‘ส.ว.อุปกิต’ ลั่นจะสู้จนถึงที่สุด ยันไม่ได้หลบหนี ปมพัวพันคดีฟอกเงิน

28 มี.ค. 2566 - 18:07

  • ‘ส.ว.อุปกิต’ ลั่นจะสู้จนถึงที่สุด จนกว่าจะได้รับความยุติธรรม ยันไม่ได้หลบหนี ปมพัวพันคดีฟอกเงิน

the_case_of_sen_upakit_pachariyangkun_almost_done_SPACEBAR_Thumbnail_c411fedee8.jpeg
‘อุปกิต ปาจรียางกูร’ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เปิดเผยถึงการเข้าพบพนักงานสอบสวนกรณีถูกกล่าวหาดำเนินคดีและสื่อมวลชนหลายสำนักนำเสนอข่าว เป็นการชิงมอบตัว โดยยืนยันว่า ไม่ใช่การไปมอบตัว เพราะในข้อเท็จจริงเป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไปว่า ‘รังสิมันต์ โรม’ และ ‘อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์’ กล่าวหาตนและเข้าไปให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน รวมถึงพยายามสร้างกระแสเพื่อเร่งรัดกระบวนการยุติธรรม จึงเป็นสิทธิโดยชอบของตนที่จะเดินทางไปชี้แจงข้อเท็จจริง และแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมจะให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรม เพื่อปกป้องเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ของตนเองและวงศ์ตระกูล 
 
‘ส.ว.อุปกิต’ ยังบอกอีกว่าหลังเข้าพบรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน มีเพียงข้อหา สมคบกันฟอกเงิน , ร่วมกันฟอกเงิน และมีส่วนร่วมใน องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และไม่มีข้อหาค้ายาเสพติดแต่อย่างใด 
 
“ผมเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ขอยืนยันว่า ไม่มีการหลบหนี จะสู้จนถึงที่สุด จนกว่าจะได้รับความยุติธรรมกลับมา”  
 
‘ส.ว.อุปกิต’ ยังระบุว่าการเข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวน เขาได้นำพยานหลักฐานที่เป็นเส้นทางการเงินเทียบเคียงกับคดี ‘นาย ดีน ยัง จุลธุระ’  ลูกเขย ไปชี้แจงให้เห็นว่า ในช่วงปี 2563 ขณะสถานการณ์โควิด- 19 ระบาดหนัก มีการปิดด่านท่าขี้เหล็ก ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ตามปกตินั้น นอกจาก บริษัทอัลลัวร์กรุ๊ป (พีแอนด์อี) ที่ต้องโอนเงินผ่านผู้รับบริการโอนเงินฝั่งเมียนมา เพื่อชำระค่าไฟฟ้าให้กับ กฟภ. แล้ว ยังมีบริษัทชั้นนำของไทยที่เข้าไปทำธุรกิจในเมียนมาอีกหลายบริษัท ใช้บริการรับโอนเงินจากบัญชีผู้รับบริการโอนเงินเจ้าเดียวกันและผู้รับโอนเงินนั้นก็ใช้บัญชีเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าเป็นบัญชีเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ในคดีจับกุมลูกเขยตนเช่นเดียวกัน แต่ทำไมไม่มีการกล่าวโทษด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์