ปม ‘ตั๋วตำรวจผู้กำกับ’ หรือ ‘ตั๋วเพื่อไทย’ ยังไม่หายไปไหน วันนี้ ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน กมธ. ได้มีการพิจารณากรณีที่ปรากฏข่าวนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับการ เป็นเหตุให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่า อาจมีการใช้อำนาจก้าวก่าย หรือแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยทาง กมธ.ได้เชิญนายกรัฐมนตรีมาชี้แจง ขณะที่นายกฯ ได้มอบหมายให้ สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนเข้าชี้แจงแทน
ในช่วงต้นของการประชุม ชัยชนะ กล่าวว่า กรณีที่พิจารณากันอยู่นี้ ไม่ใช่ความผิดตามเอกสาร แต่เป็นการพูดภายใต้จิตสำนึกสั่งการผ่านสมอง ด้วยถ้อยคำของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอง ซึ่งผู้ที่จะชี้แจงได้ดีที่สุด ก็คือนายกรัฐมนตรี
แต่เนื่องจากนายกรัฐมนตรีติดภารกิจที่สำคัญยิ่งกว่าประเทศชาติ คือการสัมมนาพรรคเพื่อไทย จึงได้มอบหมายรองนายกรัฐมนตรีมาในวันนี้ ก็หวังว่าจะได้ชี้แจงตามประมวลกฎหมายตามที่จะพูดได้ หากท่านไม่ว่างมารัฐสภา กมธ. จะไปเจอท่านที่ทำเนียบรัฐบาลเอง เพื่อถามว่าสิ่งที่พูดผ่านจิตใต้สำนึกและเปล่งวาจาออกมาได้ยั้งคิดหรือไม่
— ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์, ประธาน กมธ.การตำรวจ
ด้าน สมศักดิ์ ตอบชี้แจงว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ไม่ได้ทำได้ด้วยความอยากจะตั้งใครก็ตั้ง เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดกรอบและแนวทางเอาไว้ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ จะต้องคำนึงถึงหลักคุณธรรม ความประพฤติ ความสามารถ ความเหมาะสม ข้าราชการการเมืองไม่สามารถไปแทรกแซงหรือก้าวก่ายกระบวนการโยกย้ายได้ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจกฎหมายเท่านั้น
ในส่วนคำพูดของนายกรัฐมนตรี หากวิพากษ์วิจารณ์กันไป อาจตีความได้หลายแง่ แล้วแต่การพิจารณา แต่ตนเองได้นำข้อมูลเชิงหลักการมาให้เกิดความกระจ่างชัดแล้ว โดยนายกรัฐมนตรี และ สส.ก็ได้พูดในภาพรวมถึงความต้องการแก้ปัญหายาเสพติด และปัญหาหนี้นอกระบบ นายกฯ จึงกดดันให้หาคนดีมีคุณธรรม และมีความขาวสะอาดมาแก้ไขปัญหา
นายกรัฐมนตรีจึงตอบว่า ท่านเองไม่สามารถตอบสนองทุกคนได้หมด แต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ลงลึกว่าจะต้องเป็นบุคคลใด เพียงแต่พูดในภาพรวมว่าต้องการคนดีมีศีลธรรมมาแก้ปัญหาอย่างเอาจริงเอาจัง ส่วนผู้คนจะคิดอย่างไร ก็อยู่ที่ข้อเท็จจริง ซึ่งต้องพิสูจน์ทราบในระบบกฎหมายในวันข้างหน้า
— สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี
จากนั้น ณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. สอบถามว่า รัฐบาลยังมี ‘ระบบตั๋ว’ อยู่หรือไม่ และเหตุใดระดับนายกรัฐมนตรีจึงได้กล่าวว่า มีทั้ง ‘ผู้สมหวัง และ ไม่สมหวัง’ ในเรื่องของการแต่งตั้งตำรวจในระดับผู้กำกับการ ซึ่งมีเจตนาอย่างไร
ขณะที่ สมศักดิ์ ได้หยิบยกคำสัมภาษณ์ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มายืนยันว่า ตั้งแต่อยู่ในตำแหน่งมา ไม่เคยมีระบบตั๋ว และขอให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์ รวมถึงคำกล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ของนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เพื่อยืนยันถึงเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี
ต่อมา ณัฐพงษ์ ได้ถามต่อไปถึงกรณีแต่งตั้งโยกย้ายผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมือง (ผกก.ตม.) ท่าอากาศยานภูเก็ต ทำให้ ชัยชนะ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ตอบคำถามเอง การแต่งตั้งโยกย้ายระดับผู้กำกับการ หรือ สารวัตร ก็เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องนี้จะมีนัยอย่างไร ก็ต้องถามนายกรัฐมนตรี
ที่ประชุมเห็นด้วยกับผมนะครับ เชื่อผมครับ พระเอกคือท่านนายกฯ
— ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์, ประธาน กมธ.การตำรวจ
นอกจากนี้ ก่อนจบการชี้แจง ชัยชนะ ได้กล่าวย้ำ โดยหวังว่านายกรัฐมนตรีจะมาตอบประเด็นนี้ด้วยตนเอง ท่านจะไม่ชี้แจงก็ได้ แต่คำพูดของท่านจะเป็นชนักติดตัวไปจนวันตาย คำแถลงของนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 ก.ย. จึงมีความคลุมเครือไม่ชัดเจน เพราะท่านพูดถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยไม่ได้กล่าวถึงปัญหายาเสพติด
พร้อมยกตัวอย่าง ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และอดีตนายกฯ ยังเคยมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตำรวจ ดังนั้น เศรษฐา อย่าหนีการชี้แจง เพราะนายกฯ เป็นลูกผู้ชายตัวจริง




