ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยแนวทางการรับมือน้ำท่วม หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตรียมเข้าสู่ฤดูฝนในวันที่ 22 พ.ค.66 ว่า กรุงเทพมหานครได้ลงพื้นที่มาตลอดระยะเวลา 1 ปี ได้มีการทำลิสต์แมป คือ จุดพื้นที่ความเสี่ยง เอาบทเรียนจากปีที่แล้ว ก็จะมีในระดับเขต และในระดับสำนัก หลายๆ อย่าง เราเห็นความคืบหน้ามาเยอะแล้ว งบประมาณที่ลงไปหลายโครงการก็น่าจะเสร็จ และมีบางโครงการที่ยังรองบประมาณอยู่ แต่ก็เชื่อว่าสถานการณ์ก็น่าจะดีขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น เขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เสร็จไปหลายจุดแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่เสร็จ 100% แต่เชื่อว่า จุดที่เสร็จแล้ว จะทำให้เรามีทรัพยากรเหลือ เน้นจุดที่ยังไม่เสร็จได้ ก็คิดว่า ก็คงไม่ประมาท จะเฝ้าระวัง และมีการตรวจติดตาม คิดว่าน่าจะรับมือได้กว่าปีที่แล้ว ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องเป็นห่วงควบคู่กันไปคือ ภัยแล้ง เพราะเมื่อดูจากพยากรณ์ที่มีมา น้ำจะน้อยกว่าปกติประมาณ 5% ในช่วง 3 เดือนแรกของฤดูฝน อย่างตรงเขตลาดลาดกระบัง มีการทำฝายกั้นน้ำเพิ่มขึ้นไปแล้ว อย่างน้อยมีน้ำให้พี่น้องทำเกษตรกร หรือตามสวนสาธารณะต่างๆ น้ำที่ต้องดูแลต้นไม้ในสวน เช่น สวนเบญจกิติ ต้องใช้น้ำจำนวนมาก ต้องคิดเผื่อน้ำไว้ตลอดเวลา ต้องคิดทั้งสองมุม ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง
ชัชชาติ ยอมรับว่า ขยะยังเป็นเรื่องใหญ่ มีปัญหาเรื่องการจัดเก็บที่ไม่ดี ในเขตชั้นนอก เช่น สายไหม มีนบุรี หนองจอก เพราะว่าเป็นเขตที่มีประชากรย้ายไปอยู่เยอะ เพราะฉะนั้นตอนนี้ได้มีการปรับใหญ่ เช่นเอารถขยะที่ในเมืองอาจจะมีเกิน เอาไปช่วยนอกเมืองมากขึ้น เรามีรถขยะอยู่ 100 กว่าคันที่ไม่มีคนขับ อาจจะต้องจ้าง Outsource คนขับมาเพิ่ม เราคงไม่อยากเพิ่มพนักงาน เพราะจะเป็นภาระในระยะยาว บางอย่างที่เราสามารถ Outsource ได้ ก็ Outsource ขณะเดียวกันเราก็ดำเนินการเรื่องแยกขยะ เพราะขยะเป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญ
นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการลดจุดเสี่ยงน้ำท่วม จุดเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน โดยการเพิ่มทางม้าลายหลายร้อยจุด การปรับปรุงแสงสว่างทั่ว กทม.รวมถึง การนำสายสื่อสารลงดินซึ่งต้องประสานกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ส่วนโครงการก่อสร้าง จะมีการเปิดใช้สะพานข้ามแยก ณ ระนอง สิ้นเดือน พ.ค.นี้ รวมถึงอุโมงค์แยกรัชดา-ราชพฤกษ์ หรือ อุโมงค์ท่าพระ จะซ่อมเสร็จภายในวันที่ 20 มิ.ย.นี้
ชัชชาติ ยอมรับว่า ขยะยังเป็นเรื่องใหญ่ มีปัญหาเรื่องการจัดเก็บที่ไม่ดี ในเขตชั้นนอก เช่น สายไหม มีนบุรี หนองจอก เพราะว่าเป็นเขตที่มีประชากรย้ายไปอยู่เยอะ เพราะฉะนั้นตอนนี้ได้มีการปรับใหญ่ เช่นเอารถขยะที่ในเมืองอาจจะมีเกิน เอาไปช่วยนอกเมืองมากขึ้น เรามีรถขยะอยู่ 100 กว่าคันที่ไม่มีคนขับ อาจจะต้องจ้าง Outsource คนขับมาเพิ่ม เราคงไม่อยากเพิ่มพนักงาน เพราะจะเป็นภาระในระยะยาว บางอย่างที่เราสามารถ Outsource ได้ ก็ Outsource ขณะเดียวกันเราก็ดำเนินการเรื่องแยกขยะ เพราะขยะเป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญ
นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการลดจุดเสี่ยงน้ำท่วม จุดเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน โดยการเพิ่มทางม้าลายหลายร้อยจุด การปรับปรุงแสงสว่างทั่ว กทม.รวมถึง การนำสายสื่อสารลงดินซึ่งต้องประสานกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ส่วนโครงการก่อสร้าง จะมีการเปิดใช้สะพานข้ามแยก ณ ระนอง สิ้นเดือน พ.ค.นี้ รวมถึงอุโมงค์แยกรัชดา-ราชพฤกษ์ หรือ อุโมงค์ท่าพระ จะซ่อมเสร็จภายในวันที่ 20 มิ.ย.นี้



