อิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. คาดว่า จะรับรองร้อยละ 95 ได้เมื่อไหร่ เพราะพรรคการเมืองคาดหวังว่า กกต.จะรับรองได้ไว เพื่อพรรคการเมืองจะได้จัดตั้งรัฐบาลว่า ก็เร็วกว่าครั้งที่แล้วและเร็วกว่า 60 วันแน่ๆ มันยังมีขั้นตอนทางกฎหมายบางประการที่กกต. มีหน้าที่ดำเนินการ ก็คือการตรวจสอบก่อนว่า 95,000 กว่าหน่วยเลือกตั้ง มีหน่วยไหนที่จะต้องมีเหตุสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือนับคะแนนใหม่ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.ในเร็วๆนี้ หลังจากนั้นกระบวนการจะใช้เวลาไม่มากก็จะมีความชัดเจนว่าจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้เมื่อไหร่
เมื่อถามว่า เบื้องต้นคาดว่าปลายเดือนมิถุนายนนี้น่าจะประกาศได้หรือไม่ เพราะครบรอบ 30 วันในวันที่ 13 มิถุนายน นายอิทธิพร กล่าวว่า ก็จะพยายาม อันนี้ขึ้นกับข้อเท็จจริงอย่างที่ได้กล่าวไป ทั้งนี้คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน กกต.ตระหนักดีถึงความจำเป็นของการประกาศผลการเลือกตั้งจะต้องไม่ช้า แต่มีขั้นตอนทางกฎหมายที่จะต้องปฏิบัติอย่างที่ได้เรียนไปแล้ว ย้ำว่า จะพยายามทำให้เร็วที่สุด
เมื่อถามว่า มาจนถึงขณะนี้ กกต.มีคำร้องที่เกี่ยวกับว่าที่ส.ส.ที่ชนะการเลือกตั้ง ที่จะทำให้ไม่ได้ประกาศรับรองเยอะหรือไม่ อิทธิพร กล่าวว่า ตัวเลขคำร้องมีกว่า 280 เรื่อง ส่วนผู้ที่เลือกตั้งชนะถ้าจำไม่ผิดมีประมาณ 20 กว่าคน ซึ่งตอนนี้จะต้องขอตรวจสอบก่อนว่า มีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ โดยจะต้องมีการสั่ง 3 อย่างคือ 1.สั่งเลือกตั้งใหม่ 2.สั่งนับคะแนนใหม่ และ 3.สั่งออกเสียงลงคะแนนใหม่
เมื่อถามว่า ตามกฎหมายที่ให้ประกาศรับรองร้อยละ 95 เบื้องต้นจะมีการรับรอง 475 คนใช่หรือไม่ อิทธิพร กล่าวว่า ใช่ ตัวเลขเป็นเช่นนั้น แต่เราคิดว่าถ้าเผื่อประกาศได้ 100% ได้ เราก็ประกาศ เพราะกฎหมายระบุว่าประกาศร้อยละ 95 เป็นอย่างต่ำ
เมื่อถามว่า กรณีหุ้นสื่อของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตอนนี้คำร้องอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว อิทธิพร กล่าวว่า อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจาก กกต. ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของกกต.ในไม่ช้านี้
เมื่อถามว่าคาดว่าจะมีการส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเพื่อให้สิ้นข้อสงสัยหรือไม่ อิทธิพร กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นข้อเท็จจริงพยานหลักฐาน ตอบไปก่อนคงไม่ได้
เมื่อถามว่า คดีของพิธา ต่างจากคดีถือหุ้นสื่อของคนอื่นหรือไม่อย่างเช่น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อิทธิพร กล่าวว่า คดีหุ้นทุกคดีจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐานที่นำเสนอต่อเรา เราจะพิจารณาตัดสินไปตามหลักฐานที่มี ถ้าเห็นว่าพยานหลักฐานไม่พอก็ขอให้สอบเพิ่มหรือศึกษาเพิ่มได้ ตอนนี้เรายังไม่เห็นพยานหลักฐานที่เป็นทางการที่เป็นการทำงานของกกต. ฉะนั้นตนจึงไม่สามารถที่จะพูดอะไรไปได้มากกว่านี้
เมื่อถามว่าพยานหลักฐานตอนนี้มีเพียงพอ หรือยังต้องเพิ่มอะไรหรือไม่ อิทธิพร กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้เพราะสำนักงาน กกต. ยังไม่เสนอเรื่องขึ้นมา อยู่ในระหว่างการดำเนินการของสำนักงานฯ
เมื่อถามว่า อย่างกรณีผู้ที่ถูกร้องคือ พิธาจะต้องมีการเรียกมาชี้แจงหรือไม่ อิทธิพร กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกระบวนการ ถ้าจะเรียกก็คงไม่ใช่ กกต.เรียก จะต้องเป็นสำนักงานฯเรียก
เมื่อถามว่า มีคนมองว่ากรณีคำร้อง พิธาเหมือนเป็นการเล่นงานทางการเมืองของฝ่ายการเมือง นายอิทธิพล กล่าวว่า เราไม่เคยดูเรื่องนั้น ทุกคำร้องเราต้องใช้พื้นฐานของระเบียบว่าด้วยการสืบสวนและไต่สวนของ กกต.เป็นหลักในการพิจารณาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งแรก
เมื่อถามว่า โซเชียลมีการกดดันการตรวจสอบคดีหุ้นของพิธาหรือไม่ อิทธิพร กล่าวว่า ไม่มี กกต.และสำนักงานฯปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่มาโดยตลอด
เมื่อถามว่า เบื้องต้นคาดว่าปลายเดือนมิถุนายนนี้น่าจะประกาศได้หรือไม่ เพราะครบรอบ 30 วันในวันที่ 13 มิถุนายน นายอิทธิพร กล่าวว่า ก็จะพยายาม อันนี้ขึ้นกับข้อเท็จจริงอย่างที่ได้กล่าวไป ทั้งนี้คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน กกต.ตระหนักดีถึงความจำเป็นของการประกาศผลการเลือกตั้งจะต้องไม่ช้า แต่มีขั้นตอนทางกฎหมายที่จะต้องปฏิบัติอย่างที่ได้เรียนไปแล้ว ย้ำว่า จะพยายามทำให้เร็วที่สุด
เมื่อถามว่า มาจนถึงขณะนี้ กกต.มีคำร้องที่เกี่ยวกับว่าที่ส.ส.ที่ชนะการเลือกตั้ง ที่จะทำให้ไม่ได้ประกาศรับรองเยอะหรือไม่ อิทธิพร กล่าวว่า ตัวเลขคำร้องมีกว่า 280 เรื่อง ส่วนผู้ที่เลือกตั้งชนะถ้าจำไม่ผิดมีประมาณ 20 กว่าคน ซึ่งตอนนี้จะต้องขอตรวจสอบก่อนว่า มีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ โดยจะต้องมีการสั่ง 3 อย่างคือ 1.สั่งเลือกตั้งใหม่ 2.สั่งนับคะแนนใหม่ และ 3.สั่งออกเสียงลงคะแนนใหม่
เมื่อถามว่า ตามกฎหมายที่ให้ประกาศรับรองร้อยละ 95 เบื้องต้นจะมีการรับรอง 475 คนใช่หรือไม่ อิทธิพร กล่าวว่า ใช่ ตัวเลขเป็นเช่นนั้น แต่เราคิดว่าถ้าเผื่อประกาศได้ 100% ได้ เราก็ประกาศ เพราะกฎหมายระบุว่าประกาศร้อยละ 95 เป็นอย่างต่ำ
เมื่อถามว่า กรณีหุ้นสื่อของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตอนนี้คำร้องอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว อิทธิพร กล่าวว่า อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจาก กกต. ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของกกต.ในไม่ช้านี้
เมื่อถามว่าคาดว่าจะมีการส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเพื่อให้สิ้นข้อสงสัยหรือไม่ อิทธิพร กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นข้อเท็จจริงพยานหลักฐาน ตอบไปก่อนคงไม่ได้
เมื่อถามว่า คดีของพิธา ต่างจากคดีถือหุ้นสื่อของคนอื่นหรือไม่อย่างเช่น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อิทธิพร กล่าวว่า คดีหุ้นทุกคดีจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐานที่นำเสนอต่อเรา เราจะพิจารณาตัดสินไปตามหลักฐานที่มี ถ้าเห็นว่าพยานหลักฐานไม่พอก็ขอให้สอบเพิ่มหรือศึกษาเพิ่มได้ ตอนนี้เรายังไม่เห็นพยานหลักฐานที่เป็นทางการที่เป็นการทำงานของกกต. ฉะนั้นตนจึงไม่สามารถที่จะพูดอะไรไปได้มากกว่านี้
เมื่อถามว่าพยานหลักฐานตอนนี้มีเพียงพอ หรือยังต้องเพิ่มอะไรหรือไม่ อิทธิพร กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้เพราะสำนักงาน กกต. ยังไม่เสนอเรื่องขึ้นมา อยู่ในระหว่างการดำเนินการของสำนักงานฯ
เมื่อถามว่า อย่างกรณีผู้ที่ถูกร้องคือ พิธาจะต้องมีการเรียกมาชี้แจงหรือไม่ อิทธิพร กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกระบวนการ ถ้าจะเรียกก็คงไม่ใช่ กกต.เรียก จะต้องเป็นสำนักงานฯเรียก
เมื่อถามว่า มีคนมองว่ากรณีคำร้อง พิธาเหมือนเป็นการเล่นงานทางการเมืองของฝ่ายการเมือง นายอิทธิพล กล่าวว่า เราไม่เคยดูเรื่องนั้น ทุกคำร้องเราต้องใช้พื้นฐานของระเบียบว่าด้วยการสืบสวนและไต่สวนของ กกต.เป็นหลักในการพิจารณาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งแรก
เมื่อถามว่า โซเชียลมีการกดดันการตรวจสอบคดีหุ้นของพิธาหรือไม่ อิทธิพร กล่าวว่า ไม่มี กกต.และสำนักงานฯปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่มาโดยตลอด



