‘ชัยชนะ’ ยันทำตามกฎหมาย ปมลุย รพ.ตำรวจ จวก ‘สมศักดิ์-วิญญัติ’ ปกป้อง ‘ทักษิณ’ สุดชีวิต

23 ธ.ค. 2566 - 11:24

  • ‘ชัยชนะ’ ฟาด ‘สมศักดิ์-วิญญัติ’ หลังขู่ฟ้อง ปมเตรียมบุกชั้น 14 เช็ก ‘ทักษิณ’ เหน็บปกป้องสุดชีวิต

  • ลั่นไม่กลัวถูกฟ้อง เชื่อหากซื่อสัตย์สุจริตทำตามอำนาจที่มีกฎหมายจะคอยคุ้มครอง

  • เผยอยู่ระหว่างทำหนังสือถึง ‘ราชทัณฑ์-รพ.ตำรวจ’ ขออนุญาตเข้าตรวจสอบ ชี้ถ้าไม่อนุญาตต้องตอบสังคมให้ได้

Chaichana_blames_Somsak_Winyat_for_protect_Thaksin_with_all_their_life_SPACEBAR_Hero_d856ff5488.jpg

ภายหลัง สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร จะไปศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลตำรวจ ในเรื่องวิธีการ ขั้นตอน และมาตราการดูแลผู้ต้องขัง กรณีเข้ารับรักษาตัว รวมถึงเรื่องของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่ามีอาการป่วยจริงอย่างไร ก็ต้องระวังถูกฟ้อง รวมไปถึงกรณีที่ วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวทักษิณ ประกาศจะดำเนินการฟ้องร้องคนที่ต้องการให้เปิดเผยข้อเท็จจริงถึงอาการป่วยของทักษิณ โดยอ้างว่า เข้าข่ายกระทำความผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิของผู้ป่วยและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงนั้น

เรื่องนี้ ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธาน กมธ.การตำรวจ ได้ออกมาตอบโต้ทั้งสองแบบมัดรวมกันทีเดียวว่า ทั้งสองกรณีมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือต้องการปกป้องสุดชีวิต และปกปิดไม่ให้สาธารณชนรับรู้ โดยให้เข้าใจเอาเองว่าทักษิณ ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล และกลายเป็นชุดความคิดที่จะสะกดจิตคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้น การที่ทางคณะกรรมาธิการฯ จะเดินทางไปดูงานที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อสอบถามถึงมาตรฐานการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขัง และสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้กับคนไทย ในวันที่ 12 มกราคม 2567 ถือเป็นการทำหน้าที่แทนปวงชนชาวไทยที่ได้รับเลือกมาตามระบอบประชาธิปไตย

นอจากนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 129 ได้รับรองการกระทำของคณะกรรมาธิการแต่ละชุด ในการสอบหาข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่า ทางคณะกรรมาธิการการตำรวจ มีอำนาจหน้าที่อย่างถูกต้องในการดำเนินการดังกล่าว เพราะฉะนั้น ต้องขอบคุณสมศักดิ์ และวิญญัติ ในความปรารถนาดีที่เป็นห่วงกลัวว่า คณะกรรมาธิการฯ และประชาชนที่ต้องการทราบข้อเท็จจริง จะกระทำผิดกฎหมาย เพราะเชื่อว่า หากกระทำการโดยอาศัยอำนาจที่มีตามกฎหมายอย่างซื่อสัตย์สุจริตและตรงไปตรงมาแล้ว ก็จะมีกฎหมายและข้อเท็จจริงคอยคุ้มครองบุคคลเหล่านั้น ให้รอดจากภยันตรายและโทษทางกฎหมาย

แต่ถ้าหากว่า รู้ทั้งรู้ว่าข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นอย่างไร ก็แต่ยังดันทุรังเพื่อช่วยเหลือให้บุคคลคนหนึ่งมีสิทธิมากกว่าคนอื่นๆ จนกลายเป็นคนไม่เท่ากันแล้ว นอกจากจะทำให้เกิดความไม่สบายใจกับตนเองแล้ว ยังจะทำให้ส่วนรวมขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทยด้วย

ผมก็ไม่ได้แปลกใจที่ทั้งรองนายกฯ สมศักดิ์ และนายวิญญัติ จะใช้วิธีการฟ้องปิดปากกับทางคณะกรรมาธิการฯ และประชาชนที่ต้องการทราบว่า นายทักษิณอยู่ที่ไหน และทำไมยังรักษาตัวไม่หาย และผมคิดว่า บุคคลทั้งสอง ควรจะคำนึงประเด็นสงสัยของประชาชนขณะนี้ มีหลายข้อสงสัยที่ทางคณะกรรมาธิการฯ จะต้องหาคำตอบให้ได้ เช่น ตกลงแล้วนายทักษิณป่วยหนักจริงหรือไม่ ทำไมได้เอกสิทธิ์และอภิสิทธิ์เหนือนักโทษคนอื่น ตกลงแล้วนายทักษิณ จะได้กลับเข้าไปเรือนจำเพื่อชดใช้ความผิดหรือไม่

ส่วนกำหนดการดูงานและสอบหาข้อเท็จจริงที่โรงพยาบาลตำรวจ ในวันที่ 12 มกราคมนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนทำหนังสือถึงกรมราชทัณฑ์และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยถือว่าเป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายให้อำนาจไว้ ไม่ได้กระทำการเกินเลยแต่อย่างใด ซึ่งเป็นหน้าที่ของทางโรงพยาบาลตำรวจและกรมราชทัณฑ์ เองว่าจะตอบรับให้ทางคณะกรรมาธิการฯ เข้าไปดูงานและตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ เพราะหากไม่อนุญาต ทางโรงพยาบาลตำรวจ, กรมราชทัณฑ์ และผู้เกี่ยวข้องต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ โดยเฉพาะข้อสงสัยของประชาชน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์