‘ชัยชนะ’ ปัดคุยดีล ‘ร่วมรัฐบาล’ บอกต้องมีเทียบเชิญ ก่อนใช้มติพรรคชี้ขาด

2 ส.ค. 2567 - 14:56

  • ‘ชัยชนะ’ ปัดคุยดีล ‘ร่วมรัฐบาล’ เพื่อไทย บอกต้องมีเทียบเชิญก่อนและต้องใช้มติพรรคชี้ขาด

  • สะพัด ‘สส.’ ส่วนใหญ่ หนุนร่วมรัฐบาล ถึงขั้นวางกระทรวง ลุ้นรอเกมเปลี่ยน ‘ก้าวไกลถูกยุบ-เศรษฐาหลุดนายกฯ’

chaichana_democrat_party_2_aug_2024_SPACEBAR_Hero_1afb5a936b.jpg

สมการทางการเมืองสูตรใหม่ที่มีโอกาสเกิดขึ้นหากพรรคก้าวไกลถูกยุบ และ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ จำต้องหลุดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีจากปมขาดคุณสมบัติ นั่นคือการที่พรรคประชาธิปัตย์จะโดดเข้ามาร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล 

ล่าสุดวันนี้ (2 ส.ค.) ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 21 สส.ของพรรค แสดงเจตจำนงค์ต้องการเข้าร่วมรัฐบาลว่า  ยืนยันไม่มีการพูดคุยเพื่อหวังเข้าไปร่วมรัฐบาล และส่วนตัวยังไม่ทราบเรื่อง ย้ำข่าวก็คือข่าว ในข้อเท็จจริงยังไม่มีการพูดคุยกัน  

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีการตกลงเรื่องกระทรวงกันแล้ว ชัยชนะ ระบุ ไม่มีข่าว และหากใครไปตกลงขอให้ออกมายืนยัน เพราะผมเป็นกรรมการบริหารพรรค ยังไม่ทราบเลยว่าใครไปตกลง และโดยหลักการของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องมีการส่งเทียบเชิญมาก่อน แต่ตอนนี้รัฐบาลยังไม่มีการส่งเทียบเชิญมา

ส่วนที่มีข่าวว่าชัยชนะไปพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นั้น ชัยชนะ ปฏิเสธว่าไม่จริง พร้อมชี้แจงว่าที่พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส เพราะเจอกันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ไม่มีการพูดคุยเรื่องการร่วมรัฐบาล   

เมื่อถามย้ำว่าหากรัฐบาลมีการส่งเทียบเชิญมา พรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินใจอย่างไร ชัยชนะ ระบุ เรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้น แต่ถ้ามีการเทียบเชิญต้องนำเรื่องเข้าหารือกันภายในพรรคก่อน และต้องใช้มติของพรรค ชี้ขาด เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง

ทั้งนี้ มีรายงานว่าหลังการจัดตั้งรัฐบาลพรรคที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ผู้บริหารของพรรคได้พบ ทักษิณ ชินวัตร 2 ครั้ง ที่ฮ่องกงและรับปากว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ มีเสียงที่เป็นเอกภาพจะรับเข้าร่วมรัฐบาล โดยดีลมี 2 เก้าอี้ คือ 1 ว่าการ และ1 รมช. 

แต่เนื่องจากยังมีความเห็นต่างในพรรคระหว่างกลุ่มของอดีตผู้นำพรรค กับทีมผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบันที่คุมเสียงสส.พรรคส่วนใหญ่ 21 เสียง ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ยังคงต้องการร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะผู้บริหารพรรคที่เป็นแกนนำ สส. ในสภาคนหนึ่งถึงขนาดคุยกับคนสนิทว่า ไปพบนายมา ท่านรับปากว่า ได้ทำงานร่วมกัน มีกระทรวงให้แน่ 

อีกทั้งในช่วงการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568  วาระที่ 1  มีผู้ใหญ่ของพรรคแนะนำให้ สส.ใหม่ ทำหน้าที่อภิปรายชำแหละร่าง พ.ร.บ.งบฯปี68 ของรัฐบาล โดยมีการให้ข้อมูลในเรื่องต่างๆมาให้ สส.ใหม่คนหนึ่งเพื่ออภิปราย แต่สส. คนดังกล่าวกลับฉีกทิ้งในห้องน้ำ พร้อมเอ่ยปากว่า พี่ชายกำลังจะได้เป็นรัฐมนตรี แล้วจะอภิปรายไปทำไม ซึ่งเป็นเรื่องที่ สส. ในพรรคพูดคุยกัน และรู้กันว่ามีการเจรจาเรื่องร่วมรัฐบาลกันตลอด 

หากสถานการณ์การเมืองมีการเปลี่ยนแปลง เช่น กรณีการยุบพรรคก้าวไกล และกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เศรษฐา ทวีสิน ขาดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรี ปมแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

ในกรณีแรกคนในพรรคต่างวิเคราะห์ว่า หากมีการยุยพรรคก้าวไกลจริง พรรคร่วมรัฐบาลพรรคหลักใช้พลังดูด สส.เขตของพรรคก้าวไกลให้ย้ายมาร่วมสังกัดพรรครัฐบาล จะมีการเปลี่ยนแปลงถึงโควตารัฐมนตรี ที่ต้องมีการขยับปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับจำนวนสส.ใหม่ที่เพิ่มขึ้น และโยงถึงการดีลการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคตอันใกล้ด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์