คาดชง ‘งบฯ ปี 67’ วาระ 2-3 20-21 มี.ค.นี้

16 ก.พ. 2567 - 12:56

  • เร็วกว่าที่วางไว้ 2 สัปดาห์! ‘กิตติรัตน์’ โอ่ ‘กมธ.งบฯปี 67’ ทำงานคืบเกินครึ่ง คาดไทม์ไลน์ชงเข้าสภาฯ วาระ 2-3 20-21 มี.ค.นี้ ก่อนส่งต่อ ‘วุฒิสภา’

  • แจงตั้งอนุฯศึกษา ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ เพื่อรอบครอบ ขอให้ปชช.สบายใจ

budget67_parliament_20_21_mar24_SPACEBAR_Hero_0256f9cef9.jpg

กิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กล่าวถึงคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 67 ว่า ตั้งแต่เริ่มพิจารณาวันที่ 8 ม.ค.67 ที่ผ่านมา ขณะนี้ทำงานมาแล้วครึ่งทาง หรือปริมาณงาน ร้อยละ 50.13 ในปีนี้ได้ปรับโครงสร้างการทำงาน อนุกรรมาธิการฯ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น โดยยังคงรักษาความละเอียดรอบคอบ แต่เชื่อว่าจะสามารถพิจารณางบประมาณได้เสร็จเร็วกว่าปฏิทินงบประมาณที่เคยวางไว้  ที่คาดว่าจะพร้อมเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ช่วงต้นเดือนเมษายน แต่ขณะนี้กมธ.ฯได้ประชุมและมีมติเห็นชอบที่จะขอแจ้งต่อสภาฯ ว่า พร้อมที่จะเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 20-21 มี.ค.67 ซึ่งเท่ากับว่าทำงานได้เร็วขึ้น ประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งก็จะเป็นผลดีต่อสภาฯเมื่อพิจารณาแล้วก็จะส่งต่อไปยังวุฒิสภาพิจารณาต่อ ก็ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือต่อคณะกรรมาธิการฯ แม้บางครั้งจะมีข้อโต้เถียงกันบ้างแต่ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี ไม่มีรายการใดที่ต้องยุติด้วยการลงคะแนนเสียง โดยใช้เหตุใช้ผลในการพูดคุยกัน 

กิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับในชั้นอนุกรรมการ 8 คณะ ขณะนี้พิจารณากันอย่างเข้มข้น ส่วนอนุกรรมการข้อสังเกต คณะที่ 9 กำลังจะเริ่มทำงานในไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งจะรวบรวมข้อสังเกตทุกอนุกรรมาธิการ เพื่อนำส่งสภาฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งในการพิจารณาชั้นอนุกรรมาธิการจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 29 ก.พ.แต่เป็นไปได้ที่บางอนุกรรมาธิการ จะพิจารณาแล้วเสร็จไม่เกินใน 1 สัปดาห์ จากนี้ไป

เมื่อถามถึงยอดการปรับลดตัวเลขงบประมาณ กิตติรัตน์  กล่าวว่า ในห้องใหญ่ยังไม่มีการพิจารณาปรับลด ได้มอบให้อนุกรรมาธิการ 8 คณะไปดำเนินการ และตามหลักการเป็นเพียงข้อเสนอเบื้องต้นในการปรับลด ไม่มีสิทธิ์เป็นผู้ปรับลดเอง และเมื่ออนุกรรมาธิการนำเสนอเข้าสู่คณะกรรมาธิการชุดใหญ่ ในทุกปีจะมีการเปลี่ยนแปลง ไม่เห็นด้วยกับการปรับลดของคณะอนุกรรมการ และในหลักการของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจะไม่มีการเพิ่มจำนวนเงินในรายการต่างๆ จึงไม่สามารถพูดตัวเลขการปรับลดได้ แต่คาดว่า การพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ซึ่งปริมาณการขอปรับลดของอนุกรรมาธิการน่าจะมากกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย ซึ่งเดี๋ยวต้องมาดูกันเพราะบางรายการมีการแขวนรอให้หน่วยรับงบประมาณมาชี้แจงรายละเอียด หากชี้แจงและมั่นใจก็จะไม่มีการปรับลด

กิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดนั้น เท่าที่ได้ฟัง กมธ.ฯ แสดงความคิดเห็นในการพิจารณางบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดจะพบว่า งบประมาณของจังหวัดน้อย ในขณะที่ภารกิจของผู้ว่าราชการจังหวัดต้องนำทัพ บริหารราชการซึ่งมีเรื่องมากมายเพราะอะไร ๆ ก็ต้องขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยดู แม้จะมีส่วนราชการจากส่วนกลาง ดูแลอยู่ภารกิจแต่โอกาสที่ภารกิจที่ผู้ว่าจะต้องเพิ่มเติมอะไรก็มีอยู่

กิตติรัตน์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้จากข้อสังเกตพบว่างบประมาณในแต่ละจังหวัดไม่มาก ดังนั้นถ้าในระยะยาวต้องการให้อำนาจผู้ว่าในลักษณะที่เราพูดกันอยู่คือผู้ว่า CEO พิจารณาว่าก็คงจะต้องมาพิจารณาว่าต้องเพิ่มงบประมาณให้จังหวัดมากขึ้นกว่าเดิม แต่จากการชี้แจงของผู้ว่าราชการจังหวัดจากการฟังคำชี้แจงของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งมีปัญหาไม่เหมือนกัน ผู้ว่าฯ ก็สามารถชี้แจงต่อกมธ.ฯได้ว่าทำไมงบโดดออกมา และจะเห็นว่าบางจังหวัด ผู้ว่าฯมุ่งมั่นที่จะเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว ที่อยากเสนอและของบประมาณก็มีโครงการที่อยากเสนอและของงบประมาณเอง เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกับการบูรณาการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว  บางจังหวัด อยากเห็นเกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น สิ่งที่เสนอมาก็จะไปเกี่ยวกับส่วนราชการอื่นเช่นกระทรวงเกษตรฯ เพื่อที่จะทำให้พืชสำคัญในจังหวัดมีโอกาสทำรายได้ดีขึ้น 

กิตติรัตน์ ยังกล่าวถึง กรณีที่รัฐบาลตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาศึกษาโครงการดิจิตอลวอลเล็ตโดยใช้เวลาพิจารณาอีก 30 วันจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการยื้อเวลาว่า ในหลักการโครงการไม่ได้เสนอของงบประมาณประจำปี 2567 มา ซึ่งส่วนตัวเข้าใจว่าน่าจะดำเนินการต่อในส่วนนี้ด้วยการออก พ.ร.บ.กู้เงิน ทางกมธ.งบฯ จึงไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ แต่คิดว่าการที่รัฐบาลตั้งอนุฯขึ้นมาเพื่อให้เกิดความรอบคอบเป็นประโยชน์ ในเรื่องของความครบถ้วนทั้งส่วนราชการและนโยบายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเหมือนกับการพิจารณางบประมาณในทุกๆ ปีก็มีการตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา เพราะแต่ละอนุฯ จะลงในรายละเอียดของบประมาณแต่ละรายการ ฉะนั้นในเรื่องสำคัญของบ้านเมืองการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อจะศึกษาเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นขอให้ประชาชนได้สบายใจ

เมื่อถามว่า ดูเหมือนจะกลับไปเหมือนจุดเริ่มต้นหรือไม่ กิตติรัตน์ กล่าวว่า เนื่องจากมีข้อสังเกตจากหลายหน่วยงานดังนั้นจะบอกว่าไปเริ่มต้นใหม่คงไม่ใช่ ถ้าบอกว่าจะไม่ถอยไปดูอีกแล้ว ก็เท่ากับว่าเราไม่ให้ความสำคัญ หน่วยงานไม่ให้เกียรติกับหน่วยงานที่แสดงความคิดเห็นมาดังนั้นการที่จะพิจารณาให้รอบคอบก็ต้องเอาความเห็นเหล่านั้นมาพิจารณาด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์