ไปเลือกตั้งดีกว่า! ‘ส.ส.ภูมิใจไทย’ แนะยุบสภาฯ เหตุล่มบ่อย ซัดผลาญงบฯ มหาศาล

19 ม.ค. 2566 - 15:19

  • ถ้าจะล่มบ่อยขนาดนี้! ‘ส.ส.ภูมิใจไทย’ จี้ ‘ยุบสภาฯ’ ซัดผลาญงบมหาศาล

  • รับสภาพเตรียมเดินหน้าดัน ‘กฎหมายกัญชา’ หาเสียงรอบหน้า

  • ด้านสื่อฯ กางตัวเลขพวกไม่ร่วมโหวตร่างกฎหมาย ตัวการทำ ‘สภาฯ ล่ม’

Bhumjaithai_Party_M_Ps_recommend_dissolve_the_parliament_SPACEBAR_Hero_cd1d0b6e58.jpeg
สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีองค์ประชุมสภาฯ ล่มบ่อยครั้ง โดยเฉพาะล่าสุด ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง (ฉบับที่..) พ.ศ. ... เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยอธิบายว่า เหตุสภาฯ ล่มเกิดขึ้นก่อนที่ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ เข้าสู่ที่ประชุม และเมื่อร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ เข้าก็ล่มอีก เป็นการสูญเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ เพราะการประชุมสภาฯ แต่ละสัปดาห์ สภาฯ ต้องจ่ายเงินให้สมาชิกที่เดินทางมาประชุมจำนวนมาก ทั้งค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายของสภาฯ ด้วย ซึ่งถ้าเป็นลักษณะนี้ ไม่คุ้มค่าและไม่สามารถทำงานได้  

“เหตุสภาฯ ล่มไม่ได้เป็นเฉพาะ ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ก่อนหน้านี้ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ที่เป็นประชุมร่วมรัฐสภา ก็ล่ม บรรยากาศแบบนี้ เกิดขึ้นในช่วงปลายสมัยการประชุมสภาฯ ตอนนี้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตกับประชาชนยังค้างอยู่ เช่น กฎหมายประมง ร่าง พ.ร.บ.ระบบราง ขณะนี้น่าจะมีสมาชิกจำนวนหนึ่งลงพื้นที่และไม่อยากเกี่ยวข้องกับงานสภาฯ แล้ว หากเป็นเช่นนี้ ควรยุบสภาฯ และเดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่ให้ประชาชนตัดสินใจ” สิริพงศ์ กล่าว 

เมื่อถามว่าร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ผ่านในวาระ 3 หรือพิจารณาไม่ทันในสมัยประชุมนี้ พรรคภูมิใจไทยจะนำไปหาเสียงต่อหรือไม่ สิริพงศ์ ตอบว่า ขณะนี้ยังมีประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ควบคุมอยู่ เช่น การสูบในที่สาธารณะ หรือการจำหน่ายกัญชาให้กับเยาวชน แต่ในรายละเอียดการควบคุมการปลูก มองว่ากฎหมายยังมีความสำคัญ และยืนยันว่าอย่างไรก็ต้องเดินหน้าออกกฎหมายควบคุมต่อไป  

“สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยดำเนินการ คือกัญชานำมาซึ่งรายได้ให้กับประชาชน กัญชาจะสามารถสร้างความมั่นคงทางยาให้กับประชาชน และมั่นใจว่าสิ่งที่ทำคือทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ส่วนใครที่จะใช้เป็นยาเสพติด ตรงนี้ยังคงต้องมีกฎหมายควบคุม ดังนั้น จึงต้องเดินหน้าออกกฎหมายควบคุมแน่นอน” สิริพงศ์ กล่าว 

สิริพงศ์ บอกอีกว่า ในทุกมาตรา ทั้งฝ่ายทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก็มีผู้แปรญัตติไว้แล้ว แต่ควรพิจารณาร่วมกัน สู้กันในสภาฯ และลงมติ ไม่ควรไม่ร่วมประชุมจนทำให้รัฐสภาฯ ล่ม ทำให้เสียเวลา และเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ จึงขอฝากทุกฝ่ายทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ให้ช่วยกันดำเนินการกฎหมายนี้ให้ผ่าน เพราะยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ประชาชนรออยู่ พร้อมมองว่า เหตุสภาฯ ล่ม ถือเป็นเงื่อนไขให้นายกรัฐมนตรียุบสภาฯ แน่นอน โดยเฉพาะถ้าเป็นกฎหมายที่รัฐบาลเสนอแล้วยังล่ม แสดงให้เห็นว่าสภาฯ ไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ได้ตามกลไกของสภาฯ แล้ว 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับเหตุการณ์องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่ม เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างการลงมติมาตรา 11 ของร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ เนื่องจาก ส.ส.ไม่อยู่ร่วมลงคะแนนจำนวนมากนั้น จากการตรวจสอบเอกสาร พรรคการเมืองที่มี ส.ส.ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ผลปรากฏดังนี้   

1. ส.ส.พรรคเพื่อไทย 121 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 86 คน หรือคิดเป็น 71.07 เปอร์เซ็นต์  

2. ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 79 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 35 คน คิดเป็น 44.3 เปอร์เซ็นต์ 

3. ส.ส.พรรคภูมิใจไทย 62 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 9 คน คิดเป็น 14.51 เปอร์เซ็นต์  

4. ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 50 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 32 คน คิดเป็น 64 เปอร์เซ็นต์ 

5. ส.ส.พรรคก้าวไกล 45 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 22 คน คิดเป็น 48.88 เปอร์เซ็นต์ 

6.ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา 12 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 6 คน คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ 

7. ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย 11 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 7 คน คิดเป็น 63.63 เปอร์เซ็นต์ 

8. ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย 10 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 5 คน คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์