สยาม หัตถสงเคราะห์ สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กมธ. เชิญ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรณีที่ได้มีการระบุถึงเงินสินบน 40 ล้านบาท ในการไม่ดำเนินการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่า ทางกมธ. ให้ความสนใจในเรื่องนี้ และเชื่อว่าสิ่งที่ไชยชนกพูดเป็นเรื่องจริง เพราะกมธ.ติดตามเรื่องสแกมเมอร์มาตลอด และเมื่อได้เจอกับไชยชนก จึงได้เชิญว่า หากสะดวกก็มาชี้แจงต่อกมธ.ว่า ใครเป็นผู้นำเสนอเงิน 40 ล้านบาท เพื่อที่จะได้ดำเนินการต่อว่า เรื่องนี้ข้อเท็จจริงเป็นมาอย่างไรซึ่งเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง โดยในตอนแรกไชยชนก รับปากว่าจะมาชี้แจงกับกมธ. แต่เนื่องจากวันนี้ติดภารกิจเร่งด่วนจึงไม่ได้มาชี้แจง อย่างไรก็ตาม ไชยชนกส่งตัวแทนมา
สยาม กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าเมื่อเกิดช่องว่างในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เราจะสังเกตได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับคืนมาได้อีก โดยเฉพาะข้อเท็จจริงจากศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะชี้ได้ชัดว่า คนที่โทรเข้ามาเป็นการฉ้อโกงทางไซเบอร์ และพนันออนไลน์ก็เกิดขึ้นมาอีก แต่ล่าสุดเห็นว่ามีการปราบปรามอย่างเข้มข้นมากขึ้น
เมื่อถามว่าหลังจากนี้ทาง กมธ. จะเชิญไชยชนก มาชี้แจงอีกหรือไม่ สยาม กล่าวว่า เชิญแน่นอนอย่างไรก็ต้องเชิญ และไชยชนกก็เคยอยู่ในกมธ.นี้ด้วยกัน และวันนี้จึงเชื่อเหลือเกินว่าไชยชนกเมื่อเข้าไปนั่งรัฐมนตรีถึงได้รู้ความเป็นจริงว่า พวกนี้กล้ามากที่อาศัยช่วงจังหวะแบบนี้ และคิดว่าจะเอาเงินมา เพื่อไม่ให้ปิดเว็บพนันออนไลน์ต่างๆ ดังนั้นคิดว่านไชยชนกมาร่วมมือกับกมธ. เพื่อปราบปรามแก๊งพวกนี้ให้เด็ดขาด
ส่วนนอกจากไชยชนกแล้ว จะมีการเรียกบุคคลที่มีการเปิดเผยชื่อออกมาตามข่าว ทั้งสส.ของพรรคภูมิใจไทยและผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสส. เข้ามาชี้แจงด้วยหรือไม่ สยาม กล่าวว่า คิดว่าต้องบูรณาการกัน วันนี้ต้องยอมรับว่า เกิดข้อเท็จจริงเกิดขึ้นแล้วจริงๆ เพราะรัฐมนตรีพูดกลางสภาฯ ก็คือข้อเท็จจริง ถ้าเราตามหาและติดตามให้ได้ว่า ในสิ่งที่รัฐมนตรีมีดำริกับปลัดกระทรวงคนใหม่ ว่าภายใน 30 วัน ต้องหาข้อเท็จจริงให้ได้ ดังนั้น เรื่องนี้จะติดตามด้วยเหมือนกัน และมั่นใจว่าตัวละครที่พูดถึงทั้งหมดมีอยู่จริงบุคคลเหล่านี้ต้องรับผิดชอบกับคำพูด
ทั้งนี้ หากไม่มาชี้แจง จะมีการดำเนินการอย่างไรต่อ เช่น องค์กรอิสระ เพื่อให้ตรวจสอบ เพราะอย่างน้อยรัฐมนตรีก็ยอมรับแล้วว่ามีการเสนอเงินให้ 40 ล้านบาทจริง หากไม่ดำเนินการอาจเข้าข่ายมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติได้ สยาม กล่าวว่า เข้าใจว่าขั้นตอนไปถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองปราบแล้ว ดังนั้น ถ้าคดีไม่คืบหน้า ต้องไปติดตาม ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่โดนหลอกลวง เพราะเรื่องเหล่านี้ถือเป็นปัญหาความมั่นคงอย่างไรต้องติดตามแน่นอน




