เฟซบุ๊กเพจ 'ศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้าบางแห่งหนึ่ง' โพสต์ถึงประเด็น 'ธนาธร ต้องตอบคำถามกรณีซูเปอร์ดีล' จากข้อเขียนเรียกร้องของ รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์และหัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โดยเนื้อหาระบุว่า ในฐานะที่เป็น “โหวตเตอร์” คนหนึ่ง กรณีเกิดคำถามว่า คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ไปร่วมเจรจาซูเปอร์ดีลหรือไม่ เป็นคำถามที่ต้องให้คำตอบอย่างชัดเจน เพราะการนิ่งเงียบหรือหลบหลีกไม่ตอบคำถามนี้จะสั่นคลอนต่อความเชื่อมั่นในแนวทางของพรรค/นักการเมืองที่ผู้คนคิดว่าจะแตกต่างจากพรรคการเมืองดั้งเดิม
ในฐานะพลเมือง ผมคาดหวังจะเห็นการทำงานการเมืองที่ตรงไปตรงมา ไม่ใช่การ “เล่นการเมือง” ที่ใช้การเจรจาแบบลับ ๆ นอกจากสายตาของสาธารณะ หากพรรคก้าวไกลจะไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล, คุณพิธา ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี, ข้อเสนอ 112 ต้องตกไป ฯลฯ ก็ต้องทำให้เห็นว่าเป็นผลมาจากพลังอำนาจของฝ่ายอนุรักษ์นิยม และรัฐธรรมนูญที่วิปริต หากจะมีดีลลับระหว่างพรรคการเมืองอื่น ๆ นั่นก็เป็นแนวทางที่ไม่ควรต้องเข้าไปแปดเปื้อนด้วย
ถ้าไม่ได้ไป ก็ต้องปฏิเสธให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้คนมั่นใจว่าแนวทางการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยยังคงเดินไปอย่างโปร่งใส ถ้าไปจริง ก็ต้องอธิบายว่าอะไรคือเหตุผล อะไรคือเป้าหมายของการเจรจา แน่นอนถ้าเห็นว่าเป็นจังหวะก้าวที่ผิดพลาดก็ควรต้องยอมรับและเป็นบทเรียนต่อไปในภายภาคหน้า
โดยเนื้อหาระบุว่า ในฐานะที่เป็น “โหวตเตอร์” คนหนึ่ง กรณีเกิดคำถามว่า คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ไปร่วมเจรจาซูเปอร์ดีลหรือไม่ เป็นคำถามที่ต้องให้คำตอบอย่างชัดเจน เพราะการนิ่งเงียบหรือหลบหลีกไม่ตอบคำถามนี้จะสั่นคลอนต่อความเชื่อมั่นในแนวทางของพรรค/นักการเมืองที่ผู้คนคิดว่าจะแตกต่างจากพรรคการเมืองดั้งเดิม
ในฐานะพลเมือง ผมคาดหวังจะเห็นการทำงานการเมืองที่ตรงไปตรงมา ไม่ใช่การ “เล่นการเมือง” ที่ใช้การเจรจาแบบลับ ๆ นอกจากสายตาของสาธารณะ หากพรรคก้าวไกลจะไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล, คุณพิธา ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี, ข้อเสนอ 112 ต้องตกไป ฯลฯ ก็ต้องทำให้เห็นว่าเป็นผลมาจากพลังอำนาจของฝ่ายอนุรักษ์นิยม และรัฐธรรมนูญที่วิปริต หากจะมีดีลลับระหว่างพรรคการเมืองอื่น ๆ นั่นก็เป็นแนวทางที่ไม่ควรต้องเข้าไปแปดเปื้อนด้วย
ถ้าไม่ได้ไป ก็ต้องปฏิเสธให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้คนมั่นใจว่าแนวทางการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยยังคงเดินไปอย่างโปร่งใส ถ้าไปจริง ก็ต้องอธิบายว่าอะไรคือเหตุผล อะไรคือเป้าหมายของการเจรจา แน่นอนถ้าเห็นว่าเป็นจังหวะก้าวที่ผิดพลาดก็ควรต้องยอมรับและเป็นบทเรียนต่อไปในภายภาคหน้า




