อนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงประเด็นรัฐธรรมนูญมาตรา 272 โดยมองว่ามาตรานี้จะจบไปเอง ทั้งนี้ กว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือเปลี่ยนบทบัญญัติเสร็จก็ใกล้กับเวลาที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หมดอำนาจตามบทเฉพาะกาล ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทย หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็อยากใช้ช่องทางแก้ไขผ่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนด้วย ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบอะไร
ส่วนที่พรรคก้าวไกล มองว่ากระบวนการสามารถทำให้แล้วเสร็จได้ภายใน 1 เดือนนั้น ถือเป็นความคิดของผู้นำเสนอแก้ไข แต่ต้องไปดูในบทบัญญัติก่อน เพราะการแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้เสียงฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล หรือมีการเสนอจาก สส. ทั้งสองฝ่าย ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าวันนี้ใครเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ส่วนประเด็นที่ สว.มองว่าควรทำประชาพิจารณ์ก่อนนั้น อนุทิน มองว่า ในการร่างหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ การให้ประชาชนมีส่วนร่วมก็เป็นสิ่งที่สมควรทำ ทั้งนี้ สสร. ที่ผ่านการเลือกตั้งมา ก็เป็นตัวแทนของประชาชน
ส่วนการตั้ง สสร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะมีการแก้ไขในหมวด 1 และ 2 หรือไม่นั้น หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องนี้ แต่ระบุว่า แนวทางของพรรคภูมิใจไทย ไม่อยากให้มีการเพิ่มอะไร เพราะทุกอย่างมีระยะเวลาที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องใช้เวลา ในส่วนของมาตรา 272 นั้นสิ่งที่ต้องกังวลที่สุด คือการที่ สว.สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งเมื่อถึงสภาชุดหน้า บทเฉพาะกาลนี้ก็จะหมดไป พร้อมย้ำท่าทีของพรรคภูมิใจ ไม่เห็นชอบให้มีการแก้ไขมาตรา 272 เพราะจะทำให้สภาต้องเสียเวลาทำงาน โดยต่อให้มีการแก้ไขและมีผลบังคับใช้ของรัฐธรรมนูญ ก็ใกล้ๆ ช่วงเดือน พ.ค. 2567 แล้ว ส่วนการแก้ไขมาตรานี้ ควรทำก่อนหรือหลังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ต้องไปดูในบทบัญญัติ ซึ่งระบุว่าต้องมีฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล
สุดท้าย เมื่อถามความคืบหน้าว่าพรรคเพื่อไทย ได้มีการประสานเรื่องการร่วมจัดตั้งรัฐบาลแล้วหรือไม่ อนุทิน ตอบว่า “ยังเลยครับ”
ส่วนที่พรรคก้าวไกล มองว่ากระบวนการสามารถทำให้แล้วเสร็จได้ภายใน 1 เดือนนั้น ถือเป็นความคิดของผู้นำเสนอแก้ไข แต่ต้องไปดูในบทบัญญัติก่อน เพราะการแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้เสียงฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล หรือมีการเสนอจาก สส. ทั้งสองฝ่าย ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าวันนี้ใครเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ส่วนประเด็นที่ สว.มองว่าควรทำประชาพิจารณ์ก่อนนั้น อนุทิน มองว่า ในการร่างหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ การให้ประชาชนมีส่วนร่วมก็เป็นสิ่งที่สมควรทำ ทั้งนี้ สสร. ที่ผ่านการเลือกตั้งมา ก็เป็นตัวแทนของประชาชน
ส่วนการตั้ง สสร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะมีการแก้ไขในหมวด 1 และ 2 หรือไม่นั้น หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องนี้ แต่ระบุว่า แนวทางของพรรคภูมิใจไทย ไม่อยากให้มีการเพิ่มอะไร เพราะทุกอย่างมีระยะเวลาที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องใช้เวลา ในส่วนของมาตรา 272 นั้นสิ่งที่ต้องกังวลที่สุด คือการที่ สว.สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งเมื่อถึงสภาชุดหน้า บทเฉพาะกาลนี้ก็จะหมดไป พร้อมย้ำท่าทีของพรรคภูมิใจ ไม่เห็นชอบให้มีการแก้ไขมาตรา 272 เพราะจะทำให้สภาต้องเสียเวลาทำงาน โดยต่อให้มีการแก้ไขและมีผลบังคับใช้ของรัฐธรรมนูญ ก็ใกล้ๆ ช่วงเดือน พ.ค. 2567 แล้ว ส่วนการแก้ไขมาตรานี้ ควรทำก่อนหรือหลังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ต้องไปดูในบทบัญญัติ ซึ่งระบุว่าต้องมีฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล
สุดท้าย เมื่อถามความคืบหน้าว่าพรรคเพื่อไทย ได้มีการประสานเรื่องการร่วมจัดตั้งรัฐบาลแล้วหรือไม่ อนุทิน ตอบว่า “ยังเลยครับ”




