ละครลิงตบตาประชาชน! ‘ชัยชนะ’ ซัดรัฐบาลสางปม ‘ผู้มีอิทธิพลภูเก็ต’ ไม่ตรงจุด

18 มิ.ย. 2569 - 13:55

  • ชัยชนะ เดชเดโช ชี้การโยกย้ายผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

  • เรียกร้องนายกรัฐมนตรีเร่งปราบผู้มีอิทธิพล สอบเส้นทางการเงิน และเอาผิดผู้เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด

  • พร้อมเหน็บแรง “โยกย้ายละครลิงตบตาประชาชน” หากไม่จัดการต้นตอของปัญหา

ละครลิงตบตาประชาชน! ‘ชัยชนะ’ ซัดรัฐบาลสางปม ‘ผู้มีอิทธิพลภูเก็ต’ ไม่ตรงจุด

ชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี “โยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต” ว่า ฝากถึงนายกรัฐมนตรี การแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลหาดฟรีด้อมและที่อื่น ๆ ในจังหวัดภูเก็ต การโยกย้ายข้าราชการเป็นเรื่องปลายเหตุ ต้นเหตุที่รัฐบาลควรต้องเร่งแก้ไขให้เร็วกว่าการโยกย้ายข้าราชการ จากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและ สส.ภูเก็ตของพรรคประชาชน คือการตรวจสอบข้อเท็จจริงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้มีอิทธิพลคนนั้น

พร้อมกล่าวถึงการเพิกถอนโฉนด 2 แปลงของหาดฟรีด้อมจำนวน 15 ไร่ แต่ก็ยังมีการไปเก็บผลประโยชน์จากหาดนี้ เรื่องนี้แม้จะมีการโยกย้ายทางราชการแล้ว นายกรัฐมนตรีต้องตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนที่มีส่วนร่วมกับเรื่องนี้บ้าง และผู้มีอิทธิพลที่มีการกล่าวถึง หรือมีการร้องเรียนถึง หน่วยงานของรัฐเข้าไปตรวจสอบอย่างเคร่งครัดแล้วหรือยัง อย่าตรวจสอบการกระทำความผิดเฉพาะประมวลกฎหมายอาญาเพียงอย่างเดียว ฝากให้ตรวจสอบถึงเส้นเงินการฟอกเงิน การได้มาของทรัพย์สินถูกต้องหรือไม่

ชัยชนะ ยังกล่าวว่า “การโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ใช่บทลงโทษ ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดต้องใช้มติ ครม. ถ้าย้ายไปเป็นอธิบดีหรือรองปลัดกระทรวงก็ถือว่าเป็นระนาบเดียวกัน การย้ายรองผู้ว่าฯ จากภูเก็ตไปอยู่นครศรีธรรมราชก็ถือว่าระนาบเดียวกัน แต่ถ้าย้ายจากรองผู้ว่าฯ เป็นผู้ตรวจกรม อันนี้ชัดเจนว่าเป็นการ “เก็บเข้ากรุ” ไม่มอบหมายงาน แต่การที่ย้ายจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง ก็มีอำนาจหน้าที่ในการทำงานบริหารราชการเหมือนเดิม ถ้าวันนี้ “รองฯ ซีฟู้ด” มีการกระทำความผิดจริง และมีการพิสูจน์ได้จริงว่ามีส่วนโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดจริง บทลงโทษขั้นสูงสุดคือย้ายเข้ามาเป็นผู้ตรวจกรม-ผู้ตรวจราชการของกระทรวง แต่นี่เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนในระนาบเดียวกันไม่มีผลอะไร”

เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีควรแก้ปัญหาให้ตรงจุด ได้ปราบปรามผู้มีอิทธิพลแล้วหรือไม่ เรื่องที่ ‘สส.พรรคประชาชน ถูกข่มขู่-ขู่ฆ่า’ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ได้จัดการแล้วหรือไม่ เรื่องที่ดินที่มีการบุกรุกของผู้มีอิทธิพล บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีการแก้ไขแล้วหรือยัง นี่เป็นส่วนสำคัญที่ต้องทำมากกว่า ‘การโยกย้ายข้าราชการ’

เมื่อถามถึงมุมมองต่อกรณีที่กรรมาธิการของพรรคภูมิใจไทยบางคณะ เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายหลังการโยกย้ายผู้ว่าฯ นั้น ชัยชนะ กล่าวว่า กรรมาธิการ 35 คณะ อย่าไปแบ่งว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ถ้าผมเป็นกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ป.ป.ช. หรือ ปปง. ผมก็ลงไปตรวจสอบ เพราะเรื่องนี้ถึงขั้นขู่จะเอาชีวิตคนระดับชาติ ตัวแทนของประชาชนระดับชาติ แต่ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติก็สำคัญทั้งหมด ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ลงไปก็คงไม่ใช่

ดังนั้นจึงมองว่าในซีกของนิติบัญญัติ ก็ทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบไป แต่ในซีกฝ่ายบริหารที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ ก็ดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดด้วยเช่นกัน เพราะรัฐบาลต้องเร่งใช้กฎหมายกับผู้มีอิทธิพลคนดังกล่าว และจะต้องตรวจสอบไปถึงขั้นการใช้โทรศัพท์ ว่ามีการพูดคุยกับนักการเมืองแกนนำคนไหนบ้าง ถ้ามีการใช้โทรศัพท์จริง ต้องหาว่ามีการช่วยเหลือกันจริงหรือไม่ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนมีการโยกย้ายข้าราชการ เพราะการโยกย้ายข้าราชการเป็นการแก้ต่าง

ส่วนการโยกย้ายดังกล่าวเป็นการสร้างภาพหรือไม่นั้น ชัยชนะ กล่าวว่า “ไม่กล้ามองว่าเป็นการสร้างภาพ แต่คงเป็นหนังสั้นเหมือนในโซเชียลมีเดียที่ดูฟรี”

ผมให้ฉายาว่า ‘โยกย้ายละครลิงตบตาประชาชน’ ผมมองแค่นั้นจริง ๆ

พร้อมย้ำว่า “เรื่องนี้ไม่ใช่การปราบอิทธิพลในพื้นที่ ถ้าใช้คำว่าปราบอิทธิพล การโยกย้ายผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ แปลว่าเขาคือผู้มีอิทธิพลใช่หรือไม่ ผู้มีอิทธิพลไม่ใช่ข้าราชการประจำ แต่คือบุคคลที่ สส.พรรคประชาชนกล่าวถึงแล้วว่าโดนขู่ฆ่า”

วันที่เขาไปยื่นหนังสือกลับไม่ฟังเขา วันนี้มาฟังเขา วันนี้ถ้าเขาตายแล้ว เขาเสียชีวิตแล้ว ผมบอกทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็น สส.รัฐบาล หรือ สส.ฝ่ายค้าน ก็โดนข่มขู่แบบนี้ไม่ได้ เพราะเขาทำหน้าที่ตัวแทนประชาชน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์