ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งที่ 2 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรณีแคนดิเดตหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่มีชื่อของ นราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค ปชป. ดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ขึ้นมาเป็นตัวเต็งตั้งแต่การประชุมครั้งที่แล้ว รอบนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ว่า ต้องถามนายนราพัฒน์ เพราะเป็นผู้สมัครเอง แต่เท่าที่ทราบนายนราพัฒน์ ยังยืนยันที่จะเสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรค
เมื่อถามถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ระบุว่าใครในพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการจะไปร่วมรัฐบาล ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่มติพรรค ชัยชนะ กล่าวว่า ทุกอย่างยังไม่มีใครบอกว่าจะไปร่วมรัฐบาล ตนก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไปร่วม ไม่มีใครยืนยันว่าจะไปร่วม
“แต่การจะไปร่วมรัฐบาลกับใครต้องเป็นไปตามข้อบังคับพรรค ที่เกิดจากสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารพรรคประชุมร่วมกัน แล้วมีมติออกมาว่าจะเป็นอย่างไร ดังนั้นที่เป็นข่าวออกมาก็เป็นเพียงข่าว ตนคิดว่าเรื่องการร่วมรัฐบาล ยังไม่ไปถึงขั้นตอนนั้น”
เมื่อถามว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่จะได้ จะเป็นตัวชี้ทิศทางในการร่วมรัฐบาลหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง พรรคมีขั้นตอนกระบวนการอยู่แล้ว ที่ผ่านมาชัดเจนแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินใจเรื่องใด ก็เป็นมติพรรค ไม่มีใครตัดสินใจคนเดียว
เมื่อถามว่าอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ จะร่วมกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้จริงหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า “ก็ต้องไปดูว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอ ตรงกับอุดมการณ์ของเราหรือไม่ ถ้าไม่ขัดจุดยืนพรรค เราบอกชัดเจนว่า เรายึดมั่นในสถาบันพระมหากษัตริย์ 1.เราต่อต้านพรรคการเมืองที่แก้ไขมาตรา112 2.ต้องไม่มีพรรคก้าวไกล 3.เราไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย และ4.เราต้องหาทางออกให้กับประเทศ
“ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นทั้งรัฐบาล และฝ่ายค้าน ที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่คนละขั้วกับพรรคเพื่อไทย ผมว่าเรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้นว่าจะร่วมหรือไม่ร่วม ยังไม่สามารถตอบได้ แต่อุดมการณ์พรรค 10 ข้อต้องดูว่าพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนำเสนอมา ขัดต่อหลักการเราหรือไม่” ชัยชนะ กล่าว
เมื่อถามว่า เราจะขจัดเรื่องการไม่เอานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ชัยชนะ กล่าวว่า เรื่องนั้นยังมาไม่ถึง จะพูดไปก่อนก็ไม่ได้ เพราะพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีการเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้นจะไปบอกว่าไม่เอาคนโน้นคนนี้ มันไม่ใช่ แต่เรามีหลักการอยู่แล้วว่าคืออะไร
เมื่อถามว่ามีการก่อกลุ่มขึ้นมาของพรรคประชาธิปัตย์ที่อยากจะไปร่วมรัฐบาล ชัยชนะ กล่าวว่า “ไม่มี ตนเป็น สส. หลายคนก็เป็น สส. ก็ไม่มี ข่าวก็คือข่าว แต่ข้อเท็จจริงยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ในที่ประชุมพรรค เพราะในการโหวตนายกฯ ของรัฐสภา ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในวันที่ 16 สิงหาคม นี้ หลังจากนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะประชุมร่วมกันว่าจะเป็นอย่างไร”
เมื่อถามว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนหัวหน้า พรรคจะต้องปรับเปลี่ยนด้วยหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงพรรคไม่ได้ขึ้นอยู่กับการที่จะร่วมรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้าน แต่การเปลี่ยนแปลงพรรคต้องมาดูภายในของเราว่ามีอะไรต้องปรับเปลี่ยน เช่น นโยบาย รูปแบบการหาเสียง การทำงานในโซเชียลฯ และต้องเชิญคนรุ่นใหม่เข้ามาในพรรคให้เยอะขึ้น
เมื่อถามถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ระบุว่าใครในพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการจะไปร่วมรัฐบาล ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่มติพรรค ชัยชนะ กล่าวว่า ทุกอย่างยังไม่มีใครบอกว่าจะไปร่วมรัฐบาล ตนก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไปร่วม ไม่มีใครยืนยันว่าจะไปร่วม
“แต่การจะไปร่วมรัฐบาลกับใครต้องเป็นไปตามข้อบังคับพรรค ที่เกิดจากสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารพรรคประชุมร่วมกัน แล้วมีมติออกมาว่าจะเป็นอย่างไร ดังนั้นที่เป็นข่าวออกมาก็เป็นเพียงข่าว ตนคิดว่าเรื่องการร่วมรัฐบาล ยังไม่ไปถึงขั้นตอนนั้น”
เมื่อถามว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่จะได้ จะเป็นตัวชี้ทิศทางในการร่วมรัฐบาลหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง พรรคมีขั้นตอนกระบวนการอยู่แล้ว ที่ผ่านมาชัดเจนแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินใจเรื่องใด ก็เป็นมติพรรค ไม่มีใครตัดสินใจคนเดียว
เมื่อถามว่าอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ จะร่วมกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้จริงหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า “ก็ต้องไปดูว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอ ตรงกับอุดมการณ์ของเราหรือไม่ ถ้าไม่ขัดจุดยืนพรรค เราบอกชัดเจนว่า เรายึดมั่นในสถาบันพระมหากษัตริย์ 1.เราต่อต้านพรรคการเมืองที่แก้ไขมาตรา112 2.ต้องไม่มีพรรคก้าวไกล 3.เราไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย และ4.เราต้องหาทางออกให้กับประเทศ
“ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นทั้งรัฐบาล และฝ่ายค้าน ที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่คนละขั้วกับพรรคเพื่อไทย ผมว่าเรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้นว่าจะร่วมหรือไม่ร่วม ยังไม่สามารถตอบได้ แต่อุดมการณ์พรรค 10 ข้อต้องดูว่าพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนำเสนอมา ขัดต่อหลักการเราหรือไม่” ชัยชนะ กล่าว
เมื่อถามว่า เราจะขจัดเรื่องการไม่เอานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ชัยชนะ กล่าวว่า เรื่องนั้นยังมาไม่ถึง จะพูดไปก่อนก็ไม่ได้ เพราะพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีการเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้นจะไปบอกว่าไม่เอาคนโน้นคนนี้ มันไม่ใช่ แต่เรามีหลักการอยู่แล้วว่าคืออะไร
เมื่อถามว่ามีการก่อกลุ่มขึ้นมาของพรรคประชาธิปัตย์ที่อยากจะไปร่วมรัฐบาล ชัยชนะ กล่าวว่า “ไม่มี ตนเป็น สส. หลายคนก็เป็น สส. ก็ไม่มี ข่าวก็คือข่าว แต่ข้อเท็จจริงยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ในที่ประชุมพรรค เพราะในการโหวตนายกฯ ของรัฐสภา ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในวันที่ 16 สิงหาคม นี้ หลังจากนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะประชุมร่วมกันว่าจะเป็นอย่างไร”
เมื่อถามว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนหัวหน้า พรรคจะต้องปรับเปลี่ยนด้วยหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงพรรคไม่ได้ขึ้นอยู่กับการที่จะร่วมรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้าน แต่การเปลี่ยนแปลงพรรคต้องมาดูภายในของเราว่ามีอะไรต้องปรับเปลี่ยน เช่น นโยบาย รูปแบบการหาเสียง การทำงานในโซเชียลฯ และต้องเชิญคนรุ่นใหม่เข้ามาในพรรคให้เยอะขึ้น




