ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หวังว่าวันนี้กรรมาธิการฯ จะได้มีโอกาสนำเสนอรายงานผลการศึกษานิรโทษกรรม ต่อที่ประชุมสภาฯ เพราะกรรมาธิการฯ เตรียมพร้อมรอไว้แล้ว หวังว่า จะไม่มีวาระอะไรมาแทรก ซึ่งวานนี้ (16 ต.ค.) ได้รับการยืนยันจากคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และวิปรัฐบาลว่า วันนี้จะมีการนำเสนอรายงานของกรรมาธิการฯ แน่นอน ถือเป็นโอกาสดีที่ สส.ทุกฝ่ายจะได้รับฟังข้อเสนอของกรรมาธิการฯ ซึ่งเป็นความคิดเห็นจากทุกฝ่ายจริงๆ ไม่ใช่แค่ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาเคยมีการเลื่อนการพิจารณารายงานดังกล่าวมาแล้วถึง 2 ครั้ง เพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆ พูดคุยกันให้ตกผลึกก่อน ชัยธวัช กล่าวว่า เท่าที่ทราบในฝั่งพรรคฝ่ายค้าน ไม่ได้มีการนัดพูดคุยกันกับฝ่ายรัฐบาล แต่ฝ่ายรัฐบาลเองจะมีการพูดคุยอย่างไรก็ไม่ทราบ แต่ขอยืนยันอีกครั้งว่า การตกผลึกเรื่องนี้ควรจะเกิดขึ้นภายหลังจากฟังรายงานฉบับนี้
“ในทางกลับกัน หากชะลอหรือเลื่อนการนำเสนอรายงานออกไปอีก ก็จะทำให้การตกผลึกของสังคมในเรื่องนี้ช้าออกไป”
— ชัยธวัช กล่าว
ชัยธวัช กล่าวว่า รายงานของกรรมาธิการฯไม่ได้มีบทสรุป แต่เป็นข้อเสนอที่รวมความเห็นจากทุกฝ่ายไว้ด้วยกันโดยที่ไม่ได้ตัดให้เหลือเพียงแนวทางใดแนวทางหนึ่ง และคาดหวังหลังเสนอรายงานแล้ว จะเป็นการฟังความเห็นของ สส. และยังเป็นการได้รับฟังความเห็นของสังคมเพื่อให้เกิดการตกผลึก ก่อนนำไปสู่การนำเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของแต่ละพรรคการเมืองที่มีวาระเตรียมเสนอต่อที่ประชุมสภาฯ ไว้แล้ว
“ผมยังหวังว่าสภาฯ น่าจะเห็นชอบกับรายงาน รวมถึงข้อสังเกตในการคลี่คลายความขัดแย้งเฉพาะหน้า ระหว่างที่ยังไม่มี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งความจริงไม่มีเหตุที่จะต้องลงมติไม่เห็นชอบ เพราะไม่ใช่ข้อเสนอที่มีแนวความคิดเดียวแต่เป็นรายงานที่เป็นข้อเสนอทางเลือกเชิงนโยบายมากกว่า”
— ชัยธวัช กล่าว
ส่วนที่บางพรรคการเมืองมีจุดยืนชัดเจนว่า จะไม่สนับสนุนการนิรโทษกรรมในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น ชัยธวัช กล่าวว่า ในรายงานฉบับนี้ก็มีก็มีข้อเสนอที่ไม่นิรโทษกรรม มาตรา 112 ด้วย และมีการประเมินทั้งข้อดีข้อเสีย รวมถึงมีพื้นที่ตรงกลางอย่าง นิรโทษกรรมมาตรา 112 แบบมีเงื่อนไข แต่เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง สุดท้ายขึ้นอยู่กับการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของแต่ละฝ่ายอยู่ดี
ชัยธวัช กล่าวด้วยว่า หลังจากสภาฯ ได้พิจารณารายงานฉบับนี้แล้ว ยังมีร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รออยู่อีก 4 ฉบับคือ ฉบับของอดีตพรรคก้าวไกล ฉบับที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคครูไทยเพื่อประชาชนเสนอร่วมกัน ฉบับของพรรครวมไทยสร้างชาติ และฉบับของภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวในฐานะกรรมาธิการฯ ก็เห็นและเข้าใจความกังวลของพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย หรือเห็นด้วยบ้างในบางคดี จึงนำมาสู่ข้อเสนอทางเลือกที่ 3 ให้มีพื้นที่ตรงกลาง ให้มีกลไกพิจารณาการนิรโทษกรรมเป็นรายคดีไป
“ผมเองเห็นว่า ข้อเสนอนี้น่าจะเป็นข้อเสนอที่ดี ในแง่ที่เข้าใจทั้งสองฝ่าย ดังนั้น กลไกในการพิจารณาแบบมีเงื่อนไข น่าจะเป็นแนวทางที่ทำให้สร้างความเชื่อใจซึ่งกันและกันได้มากขึ้น รวมถึงมีเงื่อนไขที่ทำให้ยอมรับกันได้ ส่วนตัวจึงมองว่าเป็นข้อเสนอที่ดีในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน”
— ชัยธวัช กล่าว




