จนกว่าสถานการณ์จะปกติ ‘ภูมิธรรม’ สั่งให้ ‘ศบ.ทก.’ ทำงานต่อเนื่อง

31 ส.ค. 2568 - 12:28

  • ‘ภูมิธรรม’ ลงนามคำสั่งให้ ‘ศบ.ทก.’ ทำงานต่อเนื่อง

  • มุ่งแก้ไขความตึงเครียดและความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา หากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ

จนกว่าสถานการณ์จะปกติ ‘ภูมิธรรม’ สั่งให้ ‘ศบ.ทก.’ ทำงานต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี  เซ็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 275/2568 เรื่อง จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ขึ้น เพื่อบูรณาการการปฏิบัติของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ให้มีความเป็นเอกภาพ

โดยมุ่งหมายที่จะแก้ไขความตึงเครียดและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนกับประเทศกัมพูชาอย่างมิตรประเทศที่ใฝ่สันติจะพึงปฏิบัติต่อกัน บนหลักการทวิภาคีและด้วยสันติวิธีเคารพซึ่งกันและกันในเอกราช อธิปไตย ความเสมอภาค และบูรณภาพแห่งดินแดน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเกี่ยวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อสาธารณชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา เรียกโดยย่อว่า ‘ศบ.ทก.’ ประกอบด้วย  

  • 1.รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้อำนวยการศูนย์ 
  • 2.เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รองผู้อำนวยการศูนย์   
  • 3.ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ รองผู้อำนวยการศูนย์   
  • 4.ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองผู้อำนวยการศูนย์   
  • 5.ปลัดกระทรวงกลาโหม กรรมการ 6.ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรรมการ 
  • 7.ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรรมการ  
  • 8.ปลัดกระทรวงแรงงาน กรรมการ  
  • 9.เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรรมการ  
  • 10.เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ  
  • 11.ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กรรมการ  
  • 12.ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กรรมการ 
  • 13.ผู้บัญชาการทหารบก กรรมการ  
  • 14.ผู้บัญชาการทหารเรือ กรรมการ  
  • 15.ผู้บัญชาการทหารอากาศ กรรมการ  
  • 16.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรรมการ  
  • 17.อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กรรมการ  
  • 18.อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กรรมการ  
  • 19.อธิบดีกรมสารนิเทศ กรรมการ 
  • 20.อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กรรมการ 
  • 21.โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการ 
  • 22.พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กรรมการ  
  • 23.นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรรมการ  
  • 24.ผู้แทนหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พิจารณา กรรมการ 
  • 25.ผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรรมการและเลขานุการ  
  • 26.เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ  
  • 27.ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ  

ข้อ 2 ให้ ศบ.ทก. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ 

1.ติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ กลั่นกรอง และประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาอย่างใกล้ชิด  

2.ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการที่จำเป็นเพื่อเป็นประโยชน์ในการบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป  

3.บูรณาการการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ให้มีความเป็นเอกภาพ และเป็นศูนย์กลางในการเผยแพรข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เกี่ยวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ต่อสาธารณชน  

4.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม  

5.รายงานผลการปฏิบัติงานและการบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐนตรี หรือคณะรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี เพื่อทราบเป็นระยะ 

6.ดำเนินการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมายในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงความมุ่งหมายที่จะแก้ไขความตึงเครียดและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนกับประเทศกัมพูชาให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างเช่นมิตรประเทศที่ใฝ่สันติจะพึงปฏิบัติต่อกันบนหลักการทวิภาคี อย่างเท่าเทียม และด้วยสันติวิธี เคารพซึ่งกันและกัน ในเอกราช อธิบโตย ความเสมอภาค บูรณภาพแห่งดินแดน และเอกลักษณ์ของทั้งสองประเทศ และโดยปราศจากการแทรกแซงของประเทศที่สามหรือองค์กรระหว่างประเทศทั้งปวง 

ทั้งนี้ ข้อ 3 ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ มาชี้แจงข้อเท็จจริง ส่งเอกสารหลักฐาน หรือดำเนินการตามที่ ศบ.ทก. กำหนด เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการของ ศบ.ทก. ตามคำสั่งนี้ ข้อ 4 ให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ รับผิดชอบงานธุรการและวิชาการของ ศบ.ทก. ให้การจัดโครงสร้าง การติดต่อสื่อสาร การรายงาน และการติดตามประเมินผลการของ ศบ.ทก. เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการศูนย์กำหนด 

การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และข้อ 5 เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ให้ผู้อำนวยการศูนย์รายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบ และมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 

สั่ง ณ วันที่ 30 ส.ค. พ.ศ. 2568 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์