ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงการตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้รวบรวมได้ 313 เสียง ถือว่ามีเพียงพอและมั่นคงแล้วตามหลักการประชาธิปไตยสากลทั่วไป ดังนั้น หลังจากนี้จะเดินหน้าคุยกับ ส.ว. เพื่อทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน แล้วพาบ้านเมืองไปต่อตามครรลองประชาธิปไตย ไม่ไปสู่ทางตัน โดยจากที่ตนได้พูดคุยกับ ส.ว. จำนวนหนึ่ง หลายท่านมีความกังวลเรื่องทิศทางนโยบายต่างประเทศ การรักษาสมดุลของไทยในเวทีการเมืองโลก และ ส.ว. ไม่ต้องการเห็นรัฐบาลชุดใหม่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองเพิ่มขึ้น เมื่อได้พบกันและอธิบายจุดยืนและแนวทางของพรรคก้าวไกล ทาง ส.ว. ก็เข้าใจมากขึ้น
“วันที่ 23 พฤษภาคม 2566 จะมีประชุมวิสามัญวุฒิสภา และทราบมาว่าหลังการประชุมวุฒิสภา น่าจะมีการประชุมกันอย่างไม่เป็นทางการของ ส.ว. เรื่องแนวทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าเมื่อ ส.ว. ได้เห็นข้อตกลงร่วม (MOU) ในการจัดตั้งรัฐบาลในวันที่ 22 พฤษภาคมแล้ว จะมีความเข้าใจต่อพวกเราดีขึ้นและนำไปสู่การตัดสินใจในเชิงบวกเพื่อผลักดันประเทศไปข้างหน้า” ชัยธวัช ระบุ
ชัยธวัช กล่าวอีกว่า ขณะนี้กระบวนการเจรจาร่าง MOU เดินหน้าไปได้ด้วยดี ตอนนี้ทุกพรรคกำลังพิจารณาและนำเสนอวาระสำคัญของแต่ละพรรค เพื่อมารวมกันเป็นข้อตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล โดยในวันพรุ่งนี้ (21 พ.ค. 2566) จะมีการพูดคุยกับแต่ละพรรคอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกันในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้
“วาระสำคัญใน MOU จะตอบสนองต่อเสียงประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลงทั้งในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างเป็นธรรม และปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย มีนิติรัฐ โปร่งใส ปราศจากการทุจริต และแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาเพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าไปสู่อนาคตได้” ชัยธวัช ระบุ
ขณะเดียวกัน ทางฝั่ง พรรคใหม่ ที่วานนี้ (19 พ.ค. 2566) ตอบรับเข้าร่วม ‘รัฐบาลก้าวไกล’ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยัน ไม่มีนโยบายแก้มาตรา 112 ให้เป็นโทษที่ร้ายแรงขึ้นหรือโทษประหารชีวิต และมีนโยบายหลักที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเท่านั้น หลังถูกโซเชียลมีเดียขุดคุ้ยโพสต์เก่าที่มีคณะกรรมการบริหารพรรคบางราย ไลฟ์ด่า ค้านการแก้ไขมาตรา 112 และปรากฏแฮชแท็ก #กูไม่เอาพรรคใหม่ ทั้งนี้ ทางพรรคใหม่ ระบุในแถลงการณ์ล่าสุดด้วยว่า จะกำชับและตักเตือนกรรมการบริหารพรรคที่พูดถึงในสื่อสังคมออนไลน์ต่อไป แต่ในแถลงการณ์ดังกล่าว ไม่ได้ระบุถึงการถอนตัวร่วม ‘รัฐบาลก้าวไกล’
“วันที่ 23 พฤษภาคม 2566 จะมีประชุมวิสามัญวุฒิสภา และทราบมาว่าหลังการประชุมวุฒิสภา น่าจะมีการประชุมกันอย่างไม่เป็นทางการของ ส.ว. เรื่องแนวทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าเมื่อ ส.ว. ได้เห็นข้อตกลงร่วม (MOU) ในการจัดตั้งรัฐบาลในวันที่ 22 พฤษภาคมแล้ว จะมีความเข้าใจต่อพวกเราดีขึ้นและนำไปสู่การตัดสินใจในเชิงบวกเพื่อผลักดันประเทศไปข้างหน้า” ชัยธวัช ระบุ
ชัยธวัช กล่าวอีกว่า ขณะนี้กระบวนการเจรจาร่าง MOU เดินหน้าไปได้ด้วยดี ตอนนี้ทุกพรรคกำลังพิจารณาและนำเสนอวาระสำคัญของแต่ละพรรค เพื่อมารวมกันเป็นข้อตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล โดยในวันพรุ่งนี้ (21 พ.ค. 2566) จะมีการพูดคุยกับแต่ละพรรคอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกันในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้
“วาระสำคัญใน MOU จะตอบสนองต่อเสียงประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลงทั้งในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างเป็นธรรม และปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย มีนิติรัฐ โปร่งใส ปราศจากการทุจริต และแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาเพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าไปสู่อนาคตได้” ชัยธวัช ระบุ
ขณะเดียวกัน ทางฝั่ง พรรคใหม่ ที่วานนี้ (19 พ.ค. 2566) ตอบรับเข้าร่วม ‘รัฐบาลก้าวไกล’ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยัน ไม่มีนโยบายแก้มาตรา 112 ให้เป็นโทษที่ร้ายแรงขึ้นหรือโทษประหารชีวิต และมีนโยบายหลักที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเท่านั้น หลังถูกโซเชียลมีเดียขุดคุ้ยโพสต์เก่าที่มีคณะกรรมการบริหารพรรคบางราย ไลฟ์ด่า ค้านการแก้ไขมาตรา 112 และปรากฏแฮชแท็ก #กูไม่เอาพรรคใหม่ ทั้งนี้ ทางพรรคใหม่ ระบุในแถลงการณ์ล่าสุดด้วยว่า จะกำชับและตักเตือนกรรมการบริหารพรรคที่พูดถึงในสื่อสังคมออนไลน์ต่อไป แต่ในแถลงการณ์ดังกล่าว ไม่ได้ระบุถึงการถอนตัวร่วม ‘รัฐบาลก้าวไกล’



