ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และประธานกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงเครือข่ายน้ำมันเถื่อนว่า ขอชื่นชมกองบัญชาการสอบสวนกลาง และการทำงานของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ติดตามจับกุมเรือน้ำมันเถื่อนของกลางกลับมาได้
แต่เรื่องเรือน้ำมันเถื่อน ยังมีผู้กระทำความผิดอีกหลายคน อยากให้ตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะนี่คือผลประโยชน์ของประเทศชาติ หากไม่จริงจังผลการปราบปรามน้ำมันเถื่อน ประเทศชาติก็จะเสียหายอีกเยอะ และขอให้ติดตามให้ดีเนื่องจากว่ามีตำรวจเกี่ยวข้องอีกหลายคน
พร้อมฝากให้ไปตรวจสอบ รองฯ ที่อักษรย่อ ‘ส.’ ตอนนี้ไม่ทราบว่า ตำแหน่งอยู่ที่สงขลา หรือสุราษฎร์ธานี แต่ทราบว่า บ้านพักอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอเมือง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรือน้ำมันเถื่อนอยู่ แต่เป็นคนละเคสกับที่จับกุมได้ไปก่อนหน้านี้ พร้อมยอมรับ เป็นรายใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการค้าน้ำมันเถื่อน และรองผู้กำกับตำรวจน้ำ ส. ไปเกี่ยวข้อง
เมื่อวาน มีการรายงานมาถึงตนว่า มีเรือต้องสงสัย จอดอยู่น่านน้ำแม่น้ำปากพนัง 3 ลำ มีเรือลำหนึ่งชื่อ เฟื่องฟ้า ขอให้ไปตรวจสอบดูว่าเรือลำดังกล่าว เกี่ยวข้องกับน้ำมันเถื่อนหรือไม่
เมื่อถามย้ำว่าเจ้าของเรือเป็นผู้มีอิทธิพลขนาดไหน ชัยชนะ กล่าวว่า ไม่ทราบมีอิทธิพลขนาดไหน แต่รองผู้กำกับ ส. เป็นผู้เกี่ยวข้อง
จี้ ‘นายกฯ’ เอาให้ชัดเปิดผลสอบ ‘บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก’ ไม่ใช่แค่ให้กลับ ‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ แต่เชื่อไม่ใช่ ‘เกี๊ยะเซี๊ยะ’
ชัยชนะ ยังกล่าวถึงการกลับเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล หลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีความขัดแย้งกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งขึ้นมา ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
คิดว่าเมื่อวานนี้ เป็นการแถลงว่ามีคำสั่งให้กับ ผบ.ตร. กลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในส่วนของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้มีการบอกว่า กลับไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อ 18 เมษายน แต่ยังมีคำสั่งให้ออกจากราชการ เพราะฉะนั้น สิ่งที่คณะกรรมการยังไม่แถลงก็คือ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เพราะเมื่อวานนี้ที่มีการแถลง เป็นเพียงให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกลับไปรับตำแหน่งเท่านั้น ฉะนั้น ต้องรอผลจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่จำได้ว่า นายกรัฐมนตรีบอกว่า ในส่วนของคดีอาญา ให้ไปจัดการกันเอง เพราะฉะนั้น วันนี้ประชาชนรอคอยเพียงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ส่วนการที่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และให้ทั้ง 2 คน ไปช่วยราชการไว้ก่อน เป็นเหมือนการเกี๊ยะเซียะกันหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่ได้มองว่าเกี๊ยะเซียะ แต่มองว่าคณะกรรมการชุดนี้ที่มี พล.ต.อ.วินัย ทองสอง และ ฉัตรชัย พรหมเลิศ ก็ต้องมาชี้แจงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กับสังคมได้ทราบ คิดว่าสังคมก็ติดตามเรื่องนี้อยู่แล้วว่าจะจบอย่างไร และคิดว่าเร็ว ๆ นี้คณะกรรมการจะออกมาแถลงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้ทราบ
ช่วงเวลานั้น นายกรัฐมนตรีต้องให้มาช่วยราชการทั้งคู่ ถ้าไม่มาช่วย ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นกับองค์กร ส่วนความจริงที่ทุกคนต้องการทราบมากกว่าการกลับไปปฏิบัติราชการคือ ข้อเท็จจริงในการสอบสวนเป็นอย่างไร
ส่วนเรื่องนี้ จะแก้ปัญหาความขัดแย้งในองค์กรตำรวจได้หรือไม่นั้น ชัยชนะ มองว่า ความขัดแย้งทุกองค์กรมีหมด ในองค์กรตำรวจก็มี แต่เมื่อวานหลังจากมีคำสั่งให้กลับไปทั้งคู่ ก็ได้มีการกำชับว่าห้ามไปสร้างความขัดแย้งภายในองค์กรอีก
เพราะเวลาขัดแย้งกัน บุคคลจะจบด้วยการเกษียณอายุราชการ แต่องค์กรยังอยู่ เพราะฉะนั้น ขออย่าทำลายองค์กรเลย องค์กรเป็นองค์กรที่ต้องอยู่ไปอีกนาน เราก็มีระยะเวลาทำงานภายในองค์กร ผมคิดว่าความขัดแย้งภายในองค์กรตำรวจก็ต้องยุติเรื่องความขัดแย้ง สิ่งที่ตำรวจต้องทำคือเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน
ทั้งนี้ ในฐานะกรรมาธิการตำรวจ ได้ติดตามเรื่องนี้อยู่ตลอด แต่เมื่อมีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ก็ต้องรอคณะกรรมการพิจารณาสรุปให้เสร็จก่อน และคิดว่านายกรัฐมนตรีก็คงจะมีคำตอบอยู่แล้ว คณะกรรมการคงต้องรายงานนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว




