ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินของตนเองที่ 1 ในนั้นมี พระเครื่องและอาวุธปืนจำนวน 23 กระบอก ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของประชาชนในเวลานี้ว่า กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย อาจจะมีมาตรการเกี่ยวข้องกับปืน ถ้ามีเยอะจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น บางคนมีอาวุธปืนไว้ไม่ได้ทำร้ายใคร อาจจะมีไว้เพื่อสะสม ต้องตรวจสอบทั้งหมด หากกฎหมายบอกให้คืน ก็พร้อมยินดี ส่วนอาวุธปืน มีไว้เพื่อสะสม เพราะเวลาไปในสถานที่ต่างๆ ปืนในแต่ละสถานที่ก็จะมีรูปแบบที่มีความสวยงาม
เมื่อถามว่า ขณะที่พระเครื่องที่สะสมจะเป็นการขัดต่อศาสนาที่นับถือหรือไม่ ชาดา กล่าวว่า ในจังหวัดอุทัยธานี มีชาวมุสลิมไม่มาก ส่วนตัวอาศัยอยู่หลังวัด และมีความสนิทสนมกับเซียนพระ มีความชอบตั้งแต่เด็ก และได้สะสมพระเครื่องมาตั้งแต่สมัยเป็นนายกเทศมนตรีจังหวัดอุทัยธานี พร้อมย้ำว่า ไม่ได้ยื่นบัญชีมาเพื่อตกแต่งบัญชี อีกทั้งสะสมไว้เพื่อไม่ให้ใครเช่า แต่มาชื่นชมกันได้ และเป็นมรดกตกทอดไปยังลูกหลาน และย้ำว่า ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบแล้วทุกองค์
“การสะสมพระเครื่องของผมไม่ได้เกี่ยวกับการกราบไหว้บูชา สะสมเพราะเป็นของชอบ ต้องแยกแยะระหว่างของมงคล กับเรื่องศาสนาเป็นคนละประเด็นกัน ศาสนาทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี” ชาดา กล่าว
ชาดา ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดทำบัญชีผู้มีอิทธิพล หลังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จัดทำรายชื่อกว่า 700 รายว่า ได้นำรายชื่อมาทำใหม่ ดูพฤติกรรม สิ่งที่กระทำความผิด และบริวาร รวมถึงข้อมูลที่ประชาชนร้องเรียนมา ตามเบอร์ 088-8878888 เพราะในอดีต เคยผ่านการบริหารจัดการเรื่องนี้มาแล้ว แต่มีเพียงการส่งรายชื่อมาเท่านั้น จึงไม่มีประโยชน์อะไร ทั้งนี้ขอให้การส่งข้อมูลมา เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง อย่ากลั่นแกล้งกัน สำหรับรายชื่อที่กระทรวงต่างๆ และบุคคลทั่วไป ส่งมาให้ก็จะผ่านการกลั่นกรองอีกครั้ง
เมื่อถามถึงการจัดระเบียบตามกลุ่มสี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า สีแดงคือคนที่กระทำความผิดอยู่ในปัจจุบัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องติดตามดำเนินการอยู่แล้ว อาจยังจับกุมไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน แต่ครั้งนี้จะลงไปทั้งระบบแบบบูรณาการอย่างเข้มข้น ทั้งอาณาจักรไม่ใช่เพียงตัวอย่างเดียว แต่จะมีหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงเข้าไป มีเรื่องการตรวจสอบภาษี เรื่องเกี่ยวกับการฮั้วประมูล จะเข้าไปตรวจสอบดำเนินการตัดรากถอนโคน จึงขอฝากว่าคนที่คิดไม่ดีคิดไม่ถูกต้องรังแกประชาชนอยู่ ขอให้เลิก มิเช่นนั้นจะเจอกับการตรวจสอบทั้งระบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน ส่วนกรอบระยะเวลาในการดำเนินการรวบรวมข้อมูลนั้น ยอมรับว่าใช้เวลาพอสมควร ขณะนี้ยังคงรอหน่วยงานอื่นๆส่งข้อมูลมาเพื่อจะรวบรวม คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือนจึงจะเริ่มปฏิบัติการเข้มข้นไปเรื่อยๆ




