ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทยมีมติไม่เห็นชอบกับร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2566 และจะมีมติไม่อนุมัติให้ผ่าน เพราะเห็นว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ ไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 และไม่มีเงื่อนไขที่สามารถจะทำได้ ดังนั้น หากสภาฯ ไม่ผ่านขอเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่กฎหมายไม่ผ่าน เพราะถือเป็นปัญหาสำคัญทั้งด้านสิทธิเสรีภาพของประชาชนในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้มีการจับกุมหรือสอบสวน ซึ่งจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ในการสอบสวน พร้อมเรียกร้องรัฐบาลดำเนินการเร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาเรื่ออุปกรณ์โดยเร็ว
ศุภชัย ยืนยันด้วยว่า การไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าว ไม่ได้เป็นผลมาจากการที่ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ผ่าน เพราะจริงๆ แล้วเรื่องนี้ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยมีการหารือกันแล้ว และตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ เคยทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ อีกทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เคยส่งตัวแทนมาชี้แจงและยืนยันกับ กมธ.ว่ามีความพร้อม และหน่วยงานอื่นๆ ก็มีความพร้อม ฉะนั้น เรื่องนี้จึงไม่เกี่ยวกับเรื่องร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ผ่านสภาฯ
ส่วนกรณีร่าง พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ไม่ผ่าน จะเรียกร้องอะไรกับรัฐบาล ศุภชัย อ้างทราบมาว่ามี ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 จะยื่นเรื่องเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการออก พ.ร.ก.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 ถ้าปรากฏว่ามีการยื่นก่อนการลงมติ สภาฯ คงไม่สามารถลงมติได้ จึงอยู่ที่ว่าจะยื่นกันอย่าางไร แต่ตนในฐานะพรรคภูมิใจไทย เจตนาคืออยากให้มีการอภิปรายและได้ลงมติว่าจะอนุมัติหรือไม่
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทย ต้องทำตามมติของวิปรัฐบาลหรือไม่ ศุภชัย ยืนยันว่า ที่ผ่านมา มติของวิปรัฐบาลออกมาอย่างไรก็ไม่มีคนทำตาม แต่เรื่องนี้เราเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง ประชาชนทั้งหลายมีสิทธิได้รับผลกระทบ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีผลกระทบ คือกำหนดไว้ว่าเมื่อเจ้าหน้าที่สอบสวนหรือจับกุม จะต้องถ่ายวีดีโอไว้เป็นหลักฐาน แต่ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีงบประมาณในการจัดซื้อกล้อง แต่หาก พ.ร.ก.ฉบับนี้ผ่าน การสอบสวนจับกุมจะไม่มีการบันทึกวีดีโอไว้ ซึ่งปัญหาจะเกิดขึ้นเหมือนกรณี ‘ผู้กำกับถุงดำ’ ที่จังหวัดนครสวรรค์
ศุภชัย ยืนยันด้วยว่า การไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าว ไม่ได้เป็นผลมาจากการที่ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ผ่าน เพราะจริงๆ แล้วเรื่องนี้ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยมีการหารือกันแล้ว และตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ เคยทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ อีกทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เคยส่งตัวแทนมาชี้แจงและยืนยันกับ กมธ.ว่ามีความพร้อม และหน่วยงานอื่นๆ ก็มีความพร้อม ฉะนั้น เรื่องนี้จึงไม่เกี่ยวกับเรื่องร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ผ่านสภาฯ
ส่วนกรณีร่าง พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ไม่ผ่าน จะเรียกร้องอะไรกับรัฐบาล ศุภชัย อ้างทราบมาว่ามี ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 จะยื่นเรื่องเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการออก พ.ร.ก.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 ถ้าปรากฏว่ามีการยื่นก่อนการลงมติ สภาฯ คงไม่สามารถลงมติได้ จึงอยู่ที่ว่าจะยื่นกันอย่าางไร แต่ตนในฐานะพรรคภูมิใจไทย เจตนาคืออยากให้มีการอภิปรายและได้ลงมติว่าจะอนุมัติหรือไม่
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทย ต้องทำตามมติของวิปรัฐบาลหรือไม่ ศุภชัย ยืนยันว่า ที่ผ่านมา มติของวิปรัฐบาลออกมาอย่างไรก็ไม่มีคนทำตาม แต่เรื่องนี้เราเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง ประชาชนทั้งหลายมีสิทธิได้รับผลกระทบ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีผลกระทบ คือกำหนดไว้ว่าเมื่อเจ้าหน้าที่สอบสวนหรือจับกุม จะต้องถ่ายวีดีโอไว้เป็นหลักฐาน แต่ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีงบประมาณในการจัดซื้อกล้อง แต่หาก พ.ร.ก.ฉบับนี้ผ่าน การสอบสวนจับกุมจะไม่มีการบันทึกวีดีโอไว้ ซึ่งปัญหาจะเกิดขึ้นเหมือนกรณี ‘ผู้กำกับถุงดำ’ ที่จังหวัดนครสวรรค์



