‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเรื่องการเพิกถอนที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ได้เซ็นหรือยัง ว่า
"ภายในสิ้นเดือน ก.ย. น่าจะชัดเจนทั้งหมด เพราะขณะนี้ท่านเพิ่งมารับตำแหน่ง โดยได้มีการประชุมและดูสภาพปัญหาทั้งหมดแล้ว เราไม่ได้กระเหี้ยนกระหือรือผลีผลามจะทำ เราทำตามกระบวนการกฎหมาย เท่าที่ดูไทม์ไลน์น่าจะมีข่าวดีที่ชัดเจนช่วงสิ้นเดือน ก.ย.ว่าเราได้ทำตามกฎหมาย"
เมื่อถามถึงความชัดเจนของพื้นที่สนามฟุตบอลและสนามแข่งรถ ต้องรื้อถอนหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องว่าตามกฎหมาย โดยอิงคำพิพากษาศาลทั้งหมด ประชุมกับทุกส่วนแล้ว ตามไทม์ไลน์ที่วางไว้จะดำเนินการบางประการและเปิดโอกาสให้ทักท้วง ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายเราจะเดินถึงที่สุด ส่วนการทักท้วงไปว่ากันที่ศาล
เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าจะเพิกถอนก่อนค่อยทักท้วงทีหลัง หรือจะเปลี่ยนเป็นการเช่า ระบุว่ามันเป็นคนละขั้นตอน อยู่ๆ ไปตัดสินไม่ได้ สมมุติว่าถ้าเราไปอยู่ที่ดินของหลวง ใครเป็นเจ้าของพื้นที่นั้นเขาก็เป็นคนตัดสินใจ หากมีฝ่ายที่อยากจะเปลี่ยนแปลงอะไร หรืออยากขอความเยียวยาช่วยเหลืออะไรตามกฎหมายที่ทำได้ก็ต้องให้ผู้มีอำนาจเป็นเจ้าของที่แปลงนั้น เราต้องว่าไปตามสิทธิ์ของแต่ละคน ใครมีหลักฐานได้ที่ดินมาก่อนมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสร้างทางรถไฟหลวง หรือก่อนพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานก็ว่าไป
แต่ถ้ามาหลังจากนั้นไม่ว่าจริงหรือไม่ ก็ผิดกฎหมายทั้งนั้น ส่วนจะผิดกฎหมายในขั้นตอนที่ต้องดำเนินการอย่างไร ก็ว่าอีกเรื่อง เพราะหากพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานก็เป็นที่หลวงมาตั้งแต่ต้น พระราชกฤษฎีกาที่ออกมาในรัชกาลที่ 6 ประกาศชัดเจนว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของหลวง
การที่ที่ดินแปลงนี้เป็นของหลวง สิ่งที่ศาลต้องการให้ทำอย่างเดียวคือ ปรับให้มาตราส่วนของกรมที่ดินและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตรงกัน ตอนนี้เกือบจะเรียบร้อยแล้ว ก็ถือว่าเรียบร้อยแล้วได้ เพราะหลังจากนี้ได้มีการรังวัดใหม่ ไปดูแล้ว มาปรับกันแล้ว ถ้าสองฝ่ายชัดเจนตรงนี้จะเป็นแผนที่ประกอบการดำเนินการและประกาศให้ผู้อยู่ในพื้นที่รับทราบ เพื่อให้ได้รู้ว่าถูกกล่าวหาว่าเข้ามาในที่ดินของหลวง ซึ่งโฉนดต่างๆ ที่ได้มา ต้องถือว่าได้มาโดยมิชอบ ส่วนจะตรงไหน แล้วใครจะรับผิดชอบ ก็ว่าไป ถ้าชัดเจนทั้งหมด กรมที่ดินสามารถประกาศยกเลิกโฉนดเดิมแล้วให้ไปเรียกร้องเอา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่องทางที่จะให้ร้องทีหลัง คือ ช่องทางตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ใช่หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า คงหลายส่วน ตนเล่ากระบวนการไปแล้ว ขั้นตอนมีหลายอย่าง มีกรรมการที่ต้องขึ้นมา และยังมีกรณีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อีก ต้องว่าไปตามนั้น ตนมีหน้าที่ทำให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล สรุปอย่างไรก็แค่นั้น ส่วนกระบวนการหลังจากนี้เป็นเรื่องของกรมที่ดิน รฟท. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบ
ย้อนถามสื่อ ใครปล่อยข่าวซื้อเสียงโหวต 2 พันล้าน พลิกขั้วล้มรัฐบาล
'ภูมิธรรม' ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวมีการซื้อเสียงโหวต 2 พันล้าน เพื่อล้มรัฐบาล หากมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยนายภูมิธรรม ได้ย้อนถามสื่อว่า
"ใครหรอครับ บอกมาเลย ผมจะได้ไปเจอ ผมยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้"
เมื่อถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ว่า หากหลังวันที่ 29 ส.ค. หาก มีอุบัติเหตุทางการเมืองกับ 'แพทองธาร' ซึ่งต้องมีการโหวตเลือกนายกฯใหม่ อาจจะมีการพลิกขั้ว ภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดสิ่งที่ยังไม่เกิด ตรงนั้นจะเกิดเมื่อนางสาวแพทองธาร มีความผิด แต่ตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่านายกฯ มีความผิดหรือไม่ เอาไปทีละขั้นตอน
กรณีที่สส.พรรคเพื่อไทย จะนั่งรถบัสจากพรรคมาให้กำลังใจแพทองธาร ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันพรุ่งนี้(29 ส.ค.) ส่วนตัวไม่ทราบ คงมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาตนไม่ได้เข้าพรรคเลยเพราะมีภารกิจเยอะ เลยไม่ทราบว่าเขาคุยอะไรกัน
เมื่อถามว่ามีการมองกันว่า บรรดาสส.รู้ผลล่วงหน้าแล้ว ภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดอย่างนั้น เชื่อว่า สส.พรรคเพื่อไทย เชื่อในความตั้งใจและความบริสุทธิ์ใจของนายกฯ และเชื่อว่าข้อกล่าวหาไม่ใช่ปัญหา และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศหลายส่วนก็ระบุว่าเป็นเรื่องธรรมดาทางการทูต ดังนั้น สส.จึงมั่นใจและคิดว่าจะประสบความสำเร็จ เลยอยากมาแสดงความยินดี อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่าศาลจะใช้ดุลพินิจอย่างไร




