ปลากระป๋องไม่ตรงปก! 'ณัฐชา' เทโชว์-'ศุภมาส' ลงตรวจ

6 พ.ค. 2569 - 16:37

  • ‘ณัฐชา’ รับบท ‘นักสืบปลากระป๋อง’ เทโชว์เจอปลาไม่ตรงปก เหน็บ ‘กรมประมง’ บอกเป็นปลานิล ใช้ FishAI ตรวจสอบหรือไม่ สงสัย โรงงานผลิตอยู่ในพื้นที่แพร่ระบาด‘ปลาหมอคางดำ’ พร้อมส่งมหาลัยตรวจคู่ขนานรัฐบาล

  • ขณะ ‘ศุภมาส’ ลุยลงพื้นที่สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค สั่ง ‘สคบ.’ ติดตามเรื่องร้องเรียนใกล้ชิด ลุยตรวจทุกจังหวัด

ปลากระป๋องไม่ตรงปก! 'ณัฐชา' เทโชว์-'ศุภมาส' ลงตรวจ

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า ปลากระป๋อง ที่ระบุว่า เป็นปลาแมกเคอเรล หรือปลาซาดีน แต่เมื่อเปิดกระป๋องออกมากลับพบว่า เป็นปลาชนิดอื่น อาจเป็นปลาหมอคางดำหรือไม่  

โดยณัฐชา ได้นำปลากระป๋องชนิดอื่น ที่สุ่มซื้อจากพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครมา 2 กระป๋อง ซึ่งฉลากข้างปลากระป๋องระบุว่า เป็นปลาซาดีน แต่เมื่อเทออกมาแล้วนั้นพบว่า เป็นปลาชนิดอื่น อย่างไรก็ตาม การนำปลากระป๋องมาทดลองในวันนี้ เป็นคนละยี่ห้อกับยี่ห้อที่เป็นข่าว 

ณัฐชา เปิดเผยว่า มีการซื้อปลากระป๋องโดยฉลากด้านข้างระบุว่า เป็นปลาแมกเคอเรล หรือปลาซาดีน แต่เมื่อเปิดกระป๋องออกมาแล้ว เห็นเป็นปลาชนิดอื่น หากแอพพลิเคชั่นของกรมประมงใช้ได้เร็วกว่านี้ ก็คงถ่ายรูปมาแล้วจะขึ้นได้  ช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีการตรวจสอบ และเป็นกระแสในสังคมออนไลน์ว่า ปลาชนิดดังกล่าวเป็นปลาชนิดใดกันแน่  

มีการตั้งคำถาม 2 ประเด็นคือ ปลานิล ซึ่งองค์ประกอบโดยรวมครบองค์ประกอบ ที่เป็นปลานิล หรือเป็นปลาหมอคางคำ แต่ก็ไม่สามารถดูได้ด้วยเปล่า เนื่องจากปลาในกระป๋องมีการตัดหัวออกไป เพราะปลานิลและปลาหมอคางดำนั้น เป็นปลาที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน จะมีความต่างคือบริเวณแก้มของปลาหมอคางดำ จะมีแถบสีดำขึ้นมา ถ้าตัดหัวออกผ่าท้องขายแดดเดียว ก็แยกไม่ออกระหว่างปลานิล หรือปลาหมอคางดำ  

ส่วนเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค ก็ว่ากันไป ในเรื่องกระบวนการกฎหมายกับบริษัทที่ดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นออกมา ต้องดำเนินการ แต่สิ่งที่น่ากังวล คือเรื่องของสายพันธุ์ปลา ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า โรงงานผู้ผลิตในบริเวณเหล่านั้น เป็นพื้นที่การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ  

ผมไม่ได้บอกว่าปลาหมอคางดำน่ากลัว ทานไม่ได้ หรือแปรรูปไม่ได้ แต่บอกว่า ถ้าจะมีกระบวนการดำเนินการ แก้ไขปัญหาเรื่องปลาหมอคางดำอย่างหนึ่งอย่างใด ควรที่จะออกประกาศให้ชัดเจน และมีมาตรการรองรับให้ชัดเจน เพราะถึงแม้จะมีกระบวนการนำ หรือแอบนำไปแปรรูป ขั้นตอนขณะนี้ ก็ยังผิดกฎหมายอยู่ เพราะปลาหมอคางดำเป็นสัตว์คุ้มครองพิเศษ ห้ามโยกย้าย ห้ามแปรรูป หากไม่ได้รับการอนุญาต

ณัฐชา กล่าว 

ณัฐชา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องน่ากังวล เพราะเรามีมาตรการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แต่เราไม่มีวิธีการดำเนินการ เพื่อที่ให้ปลาหมอคางดำหมดลงไป และเพราะเหตุใดบริเวณโดยรอบพื้นที่ที่เป็นโรงงานผลิตปลากระป๋อง ยี่ห้อไหนก็แล้วแต่ บริเวณนั้นเป็นพื้นที่อันดับหนึ่งของการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ทั้งจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำลำดับต้นๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไข หรือพัฒนาปรับปรุงแก้ไขสถานการณ์นี้แต่อย่างใด  

จนถึงเหตุการณ์พบเจอเรื่องของปลาชนิดอื่น ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์แปรรูปของสัตว์น้ำ ควรหยิบยกขึ้นมาพูดคุย วันนี้มีการประกาศโดยกรมประมงว่า ปลาชนิดนี้ได้มีการตรวจสอบผ่านกระบวนการของกรมประมงแล้ว คือปลานิล แต่มีนักวิชาการกรมประมงออกมาให้ข่าวเมื่อช่วงสายว่า การพิสูจน์ปลาหมอคางดำหรือปลานิลนั้น ยังไม่ทราบว่ากรมประมงใช้วิธีใด มีการเทียบดีเอ็นเออย่างไร แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเหตุใด ทำไมบริษัทปลากระป๋องถึงต้องใช้ปลานิลจิ๋ว หรือปลานิลขนาดเล็ก  

ณัฐชา กล่าวอีกว่า ปลาหมอคางดำในช่วงที่มีการแพร่ระบาด และมีการกวาดล้างนั้น มาตรการในการกวาดรับซื้อของกรมประมงง ปลาหมอคางดำที่พบเจอคือขนาดประมาณ 2-3 นิ้ว จึงเป็นข้อสังเกตว่า สุดท้ายแล้วรัฐไทยแก้ไขปัญหาไม่ได้ มีการแอบหรือปกปิดกระบวนการในการทำลายปลาหมอคางดำในช่วงเวลาที่ผ่านมาหรือไม่  

ณัฐชา ย้ำว่า เราไม่นิ่งนอนใจ และจะติดตามการตรวจสอบของกรมประมงว่า สุดท้ายใช้วิธีใดในการตรวจสอบดีเอ็นเอ หรือใช้แอพพลิเคชั่นล่าสุด FishAI ท่านอาจจะใช้ถ่ายปลากระป๋องอันนี้ แล้วออกมาเป็นปลานิลหรือไม่ แต่พวกเรา สส. จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะจะเกิดผลกระทบ 2 ด้าน ทั้งทางผู้ประกอบการที่ทำถูกต้อง ทำดีมาตลอดจะได้รับผลกระทบด้วย ต้องให้ความเป็นธรรมกับกลุ่มผู้ผลิตปลากระป๋องที่ผลิตถูกต้องตามกระบวนการ และเป็นแบรนด์ที่เชื่อถือได้อยู่ในพื้นที่เช่นกัน  

แต่วันนี้ได้รับผลกระทบแล้ว ส่วนแบรนด์ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน หรือแบรนด์ที่มีปัญหานั้น ในสื่อบอกว่าเก็บหมดแล้ว แต่ 2 กระป๋องนี้เป็นเพียง 2 กระป๋องในหนึ่งลัง ที่ทาง สส. ได้ไปหาซื้อมาจากร้านค้าทั่วไปในพื้นที่ และตรวจสอบพบว่า มีอีกหลายแบรนด์ที่มีการสุ่มเปิดมาแล้วเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้เข้มงวดกวดขันมากกว่านี้ และเราจะส่งปลากระป๋องที่เหลือไป ให้นักวิจัยตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นการตรวจสอบคู่ขนานกับการตรวจสอบของรัฐบาลต่อไป 

ขุณะที่ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะ พร้อมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และคณะกรรมการอาหารและยา  (อย.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อตรวจสอบและติดตามจากกรณีที่กระแสสังคมออนไลน์มีข้อกังวลเกี่ยวกับส่วนผสมปลากระป๋อง ที่มีการเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นปลาชนิดอื่นแทนปลาแมคเคอเรล ตามที่ได้รับอนุญาต และแสดงบนฉลากสินค้า  

โดยศุภมาส กล่าวว่า  รัฐบาลนำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่นิ่งนอนใจต่อสิ่งที่ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน แม้ในกรณีดังกล่าวทางผู้ประกอบการ จะมีการเยียวยาแก่ผู้เสียหายเบื้องต้นแล้ว  เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำ และคืนความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องมีการตรวจสอบ และติดตามข้อเท็จจริง เพื่อความปลอดภัยทั้งร่างกาย และทรัพย์สินของผู้บริโภค 

ก่อนหน้านี้ ทาง อย. และ สสจ.สมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานต้นเหตุ พบว่าสถานที่ผลิตไม่ผ่านหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) และพบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ใช้ปลาชนิดอื่น ไม่ตรงตามฉลากที่แสดงบนบรรจุภัณฑ์ ถือว่าเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522  ฐานผลิตอาหารปลอม โทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท และฐานแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท 

ในนามของรัฐบาล ขอเน้นย้ำว่า ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คือหัวใจสำคัญของการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เราจะดำเนินการทุกมาตรการเพื่อรักษามาตรฐานดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับสินค้า และบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย มีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณา และชดเชยความเสียหายจากการใช้สินค้าหรือบริการดังกล่าว ตามสิทธิขั้นพื้นฐาน ของ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค

 ศุภมาส ย้ำ

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือบริการ  สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 หรือร้องทุกข์ผ่านทางแอปพลิเคชัน OCPB connect และ เว็บไซต์ocpb.go.th สำหรับในส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น สามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์