กรณี เรือบรรทุกน้ำมันของกลางขนาดใหญ่ จำนวน 3 ลำ พร้อมน้ำมันเถื่อนกว่า 330,000 ลิตร ที่จอดอยู่บริเวณท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จ.ชลบุรี ได้หายไปช่วงวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา และตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการเร่งติดตามเพื่อนำเรือของกลางกลับมา โดยมี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นผู้รับผิดชอบในการลงพื้นที่ติดตามภารกิจนี้
ล่าสุด ชัยชนะ เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า กมธ. ติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง และล่าสุดผมได้ติดต่อไปสอบถาม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ทราบว่าเรือโดนเคลื่อนย้ายไปตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน เวลา 20.00 น. และวิ่งไปทางเกาะกูดและไปโผล่ที่นั่น วันที่ 12 มิถุนายน เวลา 8.00 น. โดยมีคน 10 คน นำเรือ 3 ลำออกไป ซึ่งทราบแล้วว่ามีใครบ้าง และตอนนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการออกหมายจับ
ส่วนการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 นาย คือ ผู้กำกับและสารวัตร และคนที่เฝ้าเรือ 2 นาย มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนของตำรวจน้ำแล้ว และในส่วนของกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้มีการสืบสวนและแจ้งข้อหา ม.157 ในความผิดปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกับตำรวจทั้ง 4 นาย และทราบว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับเจ้าของเรือ ที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ด้วย นั้นก็คือ ‘เสี่ย จ.’
"ขณะนี้เห็นแล้วว่าบุคคล ที่ขับเรือไป 10 กว่าคนมีใครบ้าง กำลังขอหมายจับ ส่วนเจ้าหน้าที่จะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้อง กำลังสืบสวนหาข้อเท็จจริงอยู่ แต่เบื้องต้น ก็แจ้งข้อหา 157 ประมาทเลินเล่อ ว่าทำไมเรือจอดอยู่ ถึงปล่อยให้ขโมยไปได้"
ชัยชนะ เชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะถ้าไม่มีการเปิดทางให้ คงออกไปไม่ได้ เพราะเรือมันจะเคลื่อนย้ายแบบรถยนต์รถมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ ต้องใช้เวลาในการขับ แต่ต้องชื่นชมกองบัญชาการสอบส่วนกลาง ที่ลงไปตรวจสอบเรื่องนี้ ได้ข้อเท็จจริงมามากพอสมควร และก็ถือว่าทำงานได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากนี้ ชัยชนะ บอกว่าคณะกรรมาธิการตำรวจจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด หากพบว่าดำเนินการถูกต้อง นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษแล้วถือว่าจบ แต่หากพบกระบวนการหรือความไม่ชอบมาพากล ก็จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงต่อไป




