ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในพิธีลงนาม “บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” กับหลายหน่วยงานภาครัฐ ว่า สิ่งแรกที่ได้กระทำคือ “การยกระดับวอร์รูมที่ทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนของธนาคารทั้ง 7 แห่ง” โดยมีการประสานข้อมูลเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ล่วงหน้า ซึ่งเรื่องใดที่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม จะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้แถลงชี้แจง
ส่วนที่ถือว่าสำคัญคือ “การยุติการเปิดบัญชีใหม่ หรือเพิ่มขั้นตอนในการเปิดบัญชีให้ละเอียดมากขึ้น โดยมีการเพิ่มมาตรการจำกัดจำนวนซิมการ์ด ให้เหลือเพียง 5 ซิมต่อบุคคล หากมีความจำเป็นต้องเพิ่ม ต้องขอเป็นกรณีเฉพาะราย โดยผู้ที่ต้องการซิมเกิน 5 ซิม ต้องส่งชื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบก่อน และได้เพิ่มกฎระเบียบในการลงทะเบียนซิม เพื่อให้เท่าทันเทคโนโลยีของฝ่ายสแกมเมอร์”
ไชยชนก กล่าวอีกว่า “นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเรื่องของสัญญาณระหว่างประเทศ ที่ได้รับการยืนยันและรับรองจาก กสทช. ซึ่งไม่ได้นิ่งนอนใจในการตรวจสอบ เมื่อมีการเปิด-ปิดสัญญาณเกิดขึ้น ก็จะตรวจสอบว่าสัญญาณเล็ดลอดได้อย่างไร และจะอัปเดตข้อมูลในอีก 3 วันข้างหน้า”
ส่วนจุดเริ่มต้นของกระบวนการสแกมเมอร์ คือ “ซิมบ๊อกซ์” ซึ่งเป็นเครื่องมือรวบรวมสัญญาณให้สามารถใช้งานในพื้นที่เดียวกันได้ แม้มีกฎหมายควบคุมแล้ว แต่ยังตรวจพบการฝ่าฝืนอยู่ จึงอยู่ระหว่างเชิญตัวแทนที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อหาวิธีป้องกัน โดย กสทช. ได้ออกระเบียบว่า “แม้ชิ้นส่วนที่นำมาประกอบเป็นซิมบ๊อกซ์ ก็ต้องมีการลงทะเบียนและชี้แจงที่มาและการนำเข้า เพื่อส่งข้อมูลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำประวัติไว้ ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงหาต้นตอกระบวนการสแกมเมอร์ ก่อนจะนำข้อมูลไปเชื่อมโยงกับผู้ให้บริการซิมการ์ดและธนาคาร”
ไชยชนก ยังกล่าวถึงการดำเนินการปราบ “บัญชีม้า” ว่า “หลังตรวจสอบพบว่าบัญชีใดเป็นบัญชีม้าแถว 1 หรือแถว 2 ผู้ที่มีรายชื่อจะเปิดบัญชีธนาคารได้อีกเพียง 1 บัญชี เพื่อใช้ในการครองชีพเท่านั้น และจะไม่สามารถเปิดบัญชีใหม่ได้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ปี หากพบกระทำผิดซ้ำในช่วงเวลาดังกล่าว นายกรัฐมนตรีมีนโยบายชัดเจนว่า บุคคลนั้นจะถูกห้ามเปิดบัญชีตลอดชีวิต โดยนโยบายนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและหารือเพิ่มเติม”
กระบวนการสแกมเมอร์มักเริ่มจากแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ จึงมอบหมายให้เอ็ตด้า (สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์; สพธอ. / Electronic Transactions Development Agency; ETDA) พิจารณาร่างกฎหมายเพื่อกำหนดให้ต้องยืนยันตัวตนก่อนทำธุรกรรม และหากถูกรีพอร์ตก็ต้องยืนยันตัวตนอีกครั้ง อีกทั้งยังเตรียมยกระดับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ตอบโต้กับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งขณะนี้ พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว




