







รัฐสภา มีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลำดับที่ 10 โดยมี ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 สส.พรรคก้าวไกล รวมถึงข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาฯเข้าร่วมในพิธีดังกล่าวและร่วมแสดงความยินดี
ต่อมา ภายหลังพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้าน ชัยธวัช แถลงว่า หลังจากนี้ไม่ว่าจะเป็นพรรคก้าวไกลหรือพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค จะได้หารือถึงแนวทางในการทำงานร่วมกันหลังจากนี้ ซึ่งส่วนตัวในฐานะผู้นำฝ่ายค้านยืนยันว่า พรรคฝ่ายค้านจะทำงานอย่างเต็มที่อย่างที่ประชาชนคาดหวัง และไว้วางใจการทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุลฝ่ายบริหาร โดยยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง ตรงไปตรงมา และในขณะเดียวกันแม้จะเป็นฝ่ายค้าน เราก็เห็นว่าฝ่ายค้านและฝ่ายบริหาร รวมถึงสส.ของรัฐบาลยังสามารถที่จะร่วมมือกันได้ ในการผลักดันสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนผ่านตัวแทนนิติบัญญัติได้ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายและการผลักดันวาระต่างๆร่วมกันได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องตรงกันข้ามกันตลอด และหวังว่าหลังจากนี้กระบวนการนิติบัญญัติ การทำงานในสภาฯก็จะสมบูรณ์และเข้มข้นมากขึ้น
เมื่อถามว่า การทำงานของฝ่ายค้านจะมีอะไรที่ชัดเจนขึ้นหรือไม่ ชัยธวัช กล่าวว่า เบื้องต้น คงต้องหารือกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ในเดือนม.ค.ปี 67 ทางแกนนำฝ่ายค้านและวิปฝ่ายค้านได้หารือกัน ซึ่งเดิมตั้งใจว่าในวันที่ 21 ธ.ค. ช่วงบ่ายจะเชิญแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านมาประชุมกัน แต่คงต้องเลื่อนออกไปก่อน เพราะในวันเดียวกัน คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)จะมีประชุม ซึ่งคาดว่า ใช้เวลาพอสมควร ระหว่างนี้อาจจะเป็นการพูดคุยอย่างเป็นทางการและหลังปีใหม่จะประชุมพรรคฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ
เมื่อถามว่า จะมีเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเลยหรือไม่นั้น ชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้พูดคุยกันเนื่องจากที่ผ่านมา ทุกพรรครอให้มีการโปรดเกล้าฯอย่างเป็นทางการ โดยพรรคก้าวไกลจะยึดเอาข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นตัวตั้งไม่ได้ตั้งเป้าจะอภิปรายให้ได้
“ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคก้าวไกล จำเป็นต้องทำงานด้วยกันให้เกียรติและไว้วางใจซึ่งกันและกัน หากมีแผนงานหรือเป้าหมายร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมคิดว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างดี” ชัยธวัช กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการประสานความร่วมมือและระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลอย่างไร ชัยธวัช กล่าวว่า จากนี้จะตรวจสอบถ่วงดุลไม่จำเป็นต้องค้านฝ่ายรัฐบาลทุกเรื่องต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆไป ซึ่งบางเรื่องที่เป็นประโยชน์ของประชาชนที่ถูกต้องสามารถร่วมมือกันได้ ฝ่ายค้านสนับสนุนสิ่งที่ฝ่ายรัฐบาลเสนอในสภาได้ไม่จำเป็นต้องแย้งเสมอไป ในทางกลับกันหวังว่าฝ่ายรัฐบาลก็สามารถที่จะร่วมมือผลักดันสิ่งที่ฝ่ายค้าน เสนอด้วยเช่นกัน ซึ่งในสัปดาห์นี้คงได้เห็นความร่วมมือกันในหลายเรื่อง เช่น การพิจารณากฎหมายสมรสเท่าเทียม และร่างกฏหมายสภาชนเผ่า และร่างกฎหมายทำนองเดียวกันที่ได้พูดคุยกันว่าจะร่วมมือกัน
ชัยธวัช ให้สัมภาษณ์กรณีการต่อสู้ในคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล มีพฤติกรรมเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง หลังมีความพยายามเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ฝ่ายกฎหมายได้เตรียมพร้อมและส่งเอกสารชี้แจงเพื่อประกอบการไต่สวน ในวันที่ 25 ธ.ค. นี้ ส่วนตัวเชื่อว่า การกระทำของพรรคก้าวไกลไม่เป็นความผิดตามคำร้อง แต่ต้องรอและหวังว่าเมื่อไต่สวนแล้ว หากไม่มีการไต่สวนเพิ่ม ศาลจะนัดวิจิจฉัยในช่วงปลายเดือน ม.ค. หรือ ต้น ก.พ.67
“ผมไม่กังวลว่า จะไปถึงการยุบพรรคเพราะคดีนี้เป็นการร้องให้ยุติการกระทำ ไม่สามารถไปไกลถึงเรื่องยุบพรรคได้ พรรคต่อสู้เต็มที่ เพราะการเสนอร่างกฎหมายใดๆ ไม่สามารถนำไปสู่การล้มล้างการปกครองได้ เพราะกระบวนการทางนิติบัญญัติมีกรอบชัดเจนว่าไม่สามารถขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญได้” ชัยธวัช กล่าว
ชัยธวัช กล่าวด้วยว่า ในกระบวนการตรวจสอบความขอบด้วยรัฐธรรมนูญนั้น สามารถเกิดได้ทั้งก่อน หรือหลังประกาศใช้ โดยศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการเสนอร่างกฎหมาย เพื่อแก้ไขกฎหมายใด ไม่เฉพาะมาตรา 112 ในกระบวนการทางนิติบัญญัติไม่สามารถนำไปสู่การล้มล้างการปกครองได้ด้วยตัวของร่างกฎหมายนั้นๆ











