มั่นใจสหรัฐฯ พร้อมลดกำแพงภาษีให้ไทย
'ภูมิธรรม เวชยชัย' รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มจะลดกำแพงภาษีสินค้าไทยในวันที่ 1 ส.ค.นี้ โดยระบุว่า แม้ยังไม่ทราบรายละเอียดการเจรจาที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้ดำเนินการ แต่ยืนยันว่ามีการติดต่อกันอยู่
ภูมิธรรมเล่าว่า ภายหลังการเจรจาระหว่างไทย–กัมพูชาที่มาเลเซียเสร็จสิ้นและประสบความสำเร็จ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์ถึงตนในเวลา 22.00 น. ของวันเดียวกัน โดยการสนทนามีผู้สื่อข่าวช่อง NBT บันทึกภาพและเสียงไว้ แต่ตนขอไม่ให้นำรายละเอียดออกเผยแพร่
ทั้งนี้ ทรัมป์ได้แสดงความชื่นชมและยินดีกับประเทศไทยอย่างมาก เห็นว่าไทยถูกกัมพูชารุกรานและตอบโต้กลับอย่างเหมาะสม พร้อมยืนยันว่ามีความพึงพอใจและเชื่อมั่นในไทย และจะจัดการเรื่องภาษีให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ยังได้กล่าวว่าอยากเดินทางเยือนประเทศไทยและพบกับตน เพราะชื่นชมวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของไทย
“จากการพูดคุยครั้งนี้ ผมเชื่อว่าผลการเจรจาและนโยบายต่าง ๆ ที่ได้หารือจะออกมาในทางที่ดี”
— ภูมิธรรม กล่าว
ย้ำพรรคเพื่อไทยไม่เสียขวัญแม้ศาลฎีกานัดคดี 'ทักษิณ'
ภูมิธรรมยังกล่าวถึงการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำสั่งคดีบังคับโทษ 'ทักษิณ ชินวัตร' อดีตนายกรัฐมนตรี (คดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ) ในวันที่ 9 ก.ย.นี้ โดยยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลไม่ได้เสียขวัญ เพราะถือเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
“เรายึดหลักการว่า ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เราต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม การคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะเสียหายหรือได้ประโยชน์ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือเราต้องมุ่งแก้ไขสถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียด”
— เขากล่าว
ส่วนคำถามว่านายทักษิณจะอยู่รับฟังคำพิพากษาด้วยตนเองหรือไม่นั้น ภูมิธรรมกล่าวสั้น ๆ ว่า “ให้ไปถามนายทักษิณเอง”
ห่วงประชาชนเครียดผูกคอดับ–ชะลออพยพกลับ
ขณะเดียวภูมิธรรมกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ว่า รู้สึกเสียใจต่อกรณีประชาชนในศูนย์อพยพเครียดจนผูกคอเสียชีวิต พร้อมยอมรับว่ารัฐบาลมีความห่วงใยอย่างยิ่ง
เขาระบุว่า แม้รัฐบาลอยากให้ชาวบ้านได้กลับบ้านพักโดยเร็ว แต่สถานการณ์ยังไม่น่าเชื่อถือ 100% เพราะกัมพูชามักบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความได้เปรียบ จึงต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง หากไม่มีเหตุการณ์ซ้ำจึงจะอนุญาตให้เดินทางกลับ
ภูมิธรรมยังกล่าวว่า กัมพูชาที่นำผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศลงพื้นที่ เป็นเพราะต้องการสร้างภาพว่าไทยไม่กล้าดำเนินการใด ทั้งที่จริงแล้วไทยเป็นฝ่ายถูกรุกราน
คุมทหารกัมพูชา 18 นาย–โต้เฟคนิวส์ลักพาตัว
สำหรับกรณีทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกควบคุมตัวได้หลังการประกาศหยุดยิง นายภูมิธรรมชี้แจงว่า เดิมทีฝ่ายไทยเตรียมจะปล่อยตัว แต่เมื่อกัมพูชาเผยแพร่ข้อความในโซเชียลอ้างว่าไทยลักพาตัว จึงจำเป็นต้องควบคุมตัวไว้สอบสวนเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
“หากตรวจสอบเรียบร้อยแล้วก็จะส่งตัวคืน แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าทหารกัมพูชาทั้ง 18 นายได้ลักลอบเข้ามาหลังมีการประกาศหยุดยิงจริง”
— เขากล่าว พร้อมย้ำว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ไม่ไว้วางใจผู้นำกัมพูชา–อ้างยังไม่น่าเชื่อถือ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวกัมพูชาครอบครองตัวปราสาทตาควายภูมิธรรมตอบว่า ในเชิงการยุทธ์ ไทยถือว่าประสบความสำเร็จในการยึดคืนพื้นที่โดยรอบ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดตัวปราสาท เพราะอาจกระทบการเจรจา ย้ำเพียงว่าไทยสามารถตอบโต้และรักษาอธิปไตยได้อย่างดี
เขายังยืนยันว่า ไม่สามารถเชื่อถือผู้นำกัมพูชาได้ ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีฮุนมาเนต หรือสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา เพราะแม้พูดคุยกันแล้ว แต่เมื่อกลับมาก็ยังเกิดเหตุการณ์ซ้ำ
ภูมิธรรมกล่าวด้วยว่า มหาอำนาจอย่างจีน สหรัฐฯ อินโดนีเซีย และอาเซียน ต่างแสดงความห่วงใยและไม่ต้องการเห็นการสู้รบ โดยพยายามแสดงท่าทีเป็นกลางเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายยุติความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าไทยจะสื่อสารด้วยข้อมูลที่มีหลักฐานจริงเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศ แม้จะทำให้การเผยแพร่ข่าวสารช้ากว่ากัมพูชา



