‘ภูมิธรรม’ นำถก ‘ครม.’ เผย ‘นายกฯ’ สั่งจับตาสถานการณ์ในอิสราเอล

10 ต.ค. 2566 - 09:28

  • ‘ภูมิธรรม’ นั่งหัวโต๊ะนำประชุม ครม. เผย ‘นายกฯ’ สั่งทุกกระทรวงจับตาสถานการณ์ในอิสราเอล

  • ห่วงแรงงานถูกนำไปขายให้นายจ้างอื่น คาดบ่ายนี้ มีความชัดเจนเรื่องการส่งเครื่องบินเข้าไปช่วยคนไทย

  • พร้อมจับตาหารือ ‘คณะกรรมการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ’ นัดแรก

Cabinet_meeting_help_Thai_workers_in_Israel_SPACEBAR_Hero_4dcafd2e71.jpg

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม สืบเนื่องจาก เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เดินทางไปเยือนเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน บรูไนดารุสซาลาม มาเลเซีย และสาธารณรัฐสิงคโปร์ อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 8-12 ตุลาคม 2566 

สำหรับประเด็นการประชุมที่ต้องจับตา หนีไม่พ้นการติดตามช่วยเหลือแรงงานไทยที่อยู่ในประเทศอิสราเอล หลังเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง อีกเรื่องที่ติดตามคือการประชุมนัดแรกของ คณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 

‘นายกฯ’ สั่งรัฐมนตรีจับตาสถานการณ์ในอิสราเอล ห่วงแรงงานถูกนำไปขายให้นายจ้างอื่น

ก่อนการประชุม ครม. ภูมิธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล ว่า ขณะนี้สถานการณ์ในอิสราเอลยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก  ซึ่งในช่วงบ่าย ทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ จะรายงานสถานการณ์ล่าสุดให้ทราบ   และเข้าใจว่าขณะนี้ เครื่องบินพาณิชย์และเครื่องบินช่วยเหลือต่างๆ ยังไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้  

“ขณะนี้ยอมรับว่า การเข้าไปในพื้นที่เป็นเรื่องที่ยากอยู่ ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ จะมีความชัดเจนว่าจะเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ได้หรือไม่” ภูมิธรรม ระบุ   

ภูมิธรรม เผยด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกคนจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะท่านก็เป็นห่วงคนไทยที่อยู่ที่นั่น ตอนนี้มีคนไทยที่แสดงความจำนงจะเดินทางกลับมาตามที่กระทรวงแรงงาน รายงานคือ 1,099 คน และวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ก็จะมีบางส่วนที่จะเดินทางกลับมา 15 คน  

ส่วนการแก้ปัญหาเรื่องแรงงานที่ประสงค์จะกลับไทย ถูกนำไปขายต่อให้นายจ้างรายอื่นนั้น ภูมิธรรม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกส่วนในกรุงเทลอาวีฟ ทำงานกันอย่างเต็มที่ วางจุดประสานงานแต่ละจุดไว้ แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่กว้างและจุดที่เกิดเหตุ ก็ยากลำบากในการติดต่อ แต่พยายามทำกันอย่างเต็มที่ และได้ทราบข่าวบางส่วนจากที่มีคนได้ลงในโซเชียลฯ ก็ถือว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราห่วงและพยายามให้การช่วยเหลืออยู่  

“ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทุกส่วนทำงานกันอย่างหนัก ทำงานอย่างเต็มที่  เรื่องไหนที่สามารถประสานงานและติดต่อได้ก็จะรีบจัดการ ส่วนสิ่งที่เป็นข่าวออกมาก็ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็เป็นเรื่องของนายจ้างที่ไปดำเนินการ ซึ่งเราก็ไม่สบายใจ เราก็พยายามประสานงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางแก้ไขอยู่” ภูมิธรรม ระบุ

Cabinet_meeting_help_Thai_workers_in_Israel_SPACEBAR_Hero_b3ecffad06.jpg

‘ภูมิธรรม’ แจงตัด สส.ออกจาก ‘อรหันต์แก้ รธน.’ เหตุ ‘กฤษฎีกา’ ตีความทับซ้อน ปัด ‘เพื่อไทย’ คุมทิศทาง ชี้ทุกคนในคณะมีเกียรติ

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงถึงเหตุผลที่สำนักงานกฤษฎีกามีความเห็นไม่ให้ สส.เป็นคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติฯ ว่า เรื่องดังกล่าวมีความเห็นที่แตกต่างและมีการท้วงติงเข้ามา โดยฝ่ายที่เห็นด้วย มองว่าเอา สส.มาก็ไม่ต่างกับการตั้งวิปรัฐบาล และถือเป็นเรื่องทางวิชาการและสอบถามความเห็น จึงไม่น่ามีปัญหาอะไร โดยกฤษฎีกาให้ความเห็นเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากกฎหมายตีความได้หลายแบบ จึงหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้ สส.มาร่วมคณะกรรมการดังกล่าว ดังนั้น จึงตัดออกเพื่อไม่ให้กระบวนการช้า

เมื่อถามว่า ‘กฤษฎีกา’ ตีความว่า ฝ่ายบริหารจะไปแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติใช่หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า “เขาพูดเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และเพื่อไม่ให้ติดขัดในความเห็นที่แตกต่าง จึงตัดชื่อออก ยอมรับว่าไม่มีปัญหา แต่ทําเพื่อให้กระบวนการเร็วขึ้นและปราศจากข้อสงสัย”

ส่วนสาเหตุดังกล่าว เป็นเพราะฝ่ายรัฐบาลไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมาดูเรื่องนี้ให้หรือไม่ เพราะเริ่มต้นก็เกิดความผิดพลาดแล้ว ภูมิธรรม กล่าวว่า “ไม่ใช่ข้อผิดพลาด เพราะรองเลขาธิการกฤษฎีกาก็อยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ แต่เรื่องนี้เป็นความเห็นที่แตกต่าง ซึ่งในทางกฎหมายเห็นต่างกันได้อยู่เสมอ”

ส่วนที่มีข้อสังเกตว่า คณะกรรมการส่วนใหญ่เป็นคนของพรรคเพื่อไทย ทําให้สามารถคุมได้และจะส่งผลให้รัฐธรรมนูญออกมาไม่ชอบธรรมหรือไม่นั้น ภูมิธรรม ระบุว่า เป็นการมองในแง่ร้ายเกินไป และต้องให้ให้เกียรติคณะกรรมการที่มาด้วย เพราะที่เชิญมาก็เป็นบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า อดีตรองอัยการสูงสุด นักวิชาการก็มีชื่อเสียง ส่วนที่บอกว่าพรรคเพื่อไทยคุมได้ ก็ไม่เป็นความจริง เพราะทุกคนได้รับการยอมรับจากสังคม และเรื่องนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนทุกคน ทั้งนี้ ทุกคนมีเกียรติยศมากเพียงพอที่จะไม่เอาสิ่งเหล่านี้ ไปสร้างปัญหาเพื่อเสื่อมเสียเกียรติยศและชื่อเสียงของตัวเอง

“ส่วนการประชุมคณะกรรมการนัดแรกในวันนี้ เวลา 13.30 น. จะมีการพูดคุยเกี่ยวกับกรอบและไทม์ไลน์ของการทำงานที่ชัดเจนขึ้นว่า จะใช้เวลาเท่าไหร่ และนอกจากนี้ ยังมีหลายเรื่องที่จะพูดคุยกัน เช่น จะแก้ทั้งฉบับ แต่ยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 จะถือเป็นการแก้ทั้งฉบับหรือแก้ไขรายมาตรา แต่หากเป็นการแก้ไขรายมาตรา อาจจะต้องมีการยื่นแก้ไขมาตรา 256 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกัน” ภูมิธรรม ระบุ

list_of_committee_constitution_amendment_2017_faed7869cf.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์