‘บิ๊กเล็ก’ ลั่นฟังเสียงประชาชนทั้งประเทศ ปมหยุดยิงหรือไม่ ซัด ‘เขมร’ ไม่จริงใจเล็งเป้าหมายพลเรือน

27 ก.ค. 2568 - 12:59

  • ‘บิ๊กเล็ก’ ลั่นฟังเสียงประชาชนทั้งประเทศ ปมหยุดยิงหรือไม่ ชี้ให้คำตอบ ‘ทรัมป์’ เลยไม่ได้ เหตุไทยปกครองระบอบ ปชต. ไม่ใช่ 1-2 คนแบบกัมพูชา

  • โยน กต. ดำเนินการเรื่องฟ้อง ‘ฮุน เซน’ ต่อไอซีซี ถ้าจริงใจต้องหยุดยิงสักระยะแต่ตอนนี้ไม่เชื่อ

  • รับกังวลอาวุธวิถีไกล โอดกลาโหมไทยถูกตัดงบมาตลอด วอน ปชช.เห็นใจให้ซื้ออาวุธ

‘บิ๊กเล็ก’ ลั่นฟังเสียงประชาชนทั้งประเทศ ปมหยุดยิงหรือไม่ ซัด ‘เขมร’ ไม่จริงใจเล็งเป้าหมายพลเรือน

ทำเนียบรัฐบาล (27 กรกฎาคม 2568) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ศบ.ทก. ถึงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาพูดคุยกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ ให้หยุดยิง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการหยุดยิงแต่อย่างใด

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลไทยต้องฟังเสียงประชาชน เรามีกลไก มีรัฐบาล ไม่สามารถที่จะตอบได้ในทันที โดยระหว่างนายภูมิธรรมพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งตนเอง พร้อมเลขาธิการนายกฯ รมว.ต่างประเทศ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อยู่ในวงพูดคุยด้วย โดยทางเราได้บอกไปว่า รับดำเนินการ แต่ขอให้เป็นไปตามกลไกและกระบวนการ เพราะประเทศไทยปกครองระบอบประชาธิปไตย เราฟังเสียงประชาชน มีกลไกรัฐบาล แตกต่างจากทางกัมพูชาที่ปกครองโดยคนสองคนหรือสามคน เขาจึงสามารถตอบได้ทันทีว่า เยสหรือโน แต่ของเราต้องหารือในรัฐบาลก่อน ไม่สามารถที่จะตอบได้เพียงแค่คนสองคนหรือสามคน ต้องมีคณะพูดคุย คณะเจรจา ที่สำคัญต้องฟังเสียงประชาชนด้วย

พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า อยากเรียนให้ประชาชนทราบว่า ศบ.ทก.คือกลไกของรัฐบาล และดูอยู่ตลอดโดยผ่านกลไกของ ศบ.ทก. ไม่ใช่ว่าตนเองนั่งอยู่หัวโต๊ะแล้วกลายเป็นกลไกของกองทัพ ศบ.ทก.เป็นกลไกของรัฐบาล แต่ตนอยู่ในกลไกของกลาโหมด้วย เพื่อเป็นตัวเชื่อมระหว่างกองทัพกับรัฐบาล ตนเองอยู่ทั้งสองวงจะทราบข้อมูลทั้งสองทาง เวลาประชุมกับรัฐบาลจะมีข้อมูลของกองทัพไปรายงาน ปัจจุบันรัฐบาลมีเพียงนโยบายเดียวคือ ปกป้องอธิปไตยและพร้อมสนับสนุนกองทัพเต็มที่

"ประเทศไทยมีกลไกของรัฐบาล การดำเนินการต้องดำเนินการแบบเป็นทางการ ไม่ใช่การดำเนินการแบบส่วนตัวที่มีเพียงคน 2-3 คน ยืนยันว่า เรื่องนี้จะไม่นาน เพราะสังคมโลกดูเราอยู่ว่า เรามีความจริงใจหรือไม่ ยืนยันกับประชาชนว่า เรามีความจริงใจที่จะพูดคุยเพื่อจะหยุดยิง แต่ขอใช้กลไกรัฐบาลหารือให้รอบคอบก่อนและฟังเสียงประชาชนด้วย"

ผู้สื่อข่าวถามว่า โดนัลด์ ทรัมป์ พูดคุยกับกัมพูชาแล้ว แต่ไม่มีการหยุดยิง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนคงเห็นว่า เขามีความจริงใจหรือไม่ ถ้าตนเป็นส่วนหนึ่งในซีกของกองทัพก็ไม่สบายใจตรงนี้ว่า เขาจะมีความจริงใจอย่างไร นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่เขายิงก่อน ครั้งแรกคือ วางกับระเบิด เป็นสิ่งที่เราไม่สบายใจ ย้ำว่า เรามีความจริงใจแน่นอนที่จะหยุดยิง เพราะรู้ถึงผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน 4 จังหวัดชายแดน และ 3 จังหวัดตอนใต้ เราไม่คิดว่า รัฐบาลกัมพูชาจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ อนุสัญญาเจนีวา อนุสัญญาออตตาวา และขาดหลักมนุษยธรรม เราไม่เคยคิดว่า ในปี 2025 ยังมีกองทัพประเทศในโลกปฏิบัติการลักษณะนี้ ยืนยันทุกคนไม่ต้องกังวล รัฐบาลจะดำเนินการด้วยการรอบคอบ

เมื่อถามว่า มีนักวิชาการและนักการเมืองเสนอไปฟ้องสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องสนับสนุนและดำเนินการ เพราะกองทัพและ ศบ.ทก.ไม่มีชำนาญในด้านนี้ แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ต้องฟังกระทรวงการต่างประเทศ หากกระทรวงการต่างประเทศให้คำแนะนำอย่างไร ศบ.ทก.และกองทัพจะนำไปปฏิบัติตาม ที่ผ่านมากองทัพยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมากัมพูชา ไม่มีอะไรทำให้มั่นใจได้เลยว่าจะทำตามสิ่งที่พูด อะไรจะเป็นสิ่งยืนยันถึงความจริงใจของกัมพูชา พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตอนนี้สิ่งที่ด้านการทหารมองถ้าเขาหยุดยิงเป็นเวลาสักระยะ แต่นี้ไม่ใช่ เขาคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์ เวลาประมาณ 23.00น. วันที่ 26 ก.ค. แต่พอถึงเวลา 02.00น. วันที่ 27 ก.ค. เขาก็เริ่มยิง อย่างนี้ทหารมองว่าไม่จริงใจทั้่งที่กำลังคุยกันอยู่เรื่องหยุดยิง และจริงๆ แล้ว รมว.ต่างประเทศของไทย ก็จะคุยกับรมว.ต่างประเทศกัมพูชาในวันนี้

"ส่วนตัวได้รายงานกับ รมว.ต่างประเทศไปแล้วว่ากัมพูชาตีเราตลอดแนวอีกแล้ว และสิ่งที่กองทัพเสียใจคือเขาโจมตีที่หมายพลเรือนโดยไม่สนใจเลย เพราะในพื้นที่พลเรือนมีประสุนปืนใหญ่ตกไปถึงสามนัดแต่ดีที่กระทรวงมหาดไทยอพยพคนออกไปหมดแล้ว เบื่องต้นจึงไม่ได้รับรายงานการศูนย์เสีย ทำให้ความไว้วางใจตอนนี้ยังไม่มี และเมื่อช่วงเข้าที่ผ่านมาได้รายงานนายภูมิธรรม และเลขานายกฯว่าประชาชนที่อพยพมาแล้วฝากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลทรัพย์สินประชาชนที่ออกจากบ้านเรือนประชาชนจะได้ไม่กังวล"

เมื่อถามว่าทางกัมพูชามีอาวุธยิงระยะใกล้ 100 กว่ากิโลเมตร ถ้ากัมพูชาใช้อาวุธดังกล่าวเรากังวลหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า กังวล ตนกังวลมาตั้งนานแล้ว พูดบอกประชาชนบอกสื่อมวลชนมาตั้งนานแล้ว เพราะเราทราบ ในห้วงเวลาที่ผ่านตนไม่อยากพูดประเด็นนี้เดี๋ยวจะถูกตำหนิอีก แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ตนต้องบอกความจริงว่า เวลาที่ผ่านมาเราถูกตัดงบประมาณสำหรับซื้ออาวุธ เราจัดซื้อเท่าที่จำเป็น ดังนั้นอาวุธเชิงรุกรานเราไม่ได้ซื้อเอาไว้ เน้นไปที่ป้องกันอธิปไตยเท่านั้น แต่ก็มีจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มาก แต่ของเขามีถึง 6 ระบบ

“ตรงนี้เป็นสิ่งที่กองทัพคงต้องทบทวนในฐานะที่ผมเป็นรัฐบาลและกองทัพ ผมได้พูดคุยกับรัฐบาลว่าหลังจากนี้คงต้องขอความกรุณาจากประชาชนให้เห็นใจกองทัพ และต้องคุยกับกองทัพเช่นเดียวกันว่าไม่ใช่พอประชาชนเห็นใจแล้วจะจัดหาแบบกอบโกยก็ไม่ได้ต้องเอาเฉพาะที่จำเป็น ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนมั่นใจช่วงที่ผมอยู่ตรงนี้จะไม่ทำให้เกิดอย่างนั้นเป็นอันขาดถ้าเกิดขึ้นก็ต้องสอบสวนลงโทษผู้กระทำผิดเช่นกัน” พล.อ.ณัฐพล กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์