‘กฤษฎีกา’ ผุดไอเดีย ‘คนไทย’ ต้องมีเงิน 50 ล้านบาท ถึงจะเข้า ‘กาสิโน’ ได้

18 ก.พ. 2568 - 10:42

  • ‘กฤษฎีกา’ ผุดไอเดีย ‘คนไทย’ ต้องมีเงิน 50 ล้านบาท ถึงจะเข้า ‘กาสิโน’ ได้ เหตุไม่อยากให้คนไทยหมกหมุ่นกับการพนัน

  • แจงร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ อยู่ระหว่างรับฟังความเห็น

  • ชี้หาก ปชช. ไม่เห็นด้วย อยู่ที่รัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าต่อหรือไม่

casino_laws_18_feb_2025_SPACEBAR_Hero_f8945fcb22.jpg

การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา วันนี้ (18 ก.พ.) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับถ้อยคำ ร่าง พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) ว่า ขณะนี้การพิจารณาอยู่ในวาระที่ 2 ส่วนร่างที่เสร็จไปเบื้องต้นพิจารณาในหลักการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในช่วงการรับฟังความคิดเห็นทั่วไป สามารถแสดงความคิดเห็นกันได้และเราจะเอาไปประกอบการพิจารณาในวาระที่ 2 ต่อไป พร้อมเชื่อว่าจะพิจารณาร่างกฎหมายได้ทันกรอบเวลา 50 วัน ตามที่ ครม. กำหนด 

โดยตอนนี้ ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงแล้ว มี กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ส่วนอำนาจของซุปเปอร์บอร์ดยังเหมือนเดิมหรือไม่ ปกรณ์ กล่าวว่า อำนาจและหลักการยังคงเดิมอยู่ แต่มีการใส่รายละเอียดลงไปในกระบวนการต่างๆ เช่น กระบวนการขออนุมัติ ขออนุญาต แผนการลงทุนต่างๆ ว่าจะต้องทำอย่างไร

ส่วนที่มีข้อมูลว่า คณะกรรมการกฤษฎีกามีการวางหลัก ว่าคนไทยที่จะเข้าไปเล่นจะต้องมีเงิน 50 ล้านบาท ถือเป็นการป้องกันใช่หรือไม่ เลขาฯกฤษฎีกา ระบุว่า เป็นไอเดียเบื้องต้น ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เป็นตัวเลือกเบื้องต้นเท่านั้น

ส่วนแนวคิดดังกล่าว เป็นการแก้ข้อครหาที่ไม่ให้คนไทยถูกมอมเมาใช่หรือไม่ เลขาฯกฤษฎีกา อธิบายว่า จริงๆ เราไม่อยากให้ประชาชนเข้าไปหมกมุ่นในเรื่องนี้อยู่แล้ว เราไม่ได้เอาเรื่องพนันเป็นหลัก เพราะสถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นคิดว่าถ้าเราใส่ตรงนั้นแน่นๆ อาจจะเป็นการป้องกันไม่ให้คนไทยเข้าไปเล่น หรือถูกมอมเมาต่างๆ ได้ ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้น ไม่ได้เน้นเรื่องการพนันเท่าไหร่

เลขาฯกฤษฎีกา ยังอธิบายว่า  ขั้นตอนที่การรับฟังความคิดเห็นในหลักการมี 2 เรื่องที่คล้ายๆ กัน คือ การรับฟังความคิดเห็น และการทำประชามติ ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นเป็นการนำไปประกอบการพิจารณาของฝ่ายนโยบายว่าเมื่อรับฟังความคิดเห็นแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อไป 

ต่างจากการทำประชามติ ซึ่งประชามติเมื่อมีความคิดเห็นอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น ต้องแยกกันให้ออก อย่าเอาไปปนกัน ตอนนี้สังคมเอาไปปนกันหมดเลย ทั้งเรื่องการรับฟังความคิดเห็นและการทำประชามติ เมื่อถามว่าหากคณะกรรมการกฤษฎีการับฟังความคิดเห็นแล้วประชาชนไม่ไม่เห็นด้วย รัฐบาลยังเดินหน้าได้ใช่หรือไม่ เลขาฯกฤษฎีกา ตอบว่า แล้วแต่รัฐบาลและสภาจะพิจารณาอย่างไร จะแก้อย่างไรตามที่เห็นสมควร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์