ส่งสัญญาณเตือน! ‘ภูมิใจไทย’ แย้มอาจไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมอภิปรายฯ ‘ม.152’ หากฝ่ายค้านขุดเรื่องเดิมๆ

11 ก.พ. 2566 - 16:47

  • เอาแล้ว! ‘ภูมิใจไทย’ ส่งสัญญาณเตือนอาจไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม อภิปรายฯ ตามมาตรา 152

  • ติง ‘ฝ่ายค้าน’ ขุดเรื่องเดิมๆ มาจ้อซ้ำ เสียโอกาสประชาชน

  • ดักคออย่าฉวยโอกาสซักฟอกรัฐ ขอยึดตามกรอบ ‘สอบถาม-เสนอแนะ’

  • แนะเปิดโอกาส ส.ส.รัฐบาล ได้ร่วมใช้เวทีด้วย

Bhumjaithai_Party_may_not_join_a_quorum_for_debate_under_section_152_SPACEBAR_Thumbnail_d17c611bbf.jpeg
ภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 ก.พ. 66 

โดย ภราดร ย้ำว่า การอภิปรายฯ ตามมาตรา 152 เป็นการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติ ต่างจากการอภิปรายไม่วางใจ ในมาตรา 151 ซึ่งอยากให้ฝ่ายค้านพูดในสิ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่าจะหวังประโยชน์ทางการเมือง แม้จะเข้าใจได้ว่า ช่วงนี้ใกล้เข้าสู่การเลือกตั้ง ต้องมีความพยายามทำเรื่องให้เป็นประเด็นการเมืองทั้งหมด แต่ก็ควรเอาแค่พอประมาณ  

“สิ่งที่คุณพูดมันจะเป็นประโยชน์ทางการเมืองกับคุณ แต่ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์ เรื่องพวกนี้พูดให้น้อยๆ ไปพูดเรื่องที่ชาวบ้านได้ประโยชน์มากหน่อยน่าจะดีกว่า” ภราดร กล่าว 

ส่วนกระแสข่าวที่พรรคภูมิใจไทย อาจไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม ซึ่งอาจทำให้สภาฯ ล่ม และดำเนินการอภิปรายต่อไม่ได้นั้น ภราดร ได้เตือนว่า หากอภิปรายในเรื่องที่เป็นประโยชน์ พรรคภูมิใจไทยเป็นองค์ประชุมให้แน่นอน แต่หากนำเรื่องเก่าที่พูดไปแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อจะมาหาเศษหาเลย ฉกฉวยโอกาสทางการเมือง พรรคภูมิใจไทยก็จะไม่ร่วมองค์ประชุม ขณะที่เชื่อว่า ครั้งนี้จะมีการนำเรื่องที่ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้วกลับมาพูดอีก หลายเรื่องมีการลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ฝ่ายค้านก็ยังไม่พอใจ บางเรื่องมีการนำไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งถือว่าครบตามกระบวนการตรวจสอบแล้ว ก็ไม่ควรนำมาพูดอีก 

“เรื่องที่อภิปรายไปแล้ว เรื่องที่ลงมติไปแล้ว ในอดีต ก็ไม่ควรจะเอามาพูดในวาระนี้ ช่วงปลายสมัยอยากจะเห็นรัฐบาลทำอะไร อยากจะให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านอย่างไรมากกว่า ถ้าเอาเรื่องเก่าที่มีการพูดกันมาหลายรอบแล้วมาพูดอีกในคราวนี้ ผมก็เห็นว่ามันไม่มีประโยชน์ และเราอาจจะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม” ภราดร กล่าว 

ด้าน สิริพงศ์ ระบุว่า การอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 152 ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือเวทีซักฟอก ที่เป็นเวทีของฝ่ายค้าน แต่ควรเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ได้เสนอแนะต่อรัฐบาล ซึ่งส่วนตัวเองก็มีหลายประเด็นที่อยากจะสอบถาม หรือเสนอแนะกับทางฝ่ายบริหารเช่นกัน 

“เวทีอภิปรายมาตรา 152 ถูกสร้างภาพให้เราเข้าใจมาโดยตลอดว่าเป็นเวทีของฝ่ายค้าน ซึ่งผมว่า หลักจริงๆ ต้องให้ ส.ส.ทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาลได้มีโอกาสนำเสนอด้วย” สิริพงศ์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์