‘ชูศักดิ์’ ชี้ฟอร์ม ‘ตั้ง ครม.’ กันอยู่ ไม่ควรพูดเรื่อง ‘ยุบสภา’

30 ส.ค. 2568 - 14:27

  • ประชุม ‘ครม.นัดพิเศษ’ แต่ตั้ง ‘ภูมิธรรม’ ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี

  • ‘หมอมิ้ง’ เป็นเลขาธิการนายกฯ, ขรก.การเมืองพ้นตำแหน่งทั้งหมด

  • ‘ชูศักดิ์’ ชี้ฟอร์มตั้ง ครม.กันอยู่ ไม่ควรพูดเรื่อง ‘ยุบสภา’

‘ชูศักดิ์’ ชี้ฟอร์ม ‘ตั้ง ครม.’ กันอยู่ ไม่ควรพูดเรื่อง ‘ยุบสภา’

ชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า ได้รับมอบหมายให้แถลงผลประชุม ครม.นัดพิเศษ เนื่องจากในวันนี้ข้าราชการการเมือง โดยเฉพาะตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจาก ครม.เป็น “ครม.รักษาการ” รวมถึงข้าราชการการเมืองพ้นจากตำแหน่ง

ทั้งนี้ ผลการประชุมในประเด็นเรื่องการที่นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ ครม.ทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งไปด้วย แต่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดว่า “ให้ ครม.ที่พ้นจากตำแหน่งนั้นยังรักษาการ ครม.ต่อไป จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่” ซึ่งในกรณีเช่นนี้กำหนดว่า “ในกรณีที่ไม่มีนายกรัฐมนตรีและมีรองนายกรัฐมนตรี ขอให้ ครม.มีมติแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่ง เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี”

ครม.จึงมีมติว่า ให้พิจารณาแต่งตั้งภูมิธรรม เวชยชัย เป็นผู้ทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี และมีแต่งตั้งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งไปด้วย, ภูมิธรรม ซึ่งทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นเลขาธิการนายกฯ ต่อไป

ชูศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ครม.มีมติเป็นข้อแนะนำ สำหรับ ครม.ที่รักษาการอยู่ว่า ครม.จะทำหน้าที่เหมือน ครม.ปกติ เพียงแต่ว่าเรื่องใดที่เป็นนโยบายที่อาจจะผูกพัน ครม.ในอนาคต “ให้ชะลอไว้ก่อน” แต่ถ้าเป็นความจำเป็นเร่งด่วนสามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติทั่วไป และเนื่องจาก ครม.เป็น “ครม.รักษาการ” และพ้นจากตำแหน่งไปด้วย ข้าราชการการเมืองทั้งหมดก็พ้นจากตำแหน่งไปด้วย รวมถึงผู้ช่วยรัฐมนตรีก็พ้นจากตำแหน่งไปด้วย

แต่สำหรับกระทรวงต่างๆ นั้น ที่ปรึกษารัฐมนตรี เลขารัฐมนตรีนั้น กระทรวงเป็นผู้แต่งตั้ง และรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้ง ท่านเหล่านี้ยังคงทำหน้าที่ต่อไป อย่างไรก็ตามกรณีที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง หากคิดว่ามีความจำเป็นก็เสนอแต่งตั้งชั่วคราวได้

เมื่อถามว่า ในการประชุมได้มีการหารือแนวทางการยุบสภาหรือไม่? ชูศักดิ์ กล่าวว่า “เรื่องพวกนั้นไม่ได้มีการหารือกัน หารือเฉพาะเรื่องที่มีความจำเป็นต้องทำในขณะนี้”

เมื่อถามต่อว่า ในแนวทางกฎหมาย อย่างที่เลขากฤษฎีกาชี้แจง และมีความเห็นต่างๆ ออกมาว่านายกฯรักษาการไม่มีอำนาจในการยุบสภา? ชูศักดิ์ กล่าวว่า “อันนี้อย่าเพิ่งไปพิจารณาเลย เป็นความเห็นในทางกฎหมาย ซึ่งก็อาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกันแล้วแต่”

ขณะนี้กำลังฟอร์มตั้ง ครม.กันอยู่ เราไม่ควรไปพูดเรื่องการ “ยุบสภา” ให้เขาทำกันให้สำเร็จไปก่อน ไม่สำเร็จค่อยว่ากันอีกที

เมื่อถามอีกว่ามีการมองว่าอาจจะเป็นเงื่อนไขหนึ่งของการจัดตั้งรัฐบาลได้? ชูศักดิ์ กล่าวว่า “ยังไม่ได้คิดกันไปถึงขนาดนั้น”

เมื่อถามต่อว่า ความจำเป็นของงานรัฐบาลที่จะต้องดำเนินงานต่อมีอะไรบ้าง? ชูศักดิ์ กล่าวว่า “สิ่งสำคัญได้พูดคุยกันว่าเรื่องของกฎหมาย ที่ได้ผ่านครม.ไปแล้ว และท้ายสุดไปอยู่ในชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา ในหลักปฏิบัติคือว่าต้องให้ ครม.ชุดใหม่ เขาดูรายละเอียดด้วย ส่วนในเชิงนโยบายหมายความว่าสิ่งที่มันอาจจะผูกพันรัฐบาลชุดใหม่ เรามีมติเพียงว่า ให้ชะลอไปก่อน อันนี้เป็นหลักทั่วไปที่ปฏิบัติกันมา”

เมื่อถามถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เป็นเรื่องใหญ่จะดำเนินการอย่างไรต่อไป? ชูศักดิ์ กล่าวว่า “คำสั่งทั้งหลายที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งไว้ ก็จะสิ้นสุด ซึ่งเรื่องนี้ รมช.กลาโหม ได้พูดซักถามถึงประเด็นนี้”

เลขาธิการนายกฯ บอกว่า ในวันที่ 31 ส.ค.นี้จะเสนอแต่งตั้งศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ใหม่ เพื่อให้ทำหน้าที่ต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์