‘ภูมิธรรม’ บอกไม่รู้ พรุ่งนี้ใครไปศาลกับ ‘นายกฯ’

20 ส.ค. 2568 - 15:05

  • ‘ภูมิธรรม’ ยัน กรณี ‘อดิศร’ ว่าไปตามกฎหมาย หลังไม่ไปฟังคำพิพากษาคดี ‘นปช.’ ก่อความไม่สงบ ปี 2552

  • บอกยังไม่คุยกันพรุ่งนี้ใครไปศาลกับนายกฯ บ้าง

  • ทำไขสือไม่รู้ ‘ทักษิณ’ โผล่พรรคเพื่อไทย

‘ภูมิธรรม’ บอกไม่รู้ พรุ่งนี้ใครไปศาลกับ ‘นายกฯ’

‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคล กรณีคลิปเสียงพูดคุยระหว่างนายกรัฐมนตรีกับ ‘ฮุน เซน’ ประธานวุฒิสภาของกัมพูชาในวันที่ 21 ส.ค.จะมีใครเดินทางไปกับนายกฯ บ้างว่า ยังไม่ทราบเลย ยังไม่ได้คุยกันเลย  

เมื่อถามว่า กรณี ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นวันประชุม สส.ของพรรค  ภูมิธรรม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ทำงานอยู่ที่ทำเนียบฯ ทั้งวัน ส่วนขณะนี้ยังมีความกังวล อะไรหรือไม่ในเรื่องการเมืองที่กำลังจะเริ่มร้อน ภูมิธรรม กล่าวว่า ก็ยังไม่รู้สึกว่าจะร้อน 

พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ‘อดิศร เพียงเกษ’   สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย  ไม่ไปฟังคำพิพากษาในคดี แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ ‘นปช.’ ก่อความไม่สงบ ในการชุมนุมขับไล่รัฐบาล ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ระหว่างวันที่ 31 มกราคม - 9 เมษายน 2552 ในวันนี้ ทำให้ศาลออกหมายจับ  

ส่วนตัวยังไม่ทราบเรื่องนี้ เนื่องจากเพิ่งกลับมาจากการแถลงจับยาเสพติดที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่กรณีของอดิศร มีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่แล้ว  ในฐานะที่เป็นสส. พร้อมยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย อะไรที่มีปัญหา กฎหมายว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น 

เผยยังไม่ตรวจสอบธุรกิจ–ทรัพย์สิน 'ฮุนเซน–ฮุนมาเนต' ในไทย

ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีทางการไทยจะฟ้องทางแพ่งและอาญากับนายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา จะกระทบต่อ การทูตของสองประเทศในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นหรือไม่ว่า ขณะนี้ในขอบเขตประเทศเราดำเนินการฟ้องตามที่เป็นข่าว ส่วนเรื่องการต่างประเทศนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะเป็นความสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับการฟ้องร้อง เรื่องราวต่างๆ จึงให้ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศและสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กระทรวงกลาโหม ไปหารือกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นักธุรกิจไทยในกัมพูชา และนักการเมือง ที่จะเดินทางไปกัมพูชาจะมีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เขาดำเนินธุรกิจในกัมพูชาก็ว่ากันไป ซึ่งกัมพูชาทำอะไรไม่ได้หรอก เพราะไม่ได้ทำผิดกฎหมายกัมพูชา บ้านเมืองก็มีกฎเกณฑ์

เมื่อถามว่า 'ฮุน เซน' และ 'ฮุน มาเนต' นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีการทำธุรกิจส่วนตัวอะไรในประเทศไทยหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ทราบเลย เดี๋ยวต้องไปเช็คดู ต้องไปเช็คหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะต้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบหรืออายัดทรัพย์สินหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่รู้ว่าเขามีปัญหาอะไร ดีเอสไอจะไปอายัดได้อย่างไร ต้องว่าไปตามกฎหมาย ซึ่งกฎหมายมีอยู่แล้ว ทุกส่วนว่าไปตามระบบของมัน หากเห็นว่ามีส่วนไปสร้างความเสียหาย ให้แก่บ้านเรือนและชีวิตของราษฎร ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม กฎหมายในประเทศทำได้ ก็ทำ กฎหมายระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องกฎหมายล้วนๆ มีเรื่องอะไรหลายๆอย่างที่ละเอียดอ่อน ก็ว่าไปตามนั้น ทำได้ก็ฟ้องหมด

ส่วนการจะฟ้องอาญาศาลไทยได้ จะต้องนำตัวฮุน เซน และฮุน มาเนตมาฟ้องศาลไทยเหมือนที่ตำรวจเตรียมประสานตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) เพื่อออกหมายแดงนำตัวก๊ก อาน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติชาวกัมพูชารายใหญ่ มาดำเนินคดี ก็ต้องว่าไปตามกระบวนการทางกฎหมาย มีช่องทางอยู่แล้ว ก็สามารถฟ้องได้ตามขอบเขตกฎหมายเมื่อถามย้ำว่า จะส่งเรื่องให้อินเตอร์โพล จับนานฮุน เซน และนายฮุน มาเนต หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียด ขอให้ตำรวจสอบสวนก่อน ถ้าทำอะไรได้ก็จะทำตามที่ตกลงไว้

ในส่วนเรื่องชายแดนก็ว่าไปตามกระบวนการ ซึ่งเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 'อันวาร์ อิบราฮิม' นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ได้โทรศัพท์ มาว่าจะขอเพิ่มผู้สังเกตการณ์ ตนได้เรียนไปว่า ขอให้เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ คือทูตทหารประจำอาเซียน ถ้าไม่พอก็ขอให้ใช้บุคลากรในสถานทูตก่อน แต่การที่จะเอาบุคคลภายนอก หรือจากต่างประเทศเข้ามา เราไม่เห็นด้วย ขอให้ทำเรื่องนี้ไปก่อน ถ้ามีปัญหาอะไรก็ขอไปคุยกันในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(จีบีซี) ในวันที่ 8-10 ก.ย. ที่ประเทศกัมพูชา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์