‘ครม.อิ๊งค์ 1’ สังหาร 3 พรรค ด้วยกระสุนนัดเดียว

1 ก.ย. 2567 - 10:47

  • ‘ครม.อิ๊งค์ 1’ สังหาร 3 พรรค ด้วยกระสุนนัดเดียว ชำระสะสางบัญชีแค้นฝังหุ่นคนการเมือง

Cabinet_Ink1_kills_3_political_parties_with_a_single_bullet_SPACEBAR_Hero_b7ef015a2c.jpg

วันก่อนในเวทีแสดงวิสัยทัศน์ประเทศไทย 2024 ทักษิณ ชินวัตร พูดถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตไว้ เปรียบดั่งการใช้กระสุนแค่นัดเดียว แต่ได้นกถึง 3 ตัว กระตุ้นเศรษฐกิจ เรียนรู้เทคโนโลยี และรองรับการพัฒนาประเทศในอนาคต

วันนี้หันมาดูการจัด ‘ครม.อิ๊งค์ 1’ น่าจะอารมณ์เดียวกัน หากไม่ใช่นก แต่เป็นพรรคการเมือง คนการเมือง ที่ฝากรูปฝังรอยแค้นกันมายาวนาน โดยบางพรรคกว่าจะชำระสะสางบัญชีแค้นฝังหุ่นได้ ต้องรอนานถึง 23 ปีเต็ม

ทั้ง พรรคไทยสร้างไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ ที่แม้บางพรรคจะไม่ได้รับเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาล บางพรรคถูกถีบออก บางพรรคเพิ่งได้ตั๋วเข้าร่วม ครม.อิ๊งค์ 1 แต่ทุกพรรคต่างถูกทักษิณ ปิดบัญชีแค้นชนิดทบต้นทบดอกในคราวเดียว

โดยเฉพาะประชาธิปัตย์ ที่ได้สิทธิโหนรถไฟเที่ยวสุดท้ายเข้าร่วมรัฐบาลด้วย อันน่าจะเป็น “เทียบมรณะ” ด้วยซ้ำ

เพราะการเข้าร่วมรัฐบาลหนนี้ ทำให้คนในพรรค นอกพรรค และมวลชนที่ให้การสนับสนุนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เนื่องจากรับไม่ได้กับการเปลี่ยนจุดยืนของพรรค ที่ยืนหยัดต่อสู้กับระบอบทักษิณมายาวนานกว่าสองทศวรรษ

แต่วันนี้ภายใต้ผู้บริหารชุดใหม่ กลับนำพรรคไปสยบยอมสวามิภักดิ์ต่อศัตรูคู่แค้นเสียเอง

แถมในวันถัดมา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทายาทรุ่นที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย ยังตอบคำถามเรื่องรับพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล ด้วยถ้อยคำที่เสียดแทงใจคนเก่าคนแก่ในพรรคประชาธิปัตย์ไว้หลายประโยค อาทิ

“วันนี้ฝ่ายบริหารพรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนในหลายทศวรรษ การที่เราร่วมรัฐบาลกัน ไม่ได้แปลว่าพรรคเพื่อไทยยอมรับการกระทำของผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเยอะมาก”

“ผ่านมาแล้ว 10-20 ปี หลายอย่างเปลี่ยนไป ผู้บริหารก็เปลี่ยนไป แม้ชื่อจะยังเป็นประชาธิปัตย์เหมือนเดิม แต่หลายอย่างในนั้นเปลี่ยนไปมาก”

“มันเหมือนประเทศที่เป็นเผด็จการมา เราไม่ทำการซื้อขายด้วย แต่วันหนึ่งเมื่อเขาเปลี่ยน เป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เราก็ซื้อขายกับเขาต่อ”

เชื่อว่าหลายๆ ประโยคข้างต้นของนายกฯ หญิง คงเจ็บจี๊ดเข้าไปถึงหัวใจเหี่ยวๆ ของผู้อาวุโสในพรรคประชาธิปัตย์ อารมณ์เดียวกับที่ ‘ลุงป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถูกทักษิณแฉบนเวทีวันก่อนเรื่องขอเก้าอี้ประธาน ป.ป.ช.

ที่ลุงป้อม คงมีความรู้สึกเหมือนถูกทักษิณ ลากตัวไปตบตรงกลางสี่แยก!!

แม้ทักษิณ จะถูกผู้คนมองด้วยสายตาที่รุมตำหนิ ไม่ควรนำเรื่องเก่าเรื่องหลังมาพูดให้คนอื่นเสียหาย ที่สำคัญจะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ เพราะรู้เห็นกันเพียงสองคนเท่านั้น

แต่กับแค้นฝังหุ่น ที่คนหนึ่งยึดอำนาจรัฐบาลน้องสาว ส่วนอีกคนก็ย้ำแต่เรื่องโกงๆ โคตรโกง โกงทั้งโคตร ทำตัวเป็นแผ่นเสียงตกร่องอยู่แบบนี้มาตลอด จึงไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการทำร้ายคนแก่ ที่อยู่ในวัยไล่เรี่ยกับตัวเองถี่ห่างไม่เกิน 10 ปี

“ไทยสร้างไทย พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์” ถูก ‘ทักษิณ’ ใช้โอกาสตั้ง ครม.ใหม่ ที่มีลูกสาวเป็นนายกรัฐมนตรี ปิดบัญชีแค้นในรอบหลายปีลงในคราวเดียวกัน แถมยังวางแผนกินหมากสองต่อเข้าฮอสอีกต่างหาก 

ทั้งฉีกหน้า ตบสั่งสอน เยี่ยวรดหัวใจคนแก่ไม่พอ

เมื่อทั้งสามพรรคการเมือง อยู่ในอาการง่อยเปลี้ยเสียขา เสียศูนย์ หมดสภาพ เท่ากับทำลายคู่แข่งในสนามเลือกตั้งครั้งหน้าไปในตัว ทั้งไทยสร้างไทย พลังประชารัฐ คงถึงเวลารูดม่านปิดฉากลงสนิท

ส่วนประชาธิปัตย์ ก็คงหมดสภาพ ไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นคู่แข่งของเพื่อไทยอีกต่อไป

เป็นการปิดบัญชีแค้น ทำลายคู่แข่ง ให้เพื่อไทยเป็นตัวเลือกเดียวในปีกอนุรักษ์ อันเท่ากับเป็นการสังหารคู่แข่งหลายพรรคไปพร้อมกันด้วยกระสุนนัดเดียว

พรุ่งนี้ ต่อให้ ครม.อิ๊งค์ 1 อายุไม่ยืด ต้องมีอันเป็นไปในเวลา 3-5 เดือน ยิ่งถ้าหากสถานการณ์ไม่เป็นใจ ถูกบีบให้เข้าสู่การเลือกตั้งใหม่อีกครั้งในต้นปีหน้า

ทั้งสามพรรคข้างต้น คงไปแบบไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี โดยเฉพาะประชาธิปัตย์ ที่เหตุผลหนึ่งในการเข้าร่วมรัฐบาล คือต้องการใช้โอกาสนี้ฟื้นฟูพรรคอีกครั้ง ก็อาจต้องใช้เวลาอีกนาน

เอาเป็นว่า แผนกินหมากสองต่อเข้าฮอสของทักษิณเที่ยวนี้  ได้ทั้งเสียงสนับสนุนเพิ่ม ได้ทำลายพรรคคู่แข่งปิดบัญชีแค้นไปในตัว ให้เหลือเพื่อไทยเพียงพรรคเดียวในซีกนี้ ยืนวัดดวงกับพรรคประชาชนในสนามเลือกตั้งสมัยหน้า

ให้รู้กันไปข้างว่าประชาชนจะเลือกใครระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคล้มเจ้า?!

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์