‘ก้าวไกล’ ไม่ปิดประตู! ถ้า ‘เพื่อไทย’ จะกลับบ้านหลังเดิม

7 ส.ค. 2566 - 15:20

  • ‘ชัยธวัช’ เผย ‘ก้าวไกล’ ไม่ปิดประตูถ้า ‘เพื่อไทย’ จะกลับบ้านหลังเดิม

  • ห่วงตั้งรัฐบาลไม่ราบรื่นได้นายกฯ มาจากขั้วอำนาจเดิม

  • ชี้คุณสมบัตินายกฯ ประชาชนตัดสินใจผ่านการเลือกตั้งแล้ว

Chaitawat_doesn_t_like_it_If_Pheu_Thai_returns_to_the_same_house_SPACEBAR_Hero_b05f4ef7d2.jpeg
ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสต้องการให้พรรคเพื่อไทย (พท.) กลับมาจับมือกับพรรคก้าวไกล เพื่อมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มองมีโอกาสมากน้อยเพียงใด  

โดยเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า อยู่ที่การตัดสินใจของพรรค พท. แต่พรรค ก.ก. ยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้ ตอนนี้เราก็เตรียมพร้อมทำงานไม่ว่าจะในบทบาทใด  

เมื่อถามว่า เป็นการผลักให้พรรค ก.ก. มาเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า มันผ่านไปแล้ว ตอนนี้เป็นห่วงว่าสถานการณ์ในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ราบรื่น เสียงสนับสนุนจาก สว.ที่เคยคิดว่าอาจจะได้ก็อาจจะมีปัญหาเท่าที่ที่ติดตามในกระแสข่าว  

ส่วนความกังวลในการจัดตั้งรัฐบาลอาจจะพลิกขั้วแม้ว่าพรรค ก.ก. จะไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้วนั้น ชัยธวัชกล่าวว่า คิดว่าไม่ใช่เฉพาะพรรค ก.ก. ที่กังวล แต่ประชาชนก็ไม่อยากเห็นการพลิกขั้วรัฐบาลที่นายกฯ มาจากขั้วอำนาจเก่า  

เมื่อถามว่า หลังจากที่มีการพูดคุยกับพรรค พท. ครั้งล่าสุดคือช่วงพรรค พท. แถลงขอถอนตัวออกจาก 8 พรรคร่วมจนถึงขณะนี้ยังมีการติดต่อกันอยู่หรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า “ยังไม่ได้พูดคุยกัน”  

เมื่อถามว่า พรรค ก.ก. จะดำเนินการอย่างไรต่อในการโหวตนายกฯ ครั้งถัดไป ชัยธวัช กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในพรรค เพราะยังพอมีเวลาตัดสินใจ เราไม่รู้ว่าสถานการณ์จะพลิกผันไปถึงจุดไหน เมื่อใกล้ช่วงวันโหวตนายกฯ คงจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง

“ระหว่างนี้ก็ต้องมีการจัดเตรียมเพื่อเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ระยองเร็วๆ นี้ ซึ่งจะส่งหรือไม่นั้นระหว่างอยู่ในกระบวนการ ความจริงแล้วพรรคจะตรวจเช็กประวัติอาชญากรรมของผู้สมัครทุกคน แต่ไม่มีในระบบ เจ้าตัวและทีมงานในจังหวัดก็เข้าใจผิดเรื่องข้อหาว่าเข้าข่ายคุณสมบัติต้องห้ามหรือไม่ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นข้อผิดพลาด”  

เมื่อถามว่า หากมีโอกาสที่จะกลับไปจับมือกับพรรค พท. จริงๆ หลักการในการที่จะกลับไปจับมืออีกครั้งมีเงื่อนไขอย่างไร เลขาธิการพรรค ก.ก. กล่าวว่า ต้องคุยกับกรรมการบริหารพรรคและ สส. ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ คงบอกล่วงหน้าไม่ได้  

ส่วนของท่าที สส. ของพรรค ก.ก. เช่น วิโรจน์ ลักขณาอดิศร บอกว่ามีโอกาสก็จะถอยหลังกลับมาจับมือกับพรรค ก.ก.นั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล และตอนนี้ยังไม่มีการประสานงานกับพรรค พท. เพื่อพูดคุยเรื่องนี้ ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปได้  

เมื่อถามว่า มองคุณสมบัติของคนที่จะมาเป็นนายกฯ ในสถานการณ์เช่นนี้ไว้อย่างไรบ้าง ชัยธวัช กล่าวว่า คุณสมบัติเป็นเรื่องพื้นฐาน พรรคที่ชนะการเลือกตั้งและรวมเสียงข้างมากได้ควรจะเป็นนายกฯ ถ้าเราไปตั้งเงื่อนไขเยอะ ซึ่งแต่ละฝ่ายก็จะมองไม่เหมือนกัน ตรงนี้จะทำให้เกิดความขัดแย้งและวุ่นวายทางการเมือง ถ้ามีการพิจารณานโยบายด้วย  

ซึ่งนโยบายและคุณสมบัตินั้นประชาชนได้ตัดสินผ่านการเลือกตั้งแล้ว พรรคไหนได้รับความนิยมเยอะแสดงว่าประชาชนเห็นด้วย ตรงนี้เป็นการหาข้อยุติและเห็นต่างทางการเมืองที่สันติที่สุดแล้ว ถ้าเราไม่อิงเกณฑ์นี้จะทำให้การเมืองไปต่อไม่ได้และสร้างปัญหาในอนาคตแน่นอน  

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยก็มีหลายรัฐบาลที่พรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้มาจากพรรคอันดับ 1 ชัยธวัชกล่าวว่า ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดในสถานการณ์ที่เป็นประชาธิปไตยปกติ มันคือช่วงประชาธิปไตยครึ่งใบบ้าง ในช่วงเผด็จการบ้าง และอยู่ในช่วงที่เผด็จการยังสืบทอดอำนาจอยู่บ้าง  

“เพราะฉะนั้นเราคิดว่า วันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะกลับมาสู่ประชาธิปไตยปกติ เมื่อปี 2562 พรรคที่ชนะอันดับ 1 รวบรวมเสียงไม่ได้ข้างมากเนื่องจากมีการกดดันกัน ทำให้เสียงข้างมากไปอยู่ที่พรรคอันดับ 2 แบบนี้ถ้าอยู่ในสถานการณ์ปกติก็คงจะไม่เกิด”  

เมื่อถามถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนพิจารณารับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน และทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็เลื่อนการเดินทางกลับ มองว่าเป็นนัยยะทางการเมืองหรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า คิดว่าในเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญคงจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เลยยังไม่มีมติอะไรออกมาว่าจะรับคำร้องหรือไม่ ส่วนเรื่องนายทักษิณคงตอบแทนไม่ได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์