อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคฯ แถลงท่าทีต่อการเลือกตั้งว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยยังไม่มีแนวทางในการพิจารณาความเป็นไปได้ต่อการจัดตั้งรัฐบาล จนกว่าจะทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ที่ประกาศโดย กกต. และยืนยันว่าขณะนี้ ไม่ได้มีการติดต่อทาบทาม จากพรรคการเมืองหรือจับขั้วใดๆ ในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะวันนี้ โฟกัสของพรรคภูมิใจไทย คือการเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้แทน
ส่วนเมื่อทราบผลการเลือกตั้งแล้ว พรรคภูมิใจไทยยืนยันจะสนับสนุนพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่ง ให้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่หากพรรคที่ได้เสียงอันดับหนึ่งประสบปัญหาไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคภูมิใจไทยก็จะเร่งให้ความร่วมมือกับการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคอื่นๆ ต่อไปตามลำดับ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
ขณะที่จุดยืนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย นั้นสนับสนุนผู้ที่ถูกเสนอชื่ออยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะตามเงื่อนไขกำหนดให้มีการเสนอชื่อก่อนการเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจ ซึ่งถือเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่พรรคภูมิใจไทย จะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่มาจากเส้นทางนี้
ส่วนแนวทางอื่นตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้สามารถเสนอชื่อนายกฯ ซึ่งไม่ได้มาจากบัญชีของพรรคการเมือง หรือ ‘นายกฯ คนนอก’ นั้นพรรคภูมิใจไทยจะไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน หรือบุคคลที่ไม่ได้ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมือง ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะเปิดช่องให้สามารถทำได้
“พรรคภูมิใจไทยจะเคารพการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน พรรคภูมิใจไทยจึงไม่เอาคนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุ
อนุทิน กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องเกิดขึ้นภายใต้กติกาที่เท่าเทียมกันทุกพรรค และอย่างน้อยทุกพรรคต้องลงมาแข่งขันกัน เสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน ไม่มีตัวช่วยใดๆ ที่จะมาทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เหมือนในการเลือกตั้งปี 2562 จึงขอให้พี่น้องประชาชนเกิดความมั่นใจ และออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้ประเทศมีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง เพราะถ้าเรามีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ระบบอื่นก็ไม่สามารถเข้ามาทำลาย พรรคภูมิใจไทยจึงขอให้ความเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าประเทศไทยจะประสบสภาวะใดๆ ในทางการเมือง ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจทางการเมือง ไม่ใช่กลุ่มคนไหน หรือหน่วยงานใดจะมาตัดสินใจแทนพี่น้องประชาชน
“เพราะวันนี้ มีการพิสูจน์แล้วว่า การยึดอำนาจไม่ได้แก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ผู้ที่ต้องการจะรับใช้บ้านเมืองก็จะต้องเข้ามาผ่านกระบวนการของระบบประชาธิปไตย เห็นได้จากในอดีตผู้ยึดอำนาจจะไม่ลงมาแข่งขันในระบบประชาธิปไตย ครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกในยุคหนึ่ง ที่ได้เห็นว่าในที่สุดผู้ที่ยึดอำนาจ ก็ต้องเข้ามาสู่กระบวนการประชาธิปไตยเพื่อรับใช้บ้านเมือง โดยให้พี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ทั้งหมดนี้ คือเจตนารมย์ของพรรคภูมิใจไทย” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุ
ส่วนเมื่อทราบผลการเลือกตั้งแล้ว พรรคภูมิใจไทยยืนยันจะสนับสนุนพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่ง ให้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่หากพรรคที่ได้เสียงอันดับหนึ่งประสบปัญหาไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคภูมิใจไทยก็จะเร่งให้ความร่วมมือกับการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคอื่นๆ ต่อไปตามลำดับ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
ขณะที่จุดยืนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย นั้นสนับสนุนผู้ที่ถูกเสนอชื่ออยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะตามเงื่อนไขกำหนดให้มีการเสนอชื่อก่อนการเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจ ซึ่งถือเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่พรรคภูมิใจไทย จะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่มาจากเส้นทางนี้
ส่วนแนวทางอื่นตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้สามารถเสนอชื่อนายกฯ ซึ่งไม่ได้มาจากบัญชีของพรรคการเมือง หรือ ‘นายกฯ คนนอก’ นั้นพรรคภูมิใจไทยจะไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน หรือบุคคลที่ไม่ได้ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมือง ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะเปิดช่องให้สามารถทำได้
“พรรคภูมิใจไทยจะเคารพการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน พรรคภูมิใจไทยจึงไม่เอาคนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุ
อนุทิน กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องเกิดขึ้นภายใต้กติกาที่เท่าเทียมกันทุกพรรค และอย่างน้อยทุกพรรคต้องลงมาแข่งขันกัน เสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน ไม่มีตัวช่วยใดๆ ที่จะมาทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เหมือนในการเลือกตั้งปี 2562 จึงขอให้พี่น้องประชาชนเกิดความมั่นใจ และออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้ประเทศมีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง เพราะถ้าเรามีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ระบบอื่นก็ไม่สามารถเข้ามาทำลาย พรรคภูมิใจไทยจึงขอให้ความเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าประเทศไทยจะประสบสภาวะใดๆ ในทางการเมือง ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจทางการเมือง ไม่ใช่กลุ่มคนไหน หรือหน่วยงานใดจะมาตัดสินใจแทนพี่น้องประชาชน
“เพราะวันนี้ มีการพิสูจน์แล้วว่า การยึดอำนาจไม่ได้แก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ผู้ที่ต้องการจะรับใช้บ้านเมืองก็จะต้องเข้ามาผ่านกระบวนการของระบบประชาธิปไตย เห็นได้จากในอดีตผู้ยึดอำนาจจะไม่ลงมาแข่งขันในระบบประชาธิปไตย ครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกในยุคหนึ่ง ที่ได้เห็นว่าในที่สุดผู้ที่ยึดอำนาจ ก็ต้องเข้ามาสู่กระบวนการประชาธิปไตยเพื่อรับใช้บ้านเมือง โดยให้พี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ทั้งหมดนี้ คือเจตนารมย์ของพรรคภูมิใจไทย” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุ




