‘ชัยธวัช’ เตรียมหารือพรรคร่วมฝ่ายค้าน

23 ก.ย. 2566 - 16:20

  • ‘ชัยธวัช’ กางภารกิจแรก หารือพรรคร่วมวางแนวทางการทำงาน ยัน ‘ปกรณ์วุฒิ’ นั่งปธ.วิปฝ่ายค้าน

  • ชี้ กก.บห.ปรับเล็กน้อย เพราะฝ่าด่านเฉพาะหน้า ไม่ได้หวั่นยุบพรรค รอรื้อใหม่ เม.ย. ปีหน้า

  • เผย สัปดาห์หน้ารู้ทางออกปมเก้าอี้ ‘ปดิพัทธ์’

Chaitawat_prepare_to_talk_with_opposition_party_SPACEBAR_Hero_0d806ec6c9.jpg

ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงภารกิจแรกในการเป็นผู้นำฝ่ายค้านว่า ภารกิจแรกคงจะต้องเชิญพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคมาพูดคุยกัน เพื่อวางแนวทางในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพหลังจากนี้ รวมถึงจัดวางทีมงานของฝ่ายค้านอย่างเป็นเอกภาพ และภารกิจจำเป็นเฉพาะหน้าของผู้นำฝ่ายค้าน คือการเสนอชื่อแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เพื่อให้ประธานสภาแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การทำงานในสภาผู้แทนราษฎรมีการประสานงานกันได้อย่างสมบูรณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประธานวิปฝ่ายค้าน จะเป็นปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล เหมือนเดิมใช่หรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า ในที่ประชุมพรรคก้าวไกลมีการเสนอชื่อปกรณ์วุฒิ เป็นประธานวิปฝ่ายค้าน ซึ่งคิดว่าคงจะได้รับการยอมรับจากพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค เพราะที่ผ่านมาเปิดปกรณ์วุฒิทำหน้าที่หลักในการประสานงานกับฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านด้วยกันอยู่แล้วมคงจะต้องรอการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

เมื่อถามต่อว่า พรรคได้มีการวางแนวทางเบื้องต้นเรื่องปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 หรือไม่ว่าจะให้ออกไปอยู่พรรคไหน ชัยธวัช กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่คงจะใช้เวลาภายในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ในการหารือร่วมกันว่าแนวทางควรจะเป็นอย่างไร ก็ขอเวลานิดนึง คาดว่า สัปดาห์ที่จะถึงนี้เรื่องดังกล่าวจะจบ

เมื่อถามอีกว่า ในฐานะเป็นผู้นำคนใหม่ของพรรคก้าวไกลจะไปพูดคุยกับปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า อย่างไรบ้าง หลังจากที่ระบุว่าจะเลิกวิพากษ์วิจารณ์พรรคก้าวไกล ชัยธวัช กล่าวว่า การวิพากษ์วิจารณ์พรรคก้าวไกล เป็นสิ่งที่ควรทำได้  และในฐานะผู้นำพรรคคนหนึ่ง ก็อยากเชิญชวนให้ทุกคนช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์ ติชมว่า ถ้าหากเห็นว่าพรรคก้าวไกลยังมีข้อบกพร่องหรือความผิดพลาดตรงไหน ก็อยากให้ทุกคนได้แสดงความคิดอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวล เพราะการติชม การวิพากษ์วิจารณ์จะนำไปสู่การปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น ส่วนเรื่องปิยบุตรในฐานะที่ได้ร่วมสร้างพรรคอนาคตใหม่มาด้วยกัน ยังเห็นว่า ปิยบุตรยังเป็นกำลังสำคัญของการเมืองไทยที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในอนาคต แม้ว่าจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆได้อีกจนกว่าจะครบ 10 ปี คิดว่าคงต้องพยายามที่จะมีการพูดคุยและยังอยากให้ปิยบุตรได้ใช้ศักยภาพในการเข้าร่วมการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองต่อไป

เมื่อถามว่า การที่คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ไม่มีคนหน้าใหม่เลย ถือเป็นการยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่จะถูกยุบพรรคหรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า ไม่ อย่างที่ได้บอกไปว่าที่ประชุมของพรรคคิดว่าเราควรจะมีการปรับเล็กไปก่อนชั่วคราว เพราะต้องอธิบายว่า 1. เป็นการปรับเล็กเฉพาะหน้า อย่างที่บอกว่าเป็นเหตุจำเป็นทางด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพรรค และการสั่งยุติปฎิบัติหน้าที่ของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรค ทำให้เราต้องปรับเล็ก 2.เดิมภายในพรรคมีการทำความเข้าใจกันตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่ากรรมการบริหารพรรคชุดแรกของพรรคก้าวไกล มีการเลือกมาโดยมีข้อจำกัด ด้วยสถานการณ์การมีส่วนร่วมส่วนร่วมน้อย เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุคมีการหาพรรคใหม่ ก็ต้องรีบที่จะเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่มาทำหน้าที่กอบกู้ และเมื่อครบวาระ 4 ปี เราบอกกับสมาชิกพรรคและทีมงานทุกจังหวัดของพรรคว่าเราจะมาเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยที่ให้สมาชิกพรรคเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่กว่าชุดแรก ซึ่งจากกำหนดครบ 4 ปีอยู่แล้วในเดือนเมษายน ปี 2567 ดังนั้นสมาชิกพรรคทุกคนทราบดี ส่วนการปรับใหญ่อย่างเป็นทางการคือการประชุมใหญ่สามัญปี 2567 ในเดือนเมษายน ซึ่งกระบวนการได้มาของแต่ละตำแหน่งจะต้องผ่านการมีส่วนร่วมของคนทำงานในแต่ละจังหวัดให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า ตำแหน่งที่ปรึกษารองประธานสภาคนที่ 1 ของอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และอดีต สส.พรรคก้าวไกล จะมีคนมาแทนหรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า ยังไม่มี เพราะมันกระชั้นชิดไป การมีส่วนร่วมนั้นยังไม่มี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์