‘ภูมิใจไทย’ ล้างมรดก คสช. ยื่นร่าง กม. โละคำสั่งคณะปฏิวัติ

5 ก.พ. 2567 - 12:46

  • ‘ภูมิใจไทย’ ยื่นร่างกฎหมายรื้อคำสั่ง คสช. ยันไม่ได้ตำหนิ เพราะบางฉบับมีความจำเป็นในการปกครอง แต่ขอเปลี่ยนชื่อเป็น ‘พระราชบัญญัติ’ หวังให้ดูดีในสายตาต่างชาติ

Bhumjaithai_party_National_Council_for_Peace_and_Order_SPACEBAR_Hero_a7a3747038.jpg

สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พ.ศ. … ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร 

สฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เข้าสู่ระบบรัฐสภาไปเมื่อวันที่ 31ม.ค. และทางพรรคได้ติดตามเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ สืบเนื่องจากอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจ ได้มอบหมายให้ ศุภชัย ใจสมุทร และทีมกฎหมายของพรรคภูมิใจไทยศึกษาว่าประกาศและคำสั่งของ คสช. ที่ผ่านมามีปัญหาต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและได้รับการร้องเรียนเรื่องสิทธิมนุษยชนจากหลายองค์กรจึงเป็นที่มาในวันนี้

โดยการศึกษาคำประกาศและคำสั่งของ คสช.ที่ผ่านมา มีทั้งหมด 240 เรื่อง โดยมีออกเป็นกฎหมาย 71 ฉบับ ซึ่งคำสั่งของคณะปฏิวัติ เทียบเท่ากับ พ.ร.บ.ก็จะต้องทำเป็น พ.ร.บ. ในการยกเลิกเช่นกัน 

จึงมีการศึกษาว่าเนื้อหามีสาระสำคัญที่ยังใช้บังคับได้มีด้วยกัน 37 เรื่อง จะสามารถนำมาใช้โดยเปลี่ยนเป็นคำสั่งหรือประกาศให้เป็น พ.ร.บ. ส่วนประกาศหรืออย่างอื่นที่ต่ำกว่า พ.ร.บ. สามารถยกเลิกได้โดยการทำเป็นพระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวงอย่างละ 2 ฉบับ ส่วนสิ่งที่ต่ำกว่า พ.ร.บ. ที่เทียบเท่ามติ ครม. มีทั้งหมด 55 เรื่อง 

สฤษฏ์พงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ พ.ร.บ. พวง คือการรวมประกาศในคำสั่งที่จะมาแก้ไขด้วยกันซึ่ง 240 ฉบับนั้น มีเรื่องที่จะต้องแก้ไข 71 เรื่อง จึงได้นำเรื่องที่จะต้องแก้ไขมาใช้เป็นท้ายร่างประกาศ 

ส่วนก่อนหน้านี้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ 25 ที่ผ่านมาเคยมีการทบทวนคล้ายกับการสังคายนากฎหมาย และมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560

“ประเทศไทยในวันนี้มีประกาศคณะปฏิวัติที่บังคับใช้อยู่ตั้งแต่ตอนต้นรวมกว่าพันฉบับ ซึ่งก่อนครบวาระสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 มีการพยายามทำกฎหมายโดยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการจัดทำประมวลกฎหมายและกฎเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงโดยสะดวก แต่ กมธ. ชุดนี้ดำเนินการไปเพียง 12 ครั้ง ก็ไม่สำเร็จ 

อย่างไรก็ตาม การพยายามเรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้สนับสนุนในเรื่องของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว และไม่ได้ตำหนิคำประกาศของคณะปฏิวัติแต่อย่างใด บางฉบับก็มีความจำเป็นในการปกครองประเทศ เพียงแค่เปลี่ยนชื่อจากคำประกาศคณะปฏิวัติมาให้เป็นกฎหมาย ชื่อพ.ร.บ.หรืออย่างอื่น จะดูดีในของชาวต่างชาติที่จะมาลงทุนในประเทศไทย” สฤษฏ์พงษ์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์