พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ เปิดตัว ประสิทธิ์ชัย พงษ์สุวรรณศิริ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ยะลา เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นน้องชาย ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ อดีต สส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ 6 สมัย
โดย พิพัฒน์ กล่าวว่า “ผม และ นิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทยและอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ชักชวนชวน ประสิทธิ์ชัย ให้เข้ามาร่วมงานทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย โดยจะลงสมัคร สส.ยะลา เขต 1 ส่วนอีก 2 เขต จะหารือกันอีกครั้ง เพื่อเชิญชวนคนที่มีอุดมการณ์มาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ขับเคลื่อนการเมืองในจังหวัดยะลา ขณะที่จังหวัดปัตตานี รวมถึงนราธิวาส เรามีผู้สมัครแล้วบางส่วน แต่หลังจากนี้จะมีการเปิดตัวผู้สมัครใน จ.ปัตตานีเพิ่มขึ้น”
ตอนนี้ยังไม่มีการยุบสภา การที่เราจะเปิดตัวผู้ที่ต้องการร่วมงานกับเราแต่ยังสังกัดพรรคอื่นอยู่ ก็ยังเป็นเรื่องที่ติดขัด ดังนั้นผู้สมัคร สส. โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงยังไม่ได้มีการเปิดตัวมากมาย
— พิพัฒน์ รัชกิจประการ
เมื่อถามว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นฐานเสียงส่วนใหญ่ของพรรคประชาชาติ ทางพรรคภูมิใจไทยจะมีกลยุทธ์อย่างไรในการเข้าไปดำเนินการ? พิพัฒน์ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเคยส่งผู้สมัครในพื้นที่ดังกล่าว และได้คะแนนมา แต่ จ.ยะลา เรายังไม่เคยได้ สส. ส่วน จ.ปัตตานี และ ยะลาเรามี สส.ของพรรคอยู่
ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้มอบหมายให้ผม สรรหาผู้สมัครในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเพิ่มเติม เพื่อผนึกกำลังปักธงให้ได้ สส. เพิ่มขึ้น เนื่องจากในปี 62 เรามี สส. ปัตตานี 1 คน ในปี 66 มี สส. นราธิวาสอีก 1 คน
ในการเลือกตั้งปี 69 เรามั่นใจว่าจะมี สส. ทั้ง 3 จังหวัด
— พิพัฒน์ รัชกิจประการ
เมื่อถามว่า ที่เคยตั้งเป้าที่จะได้ สส. 30 ที่นั่งในพื้นที่ภาคใต้ แต่ทางพรรคประชาธิปัตย์มี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นหัวหน้าพรรคแล้ว จะกระทบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่? พิพัฒน์ กล่าวว่า “เป้าหมายยังไม่เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้เรามั่นใจว่าจะทำได้ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่งในภาคใต้”
ขณะนี้กระแสความนิยมของพรรคภูมิใจไทยเพิ่มมากขึ้น ขณะที่พรรคคู่แข่งของเรา บางพรรคมีการเปลี่ยนแปลง บางพรรคยังไม่แน่นอน ยังอยู่หรือไม่ จะมีอยู่หรือไม่ รวมถึงมีพรรคใหม่ๆ เกิดขึ้น การแข่งขันทางการเมืองคงต้องมีต่อไป ไม่มีการเลือกตั้งครั้งไหนที่ไม่มีคู่แข่งทางการเมือง แต่ละเขตมีคู่แข่งไม่น้อยกว่า 4–5 พรรค
— พิพัฒน์ รัชกิจประการ
ส่วน “กรอบการยุบสภา” จะยังเป็นภายใน 4 เดือนหรือไม่นั้น พิพัฒน์ กล่าวว่า “นายกฯ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่รอให้นายกฯ กลับมาจากการปฏิบัติภารกิจที่ประเทศมาเลเซีย และจะเดินทางไปประชุมเอเปคต่อที่ประเทศเกาหลีใต้ คาดว่าจะกลับมาถึงในวันที่ 1 พ.ย.นี้ “ขอให้สื่อถามนายกฯ ดีกว่า เพราะนายกฯ มีอำนาจเพียงผู้เดียวในการที่จะประกาศว่ายุบสภาหรือไม่”




