ทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการกระจายอำนาจ หน้าที่ และงบประมาณ ไปสู่ท้องถิ่น โดยชี้ให้เห็นว่า ท้องถิ่นมั่งคั่ง ประเทศมั่นคง เป็นสัจจะธรรม แต่อำนาจ หน้าที่ กฎหมายไม่รองรับ เช่น ให้จัดทำบริการสาธารณะ ซึ่งต้องมีเครื่องมือ คือ อำนาจ หน้าที่ และงบประมาณ ปัจจุบันไม่รองรับ 100% เช่นบุคลากร เข้ามาทำหน้าที่บริหารท้องถิ่นตัวเองทำเองไม่ได้ มีคนไปจัดการให้ ซึ่งไม่ตรงตามวัตถุประสงค์
“พื้นที่แต่ละแห่งไม่เหมือนกัน เช่น ทางใต้ มีเรื่องทะเล ทรัพยากร สภาพสังคม และงบประมาณ เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา ท้องถิ่นเขาพูดกัน 2 เรื่อง คือ อำนาจในการบริหารจัดการ 100% ไม่ต้องอิงส่วนกลางได้ไหม เขาเรียกร้องอย่างต่อเนื่อง เช่น กฎหมายการกำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจ ถ้าไม่ให้ไป มันทำไม่ได้ การถ่ายโอนที่ไม่ครบ เช่น ไม่มีคนให้ ไม่มีงบประมาณให้ และภารกิจก็ถ่ายโอนไม่ครบอีก ให้ท้องถิ่นไปดูแลสถานีรถโดยสาร แต่สายทางไม่ให้ไป ให้ดูแค่สถานี หรือการถ่ายโอน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แต่การรักษาทำอย่างไร ให้งานไปแต่ไม่สามารถทำงานได้ ให้มอบภารกิจไปแต่ทำไม่ได้ เราต้องคิดดำเนินการแก้ไขให้กฎหมายรองรับการกระจายอำนาจให้มากที่สุด” ทรงศักดิ์ กล่าว
รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ย้ำด้วยว่า เรื่องเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน ในการพัฒนาประเทศ
“เราพูดกันเรื่อง 35% ตั้งแต่ปี 2542 แต่รัฐบาลไม่สามารถจัดให้ได้ เพราะ 35% จากรายได้สุทธิของรัฐบาลโดยรวม ตัวเลขงบประมาณภาพรวมนำมาใช้ไม่ได้ เพราะตัวเลขที่วางไว้ยังไปไม่ถึง” ทรงศักดิ์ กล่าว
ขณะที่พรรคภูมิใจไทย มองจุดนี้ว่า ทำอย่างไรให้ท้องถิ่นได้มีเงินเข้าไปเสริม และมีกรอบการดำเนินการเรื่องนี้ จึงมีนโยบายสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้คือ ‘ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน’ โดยประชาชนสามารถจัดภาษีไปลงท้องถิ่นได้ จากตัวเลข 30% ที่ให้ประชาชนสามารถกำหนดได้เอง ว่าจะให้ท้องถิ่นใด ซึ่งเป็นแนวคิดที่เราจะขับเคลื่อน ทำให้ท้องถิ่นได้เงินเพิ่ม
“พื้นที่แต่ละแห่งไม่เหมือนกัน เช่น ทางใต้ มีเรื่องทะเล ทรัพยากร สภาพสังคม และงบประมาณ เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา ท้องถิ่นเขาพูดกัน 2 เรื่อง คือ อำนาจในการบริหารจัดการ 100% ไม่ต้องอิงส่วนกลางได้ไหม เขาเรียกร้องอย่างต่อเนื่อง เช่น กฎหมายการกำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจ ถ้าไม่ให้ไป มันทำไม่ได้ การถ่ายโอนที่ไม่ครบ เช่น ไม่มีคนให้ ไม่มีงบประมาณให้ และภารกิจก็ถ่ายโอนไม่ครบอีก ให้ท้องถิ่นไปดูแลสถานีรถโดยสาร แต่สายทางไม่ให้ไป ให้ดูแค่สถานี หรือการถ่ายโอน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แต่การรักษาทำอย่างไร ให้งานไปแต่ไม่สามารถทำงานได้ ให้มอบภารกิจไปแต่ทำไม่ได้ เราต้องคิดดำเนินการแก้ไขให้กฎหมายรองรับการกระจายอำนาจให้มากที่สุด” ทรงศักดิ์ กล่าว
รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ย้ำด้วยว่า เรื่องเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน ในการพัฒนาประเทศ
“เราพูดกันเรื่อง 35% ตั้งแต่ปี 2542 แต่รัฐบาลไม่สามารถจัดให้ได้ เพราะ 35% จากรายได้สุทธิของรัฐบาลโดยรวม ตัวเลขงบประมาณภาพรวมนำมาใช้ไม่ได้ เพราะตัวเลขที่วางไว้ยังไปไม่ถึง” ทรงศักดิ์ กล่าว
ขณะที่พรรคภูมิใจไทย มองจุดนี้ว่า ทำอย่างไรให้ท้องถิ่นได้มีเงินเข้าไปเสริม และมีกรอบการดำเนินการเรื่องนี้ จึงมีนโยบายสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้คือ ‘ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน’ โดยประชาชนสามารถจัดภาษีไปลงท้องถิ่นได้ จากตัวเลข 30% ที่ให้ประชาชนสามารถกำหนดได้เอง ว่าจะให้ท้องถิ่นใด ซึ่งเป็นแนวคิดที่เราจะขับเคลื่อน ทำให้ท้องถิ่นได้เงินเพิ่ม




