แนน บุญย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงถึงกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า “ที่ผ่านมา สส.และสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในศูนย์อพยพ รวมถึงทหารที่อยู่ในแนวหน้า และผู้ที่อยู่แนวหลัง อย่างผู้ใหญ่บ้านและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) มาโดยตลอด เนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว พรรคภูมิใจไทยยื่นกระทู้ถามสดต่อรัฐบาล ถึงนายกรัฐมนตรี ถึงการดูแลประชาชนในเขตอพยพ ซึ่งธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ได้มาตอบเรื่องการเบิกจ่าย”
แต่ในหน้างานและของจริงที่เกิดขึ้น ขอเรียกร้องไปทางรัฐบาลว่า ท่านมีแต่สั่งให้เจ้าหน้าที่ในจังหวัดต่าง ๆ ไปทำงานแบบนั้นแบบนี้ เขาสามารถเบิกจ่ายได้ แต่จนถึงวันนี้ เงินที่สามารถเบิกจ่ายได้ เบิกอะไรกัน? เพราะระเบียบต่าง ๆ ไม่ได้ชี้แจงให้ชัดเจน เพราะคนที่เบิกจ่ายคือคนที่มีตำแหน่งเล็กที่สุดใน อปท. ในสภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ ท่านจะยกระเบียบไหนให้เขาสามารถเบิกจ่ายได้อย่างชัดเจน อย่างเบื้องต้นให้ 5 แสนบาท หรือบางพื้นที่ให้ 20 ล้านบาท ถ้าเป็นกรณีฉุกเฉิน ตอนนี้ในหลาย ๆ ที่ ถ้าเบิก ก็เบิกน้อยมาก และเบิกในปัจจุบัน แต่ที่ย้อนหลังไป 10 กว่าวันที่เบิกจ่ายไปก่อนจะทำอย่างไร? ท่านต้องหาระเบียบที่ชัดเจนให้เขาได้ปฏิบัติ และต้องมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้างานเขาจะไม่มีปัญหาในอนาคตในการตรวจสอบการเบิกจ่าย
— แนน บุญย์ธิดา สมชัย
โฆษกพรรคภูมิใจไทย ยกตัวอย่างให้เห็นว่า “เช่นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ให้เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ลงไปสำรวจประชาชนและบอกว่าจะมีเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ของ พม. ให้ เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แต่พบว่ามียอดลงทะเบียนจำนวนสูงมากถึง 5,000 ครอบครัว แต่เจ้าหน้าที่ พม. แจ้งว่า ถ้าเอาตามระเบียบจะให้เงินสงเคราะห์ได้แค่เพียง 1,000 ครอบครัวเท่านั้น ดังนั้น ถ้าจะเยียวยาควรเยียวยาให้พร้อมกัน”
“ขอบคุณรัฐบาลที่ได้อนุมัติวงเงินเยียวยา แต่ก็มีเพียงผู้ที่เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ แต่ในส่วนอื่น ๆ ประชาชนก็ต้องได้ความมั่นใจและความแน่ชัดในการเยียวยาในส่วนอื่น ๆ ด้วย ทั้งบ้านเรือน ธุรกิจที่เสียหาย และกรณีที่ไปอยู่ในศูนย์อพยพทำให้ขาดรายได้นั้น รัฐบาลจะดูแลอย่างไร”
สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ กล่าวว่า “การที่รัฐบาลอนุมัติงบประมาณเยียวยาเพิ่มเติม 8–10 ล้านบาท เป็นผลมาจาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทยที่ได้กระทุ้งเรื่องนี้ แต่ในขณะนี้ในพื้นที่มีปัญหาจริง ๆ จากความไม่เข้าใจของฝ่ายปฏิบัติ มีการให้นโยบายแต่ไม่ได้ลงในรายละเอียด ถึงแม้วันนี้จะมีการอนุมัติเงินให้ 500,000 บาท แต่ไม่รู้วิธีการเบิกว่าจะต้องเบิกได้อย่างไร เพราะมีการบอกว่าอนุมัติเป็นราย 7 วัน 15 วัน แต่ในความเป็นจริงศูนย์อพยพใช้เงินทุกวัน”
“ทำให้วันนี้ศูนย์อพยพต่าง ๆ อยู่ได้ด้วยของบริจาค ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมที่มาช่วยบริจาคมีความเหนื่อยล้า และบางศูนย์ต้องปิดตัวลง แต่รัฐบาลกลับประกาศไม่ให้ประชาชนกลับบ้าน ทำให้เกิดความโกลาหล ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าจะมีการบริหารจัดการอย่างไร”
“ขอฝากที่ภาครัฐ และกระทรวงมหาดไทย ว่าในเรื่องนี้ใช้เวลา 10 กว่าวันแล้ว ที่ท่านอนุมัติงบประมาณไป 100 กว่าล้านบาท อำเภอละ 500,000 บาท ถ้าคิดแล้วตกหัวละ 150 บาท หนึ่งอำเภอ 500,000 บาทใช้ได้กี่วัน และนี่เหตุการณ์ยืดเยื้อมาหลายวันแล้ว”
ขอให้ท่านทำเรื่องนี้ให้เร็ว อย่างที่ท่านทำเรื่องโปเกอร์ และขอให้ทำเรื่องนี้ให้เร็วเหมือนที่ท่านไปเร่งทำเรื่องอื่น ถ้าพูดถึงพรรคภูมิใจไทย ก็พาดพิงเขากระโดงอีก ถ้าท่านทำเรื่องเขากระโดงเร็ว เรื่องชาวบ้านก็ทำให้เร็วด้วย
— สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ
ผกามาศ เจริญพันธ์ สส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า “ปัญหาหน้างานในจังหวัดสุรินทร์ หรือจังหวัดอื่น ๆ ในช่วงแรก ก่อนที่จังหวัดจะได้เงิน 100 ล้านบาท ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประสานมาทางผู้นำท้องถิ่น ช่วงที่รับคนอพยพเข้ามา โดยเบื้องต้นให้ใช้เงินท้องถิ่นไปก่อน แต่ภายหลังพอได้เงิน 100 ล้านบาทแล้ว ท้องถิ่นกลับไม่สามารถเบิกเงินในส่วนที่ใช้ไปก่อนหน้านี้ได้ ทำให้เสียงบประมาณในการดูแลท้องถิ่นไป จึงอยากขอให้รัฐบาลช่วยชดเชยเงินที่ท้องถิ่นนำไปดูแลผู้อพยพย้อนหลังด้วย”
ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวเสริมว่า “ตั้งแต่เกิดเหตุ สส.พรรคภูมิใจไทยอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ทูตทหารมาประเทศไทย ซึ่งตอนที่ธนา กิจไพบูลย์ชัย ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามสดถึงนายกรัฐมนตรี กรณีให้เงินเยียวยาแก่ประชาชน ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึง สส.ที่พูดถึงเรื่องนี้ก็คือผม”
ผมก็ได้บอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าปัญหาเช่นนี้จะเกิดขึ้น และปัญหาเรื่องการใช้งบประมาณที่จะเกิดขึ้นในลักษณะแบบนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาล
— ไชยชนก ชิดชอบ
ไชยชนก ระบุอีกว่า “ทั้งนี้ในช่วงที่ รมช.มหาดไทย ตอบกระทู้ในสภาฯ และได้ต่อสายตรงถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งธนาได้พูดถึง จึงอยากฝากข้อคิดไว้ว่าการที่ท่านไม่รับฟังที่พูดแต่วันแรกที่เกิดเหตุก็เรื่องหนึ่ง แต่การที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้างาน แล้วเอาปัญหาที่ประชาชนประสบจริงมาพูด มาเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา ซึ่ง 8 วันหลังไม่ทำยังไม่พอ ยังโทรไปหาคนที่ทำให้เกิดปัญหา และจบอยู่แค่นั้น ทั้ง ๆ ที่เป็นตัวกลางแก้ปัญหา และพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าปัญหาเป็นอย่างไร”
ถ้าหากเป็นห่วงประชาชนต้องมาหาข้อเท็จจริง คุณต้องลงมาดูปัญหา เราไม่ได้เล่นเกมการเมืองกับพวกท่าน มีการเสียเลือดเนื้อจริง ๆ วันนี้ในสถานการณ์บ้านเมือง ที่ความมั่นคงก็ไม่สงบ 100% ภัยธรรมชาติมาอย่างหนักหน่วง และเราได้เห็นชัดเจนว่าการรับผู้อพยพเราก็ไม่พร้อมที่จะทำ หากทุกอย่างมาพร้อมกันจะเกิดอะไรขึ้น
— ไชยชนก ชิดชอบ
บี้สภาฯ เดินเครื่องถกญัตติยกเลิก MOU 43-44
ส่วนกรณี สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย และคณะยื่นญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาดำเนินการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) 2543 และ 2544 ระหว่างไทยกับกัมพูชา
โฆษกพรรคภูมิใจไทย ชี้แจงว่า พรรคภูมิใจไทยเห็นด้วย และอยากให้สภาฯ นำญัตตินี้มาพิจารณา เพื่อให้เห็นถึงข้อดี ข้อด้อย และข้อที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศในเอ็มโอยูดังกล่าว เพื่อที่ขั้นต่อไป ผมอยากให้มีการทำประชามติรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่า การเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวมีประโยชน์หรือโทษอะไรบ้าง
แน่นอนว่าเราเห็นโทษของเอ็มโอยูดังกล่าวแน่นอน เพราะตลอด 10 กว่าวันที่ผ่านมา เราเห็นชัดว่าข้อผิดพลาดเป็นอย่างไร ส่งผลกระทบถึงประชาชนแค่ไหน จึงเสนอญัตตินี้เพื่ออยากให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) โดยใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด เพื่อที่จะได้นำเสนอต่อรัฐบาลให้ทำประชามติโดยเร็ว
— แนน บุญย์ธิดา สมชัย




