กลายเป็นศึกวิวาทยะย่อม ๆ ระหว่าง ‘พรรคเพื่อไทย-พรรคประชาธิปัตย์’ ทั้งที่เพิ่งตัดสินใจ ‘จับมือกัน’ สำหรับกรณีที่ ก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาพูดในทำนองว่า ‘3 คน ในพรรคประชาธิปัตย์’ เป็น ‘ไม้แก่ดัดยาก’
เรื่องนี้ ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์ตอบโต้ ก่อแก้ว ว่า ตอนสัมภาษณ์แรก ๆ ก่อแก้ว ก็พูดดี โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นยุคพลัดใบ มีการทำงานบูรณาการรูปแบบใหม่ แต่การจะมาพาดพิงบุคคลในพรรคประชาธิปัตย์เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง การจะบอกว่ามีมารยาทในการร่วมรัฐบาลกัน คือเราต้องไม่วิจารณ์กัน
เพราะทั้ง 3 คน เป็นคนที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความเคารพ และที่บอกว่าเป็นไม้แก่ดัดยากนั้น จริง ๆ ทั้ง 3 คน เป็นไม้บรรทัดเหล็ก ที่มีความเที่ยงตรงในการทำงาน อยู่ตลอดเวลา ฉะนั้น จึงอยากฝากบอกนายก่อแก้ว ว่า การจะมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงบุคคลภายในพรรคการเมืองอื่น ต้องทบทวนและรู้จักมารยาทก่อน รวมถึงต้องศึกษาบุคคลเหล่านั้นให้ดีก่อน ก่อนที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์
— ชัยชนะ เดชเดโช
ส่วนเรื่องดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของพรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ ในอนาคตหรือไม่นั้น มองว่าไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อเทียบเชิญมา ก็จะมีการประชุมวันนี้ ฉะนั้น การที่จะอยู่ด้วยกัน ต้องทำความเข้าใจกัน และต้องยอมรับพรรคประชาธิปัตย์ มีหลากหลายความเห็น เมื่อมีมติออกมาเช่นไร เราก็ยึดมติของพรรคเป็นหลัก และคิดว่าการทำงานร่วมกันในวันข้างหน้าไม่ยาก แต่วันนี้ ต้องทำความเข้าใจกันในบางส่วนที่ยังไม่เข้าใจกัน
เมื่อถามว่า จะทำความเข้าใจกับคนที่เห็นต่างอย่างไรบ้าง ชัยชนะ มองว่า สิ่งที่พิสูจน์ได้ในอนาคต สิ่งที่สำคัญเหนือคำพูดคือการกระทำ และบุคคลที่จะเห็นด้วยในการร่วมรัฐบาลก็จะไม่ค่อยออกมาพูดอะไรมาก เพราะคิดว่าสิ่งที่เดินหน้าไปข้างหน้า และประเทศต้องเดินหน้าไปด้วยปราศจากความขัดแย้ง เพราะทุกฝ่ายก็เรียกร้องว่าประเทศต้องหมดความขัดแย้ง ซึ่งหากเรายังยึดติด ยืนอยู่กับความขัดแย้งในอดีตในอดีต ประเทศก็จะเดินหน้าไม่ได้
ผมคิดว่า วันนี้อย่าพูดเรื่องสีเสื้อเลย ว่าสีนั้นผสมกับสีนี้ สีนี้ผสมกับสีนั้น วันที่คุณผสมกันเองเรายังไม่พูด แต่วันนี้ เมื่อประชาธิปัตย์ได้รับการเทียบเชิญ และจะมีการถามมติ กลับมาบอกว่าประชาธิปัตย์มีปัญหาและลืมอุดมการณ์หรือไม่ ก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ก็ร่วมกับพรรคการเมืองหนึ่งเหมือนกัน จัดตั้งกับพรรคการเมืองหนึ่งเหมือน กันทำไมถึงไม่พูด วันที่เลือกตั้งเสร็จวันแรก แล้วร่วมกับพรรคการเมืองไหน แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ หลังจากนั้นพรรคเพื่อไทยก็ร่วมกับพรรคการเมืองอื่น การจัดตั้งรัฐบาลไม่มีสูตรสำเร็จ เพราะต้องยอมรับว่า เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาเช่นนั้น สูตรสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาลก็ไม่มี วันนี้ในฐานะที่ผมเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ผมคิดว่าวันนี้เราต้องหันหน้าเข้าหากันและสร้างการเมืองแบบสร้างสรรค์ และเดินหน้าประเทศไทยที่มีความยั่งยืน
— ชัยชนะ เดชเดโช
ส่วนที่ประชุมพรรคในวันนี้จะสามารถลุล่วงไปได้ดีหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ ต้องรอให้ถึงเวลาที่จะมีการประชุม และดูว่ามีการซักถามประเด็นอะไรหรือไม่
ไม่สามารถตอบได้ว่า จะลุล่วงและเรียบร้อยไปได้ด้วยดีหรือไม่ เพราะการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วว่า เราเป็นสถาบัน ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ต้องมีหลากหลายความเห็น และความเห็นสุดท้ายก็ต้องจบด้วยการโหวต ย้อนกลับไปตอนร่วมรัฐบาลในปี 2562 วันนั้นก็มี 2 ความเห็นเหมือนกัน สุดท้ายก็มีการโหวตและเห็นว่าร่วมรัฐบาล บางคนโหวตไม่ร่วมรัฐบาล แต่เมื่อร่วมรัฐบาลก็เป็นรัฐมนตรี ก็เป็นปกติของพรรคประชาธิปัตย์
— ชัยชนะ เดชเดโช
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการแบ่งเป็น 21 เสียงกับ 4 เสียง จะกำหนดอะไรหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า อย่าไปมองว่าประชาธิปัตย์มี 21 เสียง เรามี 25 เสียง ซึ่งการโหวตในพรรคอาจจะเห็นไม่ตามกัน แต่มติพรรคออกมาก็เห็นตรงกัน เช่น การโหวต แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ไปในทางเดียวกัน เราก็งดออกเสียงทั้งหมด
คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาเป็นพรรคที่คนเชื่อมั่นได้ ประเด็นแรกเราต้องมีความสามัคคี ความเป็นเอกภาพในพรรคก่อน ซึ่งในส่วนนี้จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นได้ ผมก็เป็นหนึ่งคนที่อาจจะเห็นต่างกับหลายคนในบางครั้ง แต่เมื่อไหร่ที่มีคนมาตำหนิคนในพรรค ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมก็เป็นหนึ่งคนที่ยอมรับไม่ได้ หากตำหนิและมีเหตุผลแล้ว นำเสนอเป็นข้อเท็จจริง ผมก็ยอมรับ หากคนไหนผิด เราก็ไม่ไปยกยอหรือเข้าข้างอยู่แล้ว แต่ใครที่ไม่ได้มีการกระทำความผิดแล้วมาตำหนิว่าบาป ผมรับไม่ได้
— ชัยชนะ เดชเดโช
สำหรับกรณีที่เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า มีการแสวงหาผลประโยชน์ภายในพรรคนั้นหมายถึงใคร ชัยชนะ กล่าวว่า ขอไม่ให้ความเห็นในประเด็นนี้ ต้องไปถามจาก ชวน หลีกภัย เองเพราะท่านเองก็เป็นผู้ใหญ่ในพรรค
เมื่อถามว่า วันนี้จะมีการถกเถียงกันยาว และจะนำไปสู่การเกิดแรงกระเพื่อมรอบใหม่ในพรรคหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า หากจบเร็ว ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ หากวันนี้จะมองว่าเรามีความขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทย นั่นเป็นการต่อสู้กันในอดีต แต่วันนี้สถานการณ์การต่อสู้เปลี่ยนไปแล้ว
ฉะนั้น คิดว่านับหนึ่งประเทศไทย เดินหน้าต่อไป แล้วประเทศก็จะแข็งแรงเข้มแข็ง แต่สมมติวันนี้รัฐบาลนี้ บริหารแล้วใน 6 เดือน แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ปัญหาปากท้องของประชาชนยังไม่ดี สุดท้ายแล้วประชาชนก็ให้คำตอบอยู่แล้ว
นักการเมืองทุกคน ไม่มีใครนอนหลับวันนี้แล้วฝันว่าจะเป็นนั่นเป็นนี่ได้ สุดท้ายอยู่ในฉันทามติของประชาชน ว่าจะเลือกใครเข้ามาทำงาน ฉะนั้น คิดว่าผลงานในการทำงานรัฐบาลก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า เศรษฐกิจที่กำลังขาลงอยู่สามารถแก้ไขได้จริงหรือไม่ สิ่งที่เคยให้คำมั่นสัญญากับประชาชนไว้ สามารถแก้ไขได้หรือไม่ วันนี้หากประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาล เราก็ต้องมีเงื่อนไขว่าต้องทำอะไรในนโยบายของเราได้บ้าง และอย่างหนึ่งที่ต้องเสนออยู่แล้วคือ การแก้ปัญหาสินค้าการเกษตร การพัฒนาภาคใต้
— ชัยชนะ เดชเดโช
ส่วนในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน ได้บอกลาพรรคประชาชนแล้วหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า การเมืองไม่ใช่การจากลา วันนี้เป็นรัฐบาล พรุ่งนี้เป็นฝ่ายค้าน วันนี้เป็นฝ่ายค้าน พรุ่งนี้เป็นรัฐบาล คิดว่าทุกพรรคก็อยากเป็นรัฐบาลทั้งหมด หากพรรคไหนบอกว่าไม่เป็นรัฐบาล ทำไมตอนแรกจึงเร่งจัดตั้งมีการเสนอชื่อถึงสองครั้ง แต่วันนี้การเมืองต้องเอาข้อเท็จจริงมา คิดว่าหากเราการเมืองสร้างสรรค์จริง ๆ อย่าชิงความได้เปรียบ อย่าตีกิน ขอให้เอาความจริงมาพูดซึ่งกันและกัน
เมื่อถามว่า จะมีการประชุมถึงวาระเก้าอี้ของรัฐมนตรีเลยหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า ในระเบียบวาระการประชุมมีครบ ซึ่งหากมติการร่วมรัฐบาลผ่าน ก็จะเสนอพิจารณาบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
ส่วนกรณีที่ในโซเชียลฯ มีการแซวว่า ปีที่แล้วยังไปโรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 แต่รอบนี้มาร่วมรัฐบาลแล้ว ชัยชนะ ก็มองว่า คนละบทบาทหน้าที่กัน ซึ่งในส่วนที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร สิ่งไหนที่สังคมสงสัย เคลือบแคลน ก็ต้องไปหาข้อเท็จจริง
วันนี้ หากผมอยู่ร่วมรัฐบาลแล้ว หากรัฐบาลทำอะไรไม่ถูกต้อง ผมก็ต้องชี้แนะหรือแนะนำ ไม่ใช่การอยู่ร่วมรัฐบาลแล้ว จะตาบอด หูหนวก ฟังอะไรไม่ได้ สิ่งไหนผิดก็ต้องผิด สิ่งไหนถูกก็ต้องถูก หากพรรคประชาธิปัตย์ผิด พรรคเพื่อไทยก็สามารถแนะนำได้ อย่ามองว่าปีที่แล้ว ผมไปทำงานอีกแบบแล้ววันนี้มาร่วมรัฐบาล หากเป็นเช่นนั้น พรรคการเมืองบางพรรคเคยทำรัฐประหาร ปฏิวัติ แล้ววันนี้มาร่วมรัฐบาล ในครั้งก่อนทำไมจึงไม่ถาม
— ชัยชนะ เดชเดโช

ซัด ‘ก่อแก้ว’ สมองกลับด้าน ไล่ไปดัด ‘ไม้คดโกง’ บอกเจ้านายของตัวเองดีกว่า
ขณะที่ ราเมศ รัตนะเชวง อดีตเลขานุการประธานรัฐสภา (ชวน หลีกภัย) ก็ออกมาตอบโต้ ก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เช่นกันว่า คำพูดที่พาดพิง ชวน หลีกภัย, บัญญัติ บรรทัดฐาน และ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในทำนองเป็น “ไม้แก่ดัดยาก ดัดอย่างไรก็ไม่ได้ ถ้าทำอะไรที่ขัดกับผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบันอาจถูกขับออกจากพรรคได้” นั้น ก่อแก้ว คงใช้สมองที่คิดกลับด้าน
เพราะ ชวน หลีกภัย เป็นนักการเมืองมาตลอดชีวิต คิดทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมาโดยตลอด เป็นเสาหลักให้กับบ้านเมืองตลอดมา ไม่มีความด่างพร้อยไม่ทุจริตคิดโกงบ้านเมือง ทำงานยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ต้องไปยกอะไรมาเปรียบเทียบ เพราะ ชวน ปฏิบัติตนในทางการเมืองให้เห็นเป็นประจักษ์
ไม้ที่ซื่อตรงจะไปดัดทำไม ไม้ที่คด ที่โกงต่างหากที่ต้องดัด นายก่อแก้ว ควรไปบอกเจ้านายของตัวเองมากกว่า ที่มีพฤติกรรมตรงกับที่นายก่อแก้ว ได้ยกมาเปรียบเทียบและยังทำตัวเช่นเดิม ส่วนที่บอกว่าถ้านายชวน ทำอะไรที่ขัดต่อผู้บริหารพรรคจะถูกขับออกได้นั้น ถ้าคิดว่าสั่งผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ได้ ก็ให้รีบทำ
— ราเมศ รัตนะเชวง
ราเมศ ระบุว่า โดยส่วนตัวการเข้าร่วมรัฐบาล ก็รอดูมติในช่วงเย็นของวันนี้ แต่มีเหตุผลที่กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาคือ การเมืองของ ‘ระบบทักษิณ’ ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่ง ชวน หลีกภัย ผ่านการต่อสู้และเห็นความจริงมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และปัจจุบันที่ยังมีคดีที่ ทักษิณ ชินวัตร ฟ้อง ชวน หลีกภัย
ศาลชั้นต้น, นายชวน ชนะคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ แต่รายละเอียดที่ปรากฏในคำพิพากษามีชัด ทั้งการกระทำที่นอกกฎหมาย การทุจริต การเลือกปฏิบัติกับประชาชน การใช้นโยบายที่ก่อให้เกิดความรุนแรงต่อประชาชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ปรากฏชัดด้วยหลักฐาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ยากที่จะถูกลบเลือนไปด้วยกาลเวลา เพราะไม่ใช่ความขัดแย้งกันในเรื่องส่วนตัว แต่ขัดแย้งกับความไม่ถูกต้อง ขัดแย้งในแนวทางการทำการเมืองที่ยึดประโยชน์ของตนและครอบครัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทย จึงเหมือนน้ำกับน้ำมัน สุดท้ายมติจะออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องรอดู
— ราเมศ รัตนะเชวง




