่ 1 มีนาคม แปลว่าอยู่ไปตามนั้น หากล่ม ก็ไม่ต้องประชุม แต่ไม่เป็นเหตุให้ยุบสภาฯ เพราะหากยุบก็ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ และจะนับหนึ่งเร็วเกินไป จนยุ่งกันทุกพรรค อย่างไรก็ตามไม่มีกฎหมายของรัฐบาลที่จะเสนอต่อสภาฯ แล้ว เพราะได้หารือกับ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าต่อไปนี้รัฐบาลจะไม่ส่งกฎหมายฉบับใหม่แล้ว เพราะวันประชุมจะเหลือ 4 ครั้ง เพราะหักอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ก็จะเหลือ 3 ครั้ง
เมื่อถามว่าคิดว่าการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 สภาจะล่มหรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า ประชุมได้ถึงเที่ยงคืน
เมื่อถามต่อว่า ฝ่ายรัฐบาลสามารถเล่มเกมกลับเพื่อให้สภาฯ ล่ม จนฝ่ายค้านไม่สามารถอภิปรายได้หรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ รัฐบาลไม่เล่นเกมอยู่แล้ว แต่สมาชิกเล่นของเขากันเองอยู่แล้ว ซึ่งตนไม่ทราบ ที่ผ่านมารัฐบาลก็กำชับเรื่องนี้ โดยเมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อ่านจดหมายของนายชวน ว่าขอความร่วมมือ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับอีกครั้งหนึ่งว่าการประชุมสภาฯ เหลืออีกไม่กี่ครั้ง ขอให้ช่วยรักษาเกียรติประวัตินี้เอาไว้ ให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นผลงานของสภาฯ ที่จะบันทึกไว้ ยืนยันว่าการอภิปราย ม.152 ไม่มีปัญหา เพราะรัฐบาลพร้อมที่จะตอบ แต่หากองค์ประชุมไม่ครบด้วยเหตุใด ตนก็ไม่ทราบ แต่ถึงอย่างไร ถ้าไม่มีใครขอให้นับองค์ประชุม ก็ไม่เป็นไร
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุว่าหากวิปรัฐบาลไม่สามารถควบคุมองค์ประชุมสภาได้ พรรค ภท.ก็จะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม วิษณุ กล่าวว่า ต้องไปถามพรรค ภท. ตนไม่ทราบ และเป็นบางคนเท่านั้นที่ประชดกันไปประชันกันมา ซึ่งตนเห็นมาแล้วในวาระกระทู้สด ก็ครบองค์ประชุมทุกที
สำหรับท่าทีจากพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวประเด็นสภาล่มซ้ำซาก คิดว่าเป็นเกมการเมืองของแต่ละพรรคหรือไม่ ว่า ตนไม่ไปวิจารณ์พรรคไหน แต่ในส่วนประชาธิปัตย์พยายามทำหน้าที่เต็มที่ โดยถือหลักกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีเป็นกฎหมายหลักที่ต้องสนับสนุน เพราะอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ถ้าเป็นกฎหมายที่เสนอโดยพรรคการเมือง ก็ต้องดูเป็นกรณีไป เช่น พ.ร.บ.กัญชาฯ เป็นกฎหมายที่เสนอโดยพรรคการเมืองไม่ใช่กฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาล ก็แยกกันว่าอันไหนสนับสนุนอันไหนไม่ควรสนับสนุน
รวมทั้ง พ.ร.บ.ประมงฯ ที่ยังค้างอยู่ในการพิจารณาก็เป็นกฎหมายที่เสนอโดยพรรคการเมือง อย่างน้อยพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคหนึ่งที่เสนอ เพราะต้องการแก้ไขพระราชกำหนดที่ออกมาก่อนหน้านี้ ให้เป็นพระราชบัญญัติประมงฉบับใหม่ที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ แก้ปัญหาที่เกิดกับชาวประมงมากที่สุดอยู่ทุกวันนี้ เพื่อฟื้นการประมงพาณิชย์ไทยและทำให้ประมงพื้นบ้านสามารถเดินหน้าทำเศรษฐกิจของประเทศให้โตต่อเนื่องยิ่งขึ้นได้
ขณะที่ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้ยุบสภาฯ เนื่องจากสภาฯ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ล่มอยู่บ่อยครั้ง ว่าตั้งแต่ตนอยู่การเมืองมาก็ไม่ค่อยเห็นสถานการณ์ที่รัฐบาลอยู่มายาวจนเกือบครบวาระ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะผู้แทนราษฎรแต่ละคนก็ต้องการลงพื้นที่ให้เต็มที่ จึงทำให้บางครั้งการมาประชุมสภาฯ จึงไม่สามารถมากันครบได้ เข้าใจทั้งสองฝ่าย แต่ในส่วนของแต่ละพรรคการเมืองได้ขอให้ทุกคนมาเข้าร่วมประชุมเท่าที่จะทำได้
“ตอนนี้ถึงจะยุบสภาไปตามที่รองประธานสภาฯ ร้องขอ หากยุบตอนนี้ก็จะโกลาหล อย่างที่ กกต.บอกว่าการแบ่งเขตยังทำไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ คงต้องอดทนรอกันอีกไม่เกินเดือน คงจะได้ยุบสภาฯ และเตรียมตัวเลือกตั้งกันเต็มที่แล้ว ส่วนรัฐมนตรีเองก็เป็นนักการเมืองที่เข้าสู่โหมดเลือกตั้งกันทุกคนเหมือนกัน ทำให้การทำงานในสภาอาจจะติดขัดในช่วงเดือนนี้ แต่ช่วงอภิปราย ม.152 น่าจะครบองค์ประชุม ไม่น่าจะขาดกัน” วราวุธ กล่าว
ด้าน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์สภาล่มบ่อย รัฐบาลทำใจแล้วหรือยัง ว่า ไม่ได้ทำใจ ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นี้ จะเสนอพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่ 1 มีนาคม แปลว่าอยู่ไปตามนั้น หากล่ม ก็ไม่ต้องประชุม แต่ไม่เป็นเหตุให้ยุบสภาฯ เพราะหากยุบก็ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ และจะนับหนึ่งเร็วเกินไป จนยุ่งกันทุกพรรค อย่างไรก็ตามไม่มีกฎหมายของรัฐบาลที่จะเสนอต่อสภาฯ แล้ว เพราะได้หารือกับ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าต่อไปนี้รัฐบาลจะไม่ส่งกฎหมายฉบับใหม่แล้ว เพราะวันประชุมจะเหลือ 4 ครั้ง เพราะหักอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ก็จะเหลือ 3 ครั้ง
เมื่อถามว่าคิดว่าการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 สภาจะล่มหรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า ประชุมได้ถึงเที่ยงคืน
เมื่อถามต่อว่า ฝ่ายรัฐบาลสามารถเล่มเกมกลับเพื่อให้สภาฯ ล่ม จนฝ่ายค้านไม่สามารถอภิปรายได้หรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ รัฐบาลไม่เล่นเกมอยู่แล้ว แต่สมาชิกเล่นของเขากันเองอยู่แล้ว ซึ่งตนไม่ทราบ ที่ผ่านมารัฐบาลก็กำชับเรื่องนี้ โดยเมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อ่านจดหมายของนายชวน ว่าขอความร่วมมือ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับอีกครั้งหนึ่งว่าการประชุมสภาฯ เหลืออีกไม่กี่ครั้ง ขอให้ช่วยรักษาเกียรติประวัตินี้เอาไว้ ให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นผลงานของสภาฯ ที่จะบันทึกไว้ ยืนยันว่าการอภิปราย ม.152 ไม่มีปัญหา เพราะรัฐบาลพร้อมที่จะตอบ แต่หากองค์ประชุมไม่ครบด้วยเหตุใด ตนก็ไม่ทราบ แต่ถึงอย่างไร ถ้าไม่มีใครขอให้นับองค์ประชุม ก็ไม่เป็นไร
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุว่าหากวิปรัฐบาลไม่สามารถควบคุมองค์ประชุมสภาได้ พรรค ภท.ก็จะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม วิษณุ กล่าวว่า ต้องไปถามพรรค ภท. ตนไม่ทราบ และเป็นบางคนเท่านั้นที่ประชดกันไปประชันกันมา ซึ่งตนเห็นมาแล้วในวาระกระทู้สด ก็ครบองค์ประชุมทุกที



