ศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมเวทีนโยบายเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งจัดขึ้นโดยสภาเกษตรกรแห่งชาติ มูลนิธิชีววิถี สถาบันวิจัยสังคมจุฬาฯ และองค์กรพันธมิตร รวม 10 องค์กร โดยได้ชี้แจงไปว่า พรรคภูมิใจไทย ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารและภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะในเรื่องอาหารปลอดภัย ที่สำคัญพรรคฯ ไม่เห็นด้วยกับการนำเข้าสารเคมีที่เป็นพิษในภาคเกษตรกรรม 3 ชนิด คือ พาราควอต (Paraquat), คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) และ ไกลโฟเสต (Glyphosate) นั่นคือการแสดงจุดยืนชัดเจน
ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยขอประกาศนโยบาย “เกษตรเพื่อสุขภาพของคนไทยไม่เป็นโรค” ทั้งลดการใช้สารเคมีลงให้ได้ 50% ภายใน 4 ปี และจะเพิ่มเกษตรกรอินทรีย์ให้ได้ 200% ภายใน 4 ปี พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานสินค้าปลอดภัยให้เข้มข้นเท่าประเทศยุโรป ยกเลิกการใช้สารเคมีที่มีข้อตกลงร่วมกันในระดับนานาชาติ หรือคู่ค้าของไทย ยกเลิกไปแล้ว ไม่สนับสนุนทางการเงิน ทั้งทางตรงและทางอ้อมสำหรับธุรกิจและเกษตรกรที่ใช้สารเคมี เก็บภาษีสารเคมีตามระดับความอันตราย และห้ามการโมษณา พร้อมกำหนดบทลงโทษอย่างรุนแรง รวมถึงการจัดสรรงบฯ ให้เกษตรกรที่ทำเกษตรแบบอินทรีย์ ให้ธนาคารของรัฐ สนับสนุนเกษตรกรที่ทำเกษตรแบบอินทรีย์ และการเพิ่มตลาดสีเขียวให้เกิดขึ้นทุกพื้นที่
ศุภชัย ยังกล่าวถึงปัญหาโภชนาการในเด็กทั่วโลกขณะนี้ รวมทั้งไทย ซึ่งเรามีจุดแข็งในเรื่องของการเป็นประเทศที่ผลิตอาหาร ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ได้ โดยรัฐจะต้องบริหารจัดการให้ดีกว่านี้
ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยขอประกาศนโยบาย “เกษตรเพื่อสุขภาพของคนไทยไม่เป็นโรค” ทั้งลดการใช้สารเคมีลงให้ได้ 50% ภายใน 4 ปี และจะเพิ่มเกษตรกรอินทรีย์ให้ได้ 200% ภายใน 4 ปี พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานสินค้าปลอดภัยให้เข้มข้นเท่าประเทศยุโรป ยกเลิกการใช้สารเคมีที่มีข้อตกลงร่วมกันในระดับนานาชาติ หรือคู่ค้าของไทย ยกเลิกไปแล้ว ไม่สนับสนุนทางการเงิน ทั้งทางตรงและทางอ้อมสำหรับธุรกิจและเกษตรกรที่ใช้สารเคมี เก็บภาษีสารเคมีตามระดับความอันตราย และห้ามการโมษณา พร้อมกำหนดบทลงโทษอย่างรุนแรง รวมถึงการจัดสรรงบฯ ให้เกษตรกรที่ทำเกษตรแบบอินทรีย์ ให้ธนาคารของรัฐ สนับสนุนเกษตรกรที่ทำเกษตรแบบอินทรีย์ และการเพิ่มตลาดสีเขียวให้เกิดขึ้นทุกพื้นที่
ศุภชัย ยังกล่าวถึงปัญหาโภชนาการในเด็กทั่วโลกขณะนี้ รวมทั้งไทย ซึ่งเรามีจุดแข็งในเรื่องของการเป็นประเทศที่ผลิตอาหาร ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ได้ โดยรัฐจะต้องบริหารจัดการให้ดีกว่านี้




