‘ภูมิใจไทย’ เคาะส่ง ‘ศุภชัย ใจสมุทร’ นั่งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติฯ

27 ก.ย. 2566 - 12:06

  • ‘ภูมิใจไทย’ เคาะส่ง ‘ศุภชัย ใจสมุทร’ นั่งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ

  • ‘อนุทิน’ ขอเวลา ‘คารม’ ทำงานรองโฆษกรัฐบาลก่อน เชื่อทำงานสัมพันธ์กัน ไม่เด่นออกนอกหน้าใคร

BP_assigned_Supachai_as_representative_join_committee_to_study_referendum_SPACEBAR_Hero_611da3977f.jpg

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ว่า ยังไม่ได้หารือกันภายในพรรคภูมิใจไทย ว่าแนวทางการแก้ไข ควรจะเป็นการแก้ทางฉบับหรือรายมาตรา แต่วานนี้ (26 ก.ย.) แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ประสานให้พรรคภูมิใจไทย จัดตัวแทนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน เพื่อหารือในเรื่องนี้  

โดยพรรคภูมิใจไทย มอบให้ ศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย เป็นตัวแทนพรรค ซึ่งถือเป็นคนที่ทำงานเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด มีความคุ้นเคย เชี่ยวชาญ และทุกอย่างจะเป็นไปในเชิงบวกทั้งหมด ถึงเบื้องต้นขอตัวแทนพรรคละ 1 คน แต่ในพรรคก็มีหลายคนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายในพรรค เช่น คารม พลพรกลาง รองโฆษกรัฐบาลคนใหม่ ก็เป็นนักกฎหมาย  

ส่วนเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี คารมจะมาช่วยเสริมงานรัฐบาลอย่างไร หลังโฆษกรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการให้ข้อมูล อนุทิน กล่าวว่า เพิ่งเริ่มต้นการทำงาน ทุกอย่างจะต้องให้เวลา แม้แต่ตนเองก็ยังต้องศึกษางานในกระทรวงมหาดไทย แต่ก็ไม่ใช่ว่ามัวแต่ศึกษาแล้วงานไม่เดิน พร้อมมองว่า รองโฆษกรัฐบาลจะไม่เด่นกว่าโฆษกรัฐบาล เพราะคนเราอยู่ด้วยความเข้าใจกัน และมีความสัมพันธ์ที่ดีกันอยู่แล้ว

BP_assigned_Supachai_as_representative_join_committee_to_study_referendum_SPACEBAR_Photo01_ebe6846bd0.jpg
ศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (แฟ้มภาพ)

‘อนุทิน’ ยัน ‘ภูมิใจไทย-เพื่อไทย’ เห็นร่วมมุ่งใช้ ‘กัญชา’ เพื่อการแพทย์ ลั่นไม่เคยพูดเอาไปใช้เชิงสันทนาการ

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ยังไม่ได้มีการนัดหารือเกี่ยวกับประเด็นกัญชาทางการแพทย์ แต่พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย มีวัตถุประสงค์ตรงกันที่เน้นการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ไม่ใช่เชิงสันทนาการ แต่ก็มีการพูดคุยกันมาตลอด

“คนบอกว่าใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ คือคนที่ไม่เข้าใจ ซึ่งจากพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เน้นกัญชาเพื่อสันทนาการ หรือเพื่อเสพเป็นบันเทิงใดๆ ในร่างกฎหมายของของพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่มีเรื่องสันทนาการ ไม่มีแม้กระทั่งการจัดพื้นที่ให้สันทนาการ ส่วนแนวปฏิบัติที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยก็ต้องฟังผู้ปฏิบัติ โดยกระทรวงสาธารณสุขก็มีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์ ศึกษาเรื่องนี้อยู่แล้ว” อนุทิน ระบุ  

เมื่อถามว่าการควบคุมการใช้กัญชา อยู่ในเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลหรือไม่ อนุทิน กล่าวย้ำว่า ไม่มีใครพูดว่าจะเอากัญชาไปใช้ในเชิงสันทนาการ ทุกอย่างพูดด้วยทางการแพทย์ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่วนจะนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบาย หากศึกษารายละเอียดสาร CBD ไม่เคยมีปัญหา แต่ที่มีปัญหาคือสาร THC แต่ THC ที่เกิน 0.25 มิลลิกรัม ถึงจะมีผลต่อจิตประสาทและการควบคุมร่างกาย จึงมีการกำหนดปริมาณสาร THC ต้องไม่เกิน 0.25 ซึ่งไม่ได้กำหนดโดยผู้กำหนดนโยบาย แต่มาจากเอกสารข้อมูลทางวิชาการ

BP_assigned_Supachai_as_representative_join_committee_to_study_referendum_SPACEBAR_Photo02_50305607ef.jpg

‘มท.1’ เผย ‘ทูตสหรัฐฯ’ เข้าใจบริบทการเมืองไทย ‘พรรคอันดับ 1’ ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ฝากขอให้เข้าใจรัฐบาลนี้เป็นของประชาชน ไม่ได้มาจากผลพวง ‘รัฐประหาร’

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังพบหารือกับ โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ว่า ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องผู้อพยพเมียนมา ซึ่งอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี และพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทย โดยสหรัฐฯ ได้ขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของการคัดกรองและตรวจสอบคุณสมบัติผู้อพยพ ที่จะเดินทางไปตั้งรกรากที่สหรัฐฯ ไม่มีการพูดคุยเพื่อให้ฝ่ายไทย รับผู้อพยพเพิ่ม ซึ่งสหรัฐฯ มีนโยบายช่วยเหลือผู้อพยพเป็นระยะๆ อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ได้มีการพูดคุยเรื่องสถานการณ์การเมืองภายในประเทศไทยอย่างไร อนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลนี้ถือว่าเป็นรัฐบาลของประชาชนจริงๆ เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ขอให้สหรัฐฯ นึกถึงไทยในรูปแบบนี้ ไม่ใช่รัฐบาลที่มีผลพวงมาจากการรัฐประหาร ซึ่งทางเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ก็เข้าใจบริบทการเมืองในประเทศไทย ไม่มีพรรคไหนได้เสียงข้างมากเด็ดขาดที่จะจัดตั้งรัฐบาล พรรคการเมืองอันดับหนึ่ง ได้ 151 เสียง และพรรคการเมืองอันดับสอง ได้ 141 เสียง

“ผมได้บอกว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเส้นทางการเมืองของแต่ละพรรคที่เดินไป การที่พรรคที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุด และไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อปี 2562 ก็เคยเกิดขึ้นแล้ว เป็นเรื่องกลไกทางการเมืองที่จะลงตัวอย่างไร ซึ่งทางสหรัฐอเมริกาก็ไม่ได้ติดใจอะไร” อนุทิน ระบุ

BP_assigned_Supachai_as_representative_join_committee_to_study_referendum_SPACEBAR_Photo01_60724f1490.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์