ผู้สมัครฯ เหนือ-อีสาน โวย ‘รทสช.’ ไม่ดูแล

9 พ.ค. 2566 - 14:49

  • ร้าวมั้ย?! ‘ปรีชา’ ขนผู้สมัครฯ เหนือ-อีสาน ร้องหัวหน้า-เลขาฯ ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่ดูแล

  • จวกไม่รักษาสัญญา ทำหาเสียงลำบาก

  • ด้าน ‘หิมาลัย’ ผ่ากลางวง สวนนักการเมืองต้องพร้อม เพราะเสนอตัวมารับใช้ประชาชน

  • บอกพรรคฯ ไร้ทุน เพราะยึดมั่นอุดมการณ์ปกป้องชาติ รับใช้ประชาชน

Candidates_for_M_Ps_in_the_North_and_Northeast_SPACEBAR_Hero_8feac2bc7a.jpeg
ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดเลย เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ พาผู้สมัครฯ ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ประมาณ 10 คน มายังที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อร้องเรียนกรณีพรรคฯ ไม่ดูแลช่วยเรื่องการหาเสียง โดยเฉพาะ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรคฯ ที่ไม่ทำตามที่สัญญากันไว้ จึงอยากให้พรรคฯ ให้ความเป็นธรรมกับผู้สมัครฯ ในหลายจังหวัด เช่น จ.เลย กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ เพราะผู้สมัครเหล่านี้ มีความตั้งใจและปรารถนาดี จะไปรับใช้ประชาชน แต่การติดต่อประสานงานกับพรรคฯ กลับไม่ได้รับความเป็นธรรม 

ทั้งนี้ พรรคฯ บอกว่าจะดูแลตามกฏหมายเลือกตั้ง แต่ผู้สมัคร ส.ส.บางคน น่าสงสาร ต่อสู้มา แม้แต่เงินค่าน้ำมัน ค่าป้ายโฆษณาก็ไม่มี สุดท้ายถูกพรรคฯ ลอยแพ ไม่ได้รับการดูแลเหลียวแล ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ และหลายคนไม่กล้ามา เพราะใจไม่ถึง ตนจึงเป็นตัวแทนมาที่พรรคฯ และยืนยันว่ายังคงเดินหน้าทางการเมืองต่อ ยังสู้ เพียงแต่สิ่งที่รับปากกับประชาชนไว้ไม่สามารถทำได้ จึงขอโทษประชาชนด้วย 

“ที่ผ่านมาพรรคดูแลนิดหน่อย แต่ยังไม่ถึงตามที่กฎหมายเลือกตั้งกำหนดไว้ ซึ่งหัวหน้าพรรคยังไม่เคยพูดคุยกับเราเลย เลขาธิการพรรคส่งไลน์ไปก็ไม่อ่าน มันหมายความว่าอย่างไร เวลาที่ผมบอกว่าจะมาแถลงข่าวก็บอกว่าไม่ต้องมา ยืนยันมาด้วยความอึดอัดใจ แต่ไม่ได้ต้องการทำลายใคร” ปรีชา กล่าว

ส่วนเมื่อถามว่าการออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายจะส่งผลเสียต่อพรรคฯ หรือไม่นั้น ปรีชา กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนที่จะรู้ดีว่าพวกตนลงพื้นที่อย่างไร ส่วนตัวเป็นนักการเมือง เป็นอดีตรัฐมนตรี 2 กระทรวง ในชีวิตการเมืองไม่เคยเจอการเมืองแบบนี้ และถ้าสัญญาณที่ส่งไปวันนี้ผู้ใหญ่ของพรรคฯ ยังคงนิ่งเฉย ก็ไม่สนใจแล้ว เพราะสนใจแต่พี่น้องประชาชน 

“อยากส่งกระแสจิตให้ผู้ใหญ่ของพรรคทราบ อาจหูหนวก ตาบอดหรือไม่ได้ยิน ยืนยันพวกเราไม่ได้มาทำลายแต่มาด้วยใจ หลายคนไม่กล้ามาแต่พวกผมเดนตายไม่กลัวแล้ว ทุกอย่างโกหกคนอื่นได้แต่โกหกตัวเองไม่ได้” ปรีชา กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ ปรีชา กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินผ่าเข้ากลางวง แล้วบอกว่า ขออนุญาตในฐานะตัวแทนผู้ประสานงานพรรคฯ ขอสอบถามถึงข้อเรียกร้องที่จะมายื่น แต่ ปรีชา กล่าวว่า “ไม่มี”

จึงทำให้ หิมาลัย ชี้แจงว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมือง ซึ่งเป็นที่รวบรวมคนที่มีอุดมการณ์มีแนวคิดทางการเมืองเดียวกัน เพื่อให้นำนโยบายไปบอกประชาชนและในการทำพรรคด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม ผู้บริหารของพรรคฯ แต่ละคนมีชื่อเสียงของเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ พรรคไม่สามารถหาเงินนอกระบบหรือจากกลุ่มทุนใดๆ ได้ เพื่อให้พรรคมีความเป็นอิสระในการทำงาน รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง จึงอาจทำให้ไม่สะดวก หรือไม่เป็นไปในแนวทางที่ท่านต้องการ ทั้งนี้ จะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวเรียนผู้ใหญ่ในพรรคฯ ทราบต่อไป  

“ในการทำการเมืองนั้น พรรคการเมืองใดก็ตามมีนโยบายและอุดมการณ์ที่ชัดเจน และถ้าจะเป็นผู้แทนก็ควรจะพร้อมในทุกด้าน ถึงจะมาสมัครเป็นผู้แทน เนื่องจากหากจะไปรับใช้ประชาชนแล้วไม่มีความพร้อม จะยิ่งเป็นภาระให้ประชาชน ส่วนพรรคการเมืองก็ไม่ใช่สถาบันการเงิน ดังนั้น การดูแลทางด้านการเงินอาจไม่ครบถ้วน การมาร่วมงานกับพรรค ควรจะศึกษาอุดมการณ์และนโยบายว่า เข้ากับความคิดของท่านหรือไม่ ถ้าเข้าก็มาร่วมได้ส่วนด้านอื่นนั้น เราต้องการทำพรรคอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และโปร่งใส อยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และกรรมการการเลือกตั้ง เราจึงไม่มีงบฯ ในการใช้จ่ายอะไรนอกเหนือจากกติกา เพราะพรรคมีอุดมการณ์และอุดมคติ ปกป้องสถาบัน และรับใช้ชาติและประชาชน ที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมากมาย จึงขอเน้นย้ำผู้ที่ต้องการเล่นการเมืองทุกท่าน ต้องพร้อมจริงๆ ถึงจะมาเล่นการเมือง เพราะถ้าเล่นการเมืองคือการเสียสละเพื่อให้ประชาชน การเล่นการเมืองคือการเสนอตัวมารับใช้ประชาชน ไม่เป็นภาระให้ประชาชน” หิมาลัย กล่าว   

ด้าน สมชอบ นิติพจน์ ผู้สมัคร ส.ส. นครพนม เขต 4 ยืนยันว่า ไม่ได้มาเรียกร้องอะไรจากพรรคฯ เพียงแต่จะมาบอกว่าหลายยุทธศาสตร์ที่วางเอาไว้ไม่เป็นไปตามข้อตกลง เช่น การเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคฯ และแคนดิเดตนายกฯ ไปปราศรัยที่ภาคอีสาน จังหวัดนครพนม ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากพรรคฯ จนถึงทุกวันนี้ เมื่อกระบวนการหาเสียงไม่ครบ จึงเกิดความไม่มั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน จึงอยากออกมาขอโทษว่า ไม่สามารถทำได้ครบตามกระบวนการหาเสียง หากประชาชนยังรักก็ขอให้เลือกพรรคฯ และผู้สมัครฯ ของพรรคฯ เพื่อนำนโยบายที่ดีไปปฏิบัติ และส่วนตนขอยุติการหาเสียงในเขตไปก่อน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์