‘ภูมิใจไทย’ ไม่เอาด้วย! ‘รายงานนิรโทษกรรม’ โยง ‘ม.112’

24 ต.ค. 2567 - 14:52

  • ‘อนุทิน’ ยัน ‘ภูมิใจไทย’ ไม่เอาด้วย ‘รายงานนิรโทษกรรม’ โยง ‘ม.112’

  • สั่ง ‘ผู้ว่าฯ-ฝ่ายปกครอง’ คุมเข้ม ‘3 จังหวัดชายแดนใต้’

  • รับมือ ‘คดีตากใบ’ ครบรอบ 20 ปี-ใกล้หมดอายุความ 25 ต.ค.นี้

  • ยัน ‘เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ ควรคุยกันในพรรคร่วมฯ ก่อนชงเข้า ‘ครม.- สภาฯ’

  • รับยังไม่เห็นข้อมูลแก้สัญญา ‘โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง 3 สนามบิน’ ชี้รัฐต้องไม่เสียประโยชน์

Bhumjaithai_Party_Disagree_with_amnesty_report_linked_to_Section_112_SPACEBAR_Hero_4dff36a755.jpg

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงมติที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2567 เกี่ยวผลการลงมติรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีการลงมติในการประชุมสภาฯ ในวันนี้ (24 ต.ค.) ว่า ที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย มีมติออกมาสอดคล้องกับแนวทางและเจตนารมณ์ของพรรค ที่ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมมาตรา 112 กับรายงานฯ ฉบับนี้

พรรคภูมิใจไทย จะทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนมากที่สุด

อนุทิน ชาญวีรกูล

สั่ง ‘ผู้ว่าฯ - ฝ่ายปกครอง’ คุมเข้ม ‘3 จชต.’ รับมือ ‘คดีตากใบ’ ครบรอบ 20 ปี

ส่วนกรณีคนร้ายบุกปล้นรถ อบต.ก่อนซุกระเบิดไปก่อวินาศกรรม บนถนนข้างโรงพักติดกับที่ว่าการอำเภอปะนะเระ จ.ปัตตานี ซึ่งมีการเชื่อมโยง ‘คดีตากใบ’ ครบรอบ 20 ปี โดยจะหมดอายุความ ในวันที่ 25 ต.ค.นี้นั้น

เรื่องนี้ อนุทิน ชี้แจงว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้ว่าฯ ในพื้นที่รับผิดชอบ ได้มีการประชุมเตรียมความพร้อม และแผนเผชิญเหตุ ร่วมกันจัดการสถานการณ์กับฝ่ายความมั่นคง, ตำรวจ, ทหาร อยู่แล้ว

อยากขอวิงวอนทุกคนให้มองไปข้างหน้า ลดความรุนแรงต่างๆ ลง เพราะขณะนี้ ประเทศกำลังเดินไปได้ด้วยดี ความสามัคคีของคนในชาติ จะเป็นเครื่องหมายให้คนต่างชาติเชื่อมั่นในประเทศเรา เมื่อมีความเชื่อมั่น เขาก็จะมาท่องเที่ยว มาใช้จ่าย มาลงทุน มาพำนักอยู่ในประเทศไทย และคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดก็คือคนไทย

อนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อถามว่า ในช่วงที่จะหมดอายุความ ได้กำชับผู้ว่าฯ และฝ่ายปกครอง คุมเข้มรับมือสถานการณ์เพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การดำเนินการตามกฎหมาย เราเต็มที่อยู่แล้ว การติดตามตัวผู้ต้องหา ก็ยังติดตามตัวอยู่”

‘เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์’ ควรคุยกันในพรรคร่วมฯ ก่อนชงเข้า ‘ครม.-สภาฯ’

สำหรับประเด็นที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เตรียมนำกฎหมายผลักดันการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร ‘เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์’ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปีนี้ จะต้องมีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อนหรือไม่นั้น อนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ย้ำว่า ทุกอย่างต้องมีการพูดคุย

ทุกคนก็ต้องผลักดันงานของตัวเองอย่างเต็มที่ และอะไรที่ต้องใช้ ครม.และสภาฯ ก็ต้องหารือกัน ถือเป็นเรื่องการทำงานตามปกติอยู่แล้ว

อนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อถามว่า  หากจะต้องมีการผลักดันกฎหมายในเรื่องนี้ ต้องยึดแนวทาง 4 ข้อ ที่พรรคภูมิใจไทย ออกมาแถลงก่อนหน้านี้หรือไม่ อนุทิน ย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยมีแนวทางเรื่องนี้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 4 จุดยืน ของพรรคภูมิใจไทย เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมาย “เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์”

โดยขณะนั้น ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย แถลงจุดยืนวันที่ 13 ส.ค. 2567 จำนวน 4 ข้อ ดังนี้

  1. พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะไม่แก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมาย และอาจทำให้มีการพนันทั้งบนดินและใต้ดินจนเกิดปัญหา
  2. เรื่องผลประโยชน์ต่อรัฐและประชาชน - ยังไม่มีความชัดเจนมากพอที่จะลงทุนทำเรื่องแบบนี้
  3. ผลกระทบต่อการขับเคลื่อนกระตุ้นท่องเที่ยว - ไม่มั่นใจว่ากาสิโนจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้
  4. ยังไม่เห็นมาตราไหนของร่างกฎหมายดังกล่าว ระบุเรื่องการช่วยเหลือแรงงานชาวไทยในการจ้างงาน ซึ่งเชื่อว่าพรรคร่วมฯ อื่นๆ คงมีความเห็นเช่นกัน และหวังว่ารัฐบาลจะนำประเด็นต่างๆ เหล่านี้ไปพิจารณา

ยังไม่เห็นข้อมูลแก้สัญญา ‘รถไฟฟ้าความเร็วสูง 3 สนามบิน’

ส่วนกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ที่มี พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน เห็นชอบให้แก้ไขสัญญา 5 ประเด็น ในโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) วงเงิน 117,226 ล้านบาท ที่ จุฬา สุขมานะ เลขาธิการ สกพอ. ระบุว่า จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. วันที่ 29 ต.ค.นี้  

อนุทิน ยอมรับว่า ยังไม่เห็นเรื่อง แต่เรื่องนี้ต้องขอฟังเหตุและผล ว่าทำไมถึงนำไปสู่การแก้ไขสัญญา เพราะเรื่องนี้คนรับผิดชอบคือ สกพอ., กระทรวงคมนาคม, การรถไฟแห่งประเทศไทย 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่เห็นเรื่องขอให้ส่งข้อมูลมา

อะไรที่เป็นประโยชน์ เราไม่มีปัญหา แต่ต้องขอดูข้อมูลว่า สุดท้ายประโยชน์ตกอยู่ใคร อย่างไร และที่สำคัญที่สุด รัฐต้องเสียเป็นประโยชน์ ซึ่งถือเป็นหลักการในการทำสัญญากับรัฐบาลไทยอยู่แล้ว

อนุทิน ชาญวีรกูล

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์