เปลือยใจ! ‘ชัยธวัช’ ขั้วอำนาจเก่าเด็ดปีก ‘ก้าวไกล’

2 ส.ค. 2566 - 17:40

  • เปลือยใจ! ‘ชัยธวัช’ ขั้วอำนาจเก่าเด็ดปีก ‘ก้าวไกล’ ยัน ‘เพื่อไทย’ ไม่เคยเจรจาขอให้ถอย ม.112 ชี้ เป็นแค่ข้ออ้างของพรรคอื่นที่ไม่ต้องการร่วมงานด้วย

  • ขอโทษ ปชช.ตั้งรบ.ตามเจตจำนงไม่สำเร็จ บอก ยังรอมติโหวต ‘เศรษฐา’ หรือไม่

  • เผย ‘พิธา’ แอดมิดป่วยไข้หวัดใหญ่ ไม่มีความเห็นเพื่อไทยฉีก MOU พ้อ คงเรียกร้องอะไรไม่ได้

Chaitawat_sorry_people_confirm_Pheuthai_never_talk_about_artical_112_SPACEBAR_Thumbnail_e6c269fd8f.jpeg
ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงภายหลังพรรคเพื่อไทยประกาศจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมด้วยว่า พรรคก้าวไกลขอโทษประชาชนที่ไม่สามารถผลักดันการจัดตั้งรัฐบาลที่เคารพเจตจำนงของพี่น้องประชาชนที่ผ่านการเลือกตั้งได้สำเร็จ อย่างที่พรรคเพื่อไทยได้แถลงไว้ว่า จะแยกจากพรรคก้าวไกลไปจัดตั้งรัฐบาลด้วยตนเอง ซึ่งในการพูดคุยของตัวแทนระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้แจ้งกับพรรคก้าวไกลว่า ต้องการที่จะขอออกจาก MOU ที่เราได้ทำร่วมกัน ทั้ง 2 ฉบับ คือ MOU ของ 8 พรรคร่วม และ MOU ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล  
 
ทั้งนี้ ในการพูดคุยกันกับพรรคเพื่อไทย ไม่ได้มีการขอให้พรรคก้าวไกลพิจารณาถอยเรื่องการเสนอมาตรา 112 และตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคย มีการเจรจากันเรื่องนี้ พรรคเพื่อไทยให้เหตุผลว่า พรรคการเมืองเกือบทั้งหมดที่พรรคเพื่อไทยไปพูดคุยไม่ต้องการให้พรรคก้าวไกลเข้าร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะมีเรื่อง ม.112 หรือไม่ก็ตาม 
 
และพรรคเพื่อไทยไม่ได้ขอให้พรรคก้าวไกลโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ เนื่องจากเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละพรรค และในการพูดคุยกันเมื่อเช้านี้ แกนนำของพรรคเพื่อไทยบางคนยังได้แสดงความกังวลใจด้วยซ้ำว่า หากพรรคก้าวไกลจะโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย อาจจะทำให้สว.ไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อไทยได้ เพราะอาจจะกังวลว่า หากพรรคก้าวไกลไปโหวตให้พรรคเพื่อไทย แต่หลังจากที่เลือกนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว พรรคเพื่อไทยจะดึงพรรคก้าวไกลมาร่วมรัฐบาลอีก 
 
สุดท้ายพรรคก้าวไกล อยากจะเรียนประชาชนว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดหลังจากนี้ พรรคก้าวไกลจะทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่อย่างดีที่สุด ตามที่เราได้รับความไว้วางใจจะประชนมาจากการเลือกตั้ง เพื่อที่จะผลักดันคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกคน เพื่อที่จะผลักดันให้เกิดระบบเศรษฐกิจ ของประเทศที่เท่าทันโลก และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโตอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน 
 
เราจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อผลักดัน การกระจายอำนาจ การปฏิรูประบบราชการ การสร้างรัฐที่โปร่งใสเป็นธรรม เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน และจะทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน  เพื่อที่จะสร้างระบบการเมืองของบ้านเราให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เป็นระบบการเมืองที่เสียงและอำนาจของประชาชนมีความหมายจริงๆให้ได้  
 
เมื่อถามว่า แสดงว่า จะไม่โหวตให้ เศรษฐาหรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องของการโหวตวันนี้ มีการประชุมของสส. ก็เปิดให้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่และในวันพรุ่งนี้ น่าจะมีการสรุปเป็นมติของพรรคอีกครั้งหนึ่ง 
 
เมื่อถามว่า การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย กระชั้นชิดเกินไปหรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า มีการพูดคุยเป็นระยะ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไร 
 
เมื่อถามว่า จะทำงานกับเพื่อไทยในอนาคตได้หรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า อันดับแรก ต้องทำตามความเข้าใจว่า MOU ไม่มีอีกแล้วทั้ง MOU 8 พรรค และ MOU กับพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยในการเลือกประธานสภาฯซึ่ง MOU ฉบับหลัง ส่วนสำคัญก็คือเคยตกลงกันว่า จะร่วมมือกันผลักดันกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการปฏิรูปกองทัพ การนิรโทษกรรมทางการเมืองใน MOU ไม่มีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ยังสามารถที่จะเสนอร่างกฎหมาย และเสนอแนะทางกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนได้  หวังว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้จะไม่ได้เป็นฝ่ายเดียวกัน และหากเรากลายเป็นฝ่ายค้าน ก็หวังว่า สส.รัฐบาลจะเห็นชอบด้วย 
 
เมื่อถามว่า ประกาศเป็นผู้นำฝ่านค้านได้เลยหรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า  เรื่องนี้ยังไม่ได้จบอย่างเป็นทางการ แต่การแถลงไปแล้วไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหนก็จะทำหน้าที่ ในฐานะสส.ให้ดีที่สุดเพื่อผลักดันนโยบายของเรา ผ่านสภานิติบัญญัติ 
 
เมื่อถามย้ำว่า ยังทำงานกับเพื่อไทยได้หรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า ฝ่ายค้านก็ผลักดันได้ และการเป็นฝ่ายค้านครั้งที่แล้ว ร่างกฎหมายไม่ผ่านสภาเลย แต่หวังว่า สมัยนี้จะมีหลายฉบับที่ผ่าน หากพรรครัฐบาลเห็นชอบว่าเป็นประโยชน์ส่วนรวมจริงๆ 
 
ส่วนทิศทางการโหวตนายกฯในวันที่ 4 สิงหาคมนี้เป็นอย่างไร ชัยธวัช กล่าวว่า ยังไม่มีมติ 
 
เมื่อถามว่า การที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้มาคุยกังพรรคก้าวไกลเรื่อง ม.112 มองว่า เป็นการปิดโอกาสพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า เหมือนที่เคยชี้แจงไปว่า เรื่อง ม.112 เป็นเพียงข้ออ้าง ฝ่ายการเมืองจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มอำนาจเก่าไม่ต้องการเห็นพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล ไม่ใช่เรื่อง ม.112 และหลายพรรคที่เคยแถลงกับพรรคเพื่อไทยก็พูดชัดเจนว่า ไม่ต้องการร่วมรัฐบาลกับก้าวไกล เนื่องจากอุดมการณ์ทางการเมืองและการทำงานไม่ตรงกับพรรคก้าวไกล 
 
ทั้งนี้ ยอมรับว่า ไม่ทราบว่า 8 พรรคร่วมพรรคไหนจะไปกับฝั่งพรรคเพื่อไทยบ้าง เพียงแค่พรรคเพื่อไทยได้แจ้งผลการพูดคุยกับพรรคก้าวไกลไปแล้วหลายพรรค ไม่ทราบว่า แต่ละพรรคนั้นมีท่าทีอย่างไร 
 
เมื่อถามว่า ถ้าก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน พรรค 2 ลุงฝ่ายค้าน จะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า เราไม่ได้เป็นฝ่ายเลือก และไม่มีใครเป็นฝ่ายเลือก เราก็ต้องอยู่รวมกัน ไม่มีใครจับขั้วฝ่ายค้าน  
 
ส่วนความรู้สึกของ สส.ก้าวไกลขณะนี้ เป็นอย่างไรบ้าง ชัยธวัช กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงเห็นความบิดเบี้ยวของการเมืองไทย ซึ่งเคยพูดไปแล้วกับสังคมว่า ปัญหาของการเมืองไทย คืออำนาจสูงสุดไม่ใช่ของประชาชน ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ในยุคสมัยนี้ ของพวกเรา ก็ถือเป็นภารกิจของพรรคก้าวไกลที่ต้องผลักดันการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้การเมืองไทยกลับมาเป็นระบอบประชาธิปไตยปกติ ที่เสียงและอำนาจของประชาชนนั้นสำคัญที่สุด 
 
เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทยไปรวมกับ สส.ของพรรคลุง ชัยธวัช กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับก้าวไกลแล้ว เพราะตอนนี้ก้าวไกลไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลกับเพื่อไทยแล้ว 
 
เมื่อถามว่า จากกันด้วยดีหรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า การพูดคุยเมื่อเช้านี้ เราเข้าใจซึ่งกันและกัน 
 
เมื่อถามว่า ต้องเคลียร์ความรู้สึกกับแกนนำในพรรคก้าวไกลที่อยากให้พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลจับมือกัน ต้องเคลียร์ความรู้สึกกันอย่างไร ชัยธวัช กล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนเข้าใจสถานการณ์ แต่เราก็เห็นว่า ถ้าหาก 8 พรรคการเมืองจับมือกันแน่น เราก็ไม่เชื่อว่าเกิดการพลิกขั้วรัฐบาลได้ แต่ ณ วันนี้เมื่อพรรคเพื่อไทยตัดสินใจออกจาก MOU แล้ว การจัดตั้งรัฐบาลก็คงเป็นอีกแบบหนึ่ง 
 
เมื่อถามว่า มองว่า รัฐบาลจะอยู่นานเท่าไหร่ ชัยธวัช กล่าวว่า เข้าใจว่า ถ้ารัฐบาลใหม่สามารถผลักดันให้เกิดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสสร.ได้จริงๆ การเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้น หลังจากรัฐธรรมนูญบังคับใช้ไม่นาน ซึ่งคงเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวังด้วย 
 
เมื่อถามว่า ก้าวไกลสนับสนุนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้หลายพรรคเห็นตรงกันอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและก็คาดหวังว่า เรื่องการจัดทำประชามติเพื่อให้มีสสร.จากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ น่าจะถือเป็นเรื่องเร่งด่วนของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จ 
 
เมื่อถามว่า กำลังใจดีหรือไม่ ชัยธวัช ยืนยันว่า ตนนั้นกำลังใจยังดีอยู่ แต่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้มีความเห็น ขณะนี้พิธา กำลังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ป่วยหนักด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ มีอาการมากกว่าที่คิด โดยได้พูดคุยกันผ่านทางออนไลน์ หลังจากประชุมกับทางพรรคเพื่อไทยเสร็จ ก็ได้แจ้งให้ทราบ แต่พิธาไม่มีเสียงเลย ซึ่งพิธาไม่ได้มีความเห็นกับผลการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย และคงไปเรียกร้องไม่ได้ ก็พร้อมทำงานอย่างเต็มที่ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์