‘ชัยวุฒิ’ ซัดแรง! การเมืองยุค ‘ประโยชน์นิยม’

18 ม.ค. 2569 - 11:03

  • ‘ชัยวุฒิ’ ซัดแรง! การเมืองยุค ‘ประโยชน์นิยม’ รัฐมนตรีหน้าเดิม ‘เคยเป็น เป็นอยู่ และเป็นต่อ’

‘ชัยวุฒิ’ ซัดแรง! การเมืองยุค ‘ประโยชน์นิยม’

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (เบอร์ 35) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ​และทีมบริหารพรรค ร่วมลงพื้นที่ตลาดรุ่งถาวร อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ช่วยขอคะแนนเสียงให้กับ อดุลย์ ศรีภูมิสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส.จันทบุรี เขต 3 เบอร์ 9

​ทั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่การลงพื้นที่ของพรรคมีเพลงประจำพรรค ‘รักชาติ 35’ ซึ่งได้ปรับแต่งเนื้อร้อง และทำนองมาจาก เพลง ‘เชฟบ๊ะ’ ของฮาย อาภาพร นครสวรรค์ และฮาย อาภาพร เป็นผู้ขับร้องให้อีกด้วย

ชัยวุฒิ ได้กล่าวถึงความล้มเหลวของนโยบายประชานิยม และพฤติกรรมของนักการเมืองในปัจจุบันว่า “คนถามถึงนโยบายประชานิยมแบบเก่า ดิจิทัลวอลเล็ต เงินหมื่นยังไม่ได้เลย เงินคนละครึ่งพรรคก็ยังไม่ได้ อยากได้เงินกัน แต่วันนี้ประชานิยมไม่ต้องพูดถึงแล้ว วันนี้ประชาชนกำลังถูกหลอกด้วยตัวเลข แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ได้รับผลประโยชน์จริง”

“ผมขอเรียกว่า ยุคประโยชน์นิยม ผสมพันธุ์ข้ามขั้ว คือ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการเมืองไทย ปัจจุบันนักการเมืองทุกพรรคไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์อีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องของประโยชน์นิยม”

ชัยวุฒิ กล่าว

ชัยวุฒิ กล่าวว่า วันนี้นักการเมืองทุกพรรค เป็นนโยบายประโยชน์นิยมแล้ว คือผสมพันธุ์ข้ามขั้วกันหมดแล้ว เพื่อจะหาประโยชน์จากการเป็นรัฐบาล โดยจุดยืนของพรรครักชาติ ซึ่งเคยร่วมงานในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังมีอุดมการณ์มั่นคง ไม่เปลี่ยนขั้วไม่ย้ายฝั่งเหมือนนักการเมืองคนอื่นๆ ที่เห็นตามหน้าสื่อ

หัวหน้าพรรครักชาติ ยังได้วิเคราะห์ทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้งไว้อย่างน่าสนใจ โดยเชื่อว่ามีการเจรจาตกลงผลประโยชน์ หรือ ดีล กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ หลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ประเทศไทยจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เพราะโครงสร้างอำนาจถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าด้วยผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองเดิม ๆ ภายใต้บริบทของประโยชน์นิยม ที่กำลังกัดกินการเมืองไทย

“นักการเมืองที่คุณเห็น ที่เป็นรัฐมนตรี ที่จะมาเป็นรัฐบาลกันเนี่ย ทั้งในอดีตและในอนาคต เขาผสมพันธุ์ข้ามขั้วกันหมดแล้ว และเขาดีลคุยกันหมดแล้ว รัฐมนตรีที่เคยเป็น ก็จะเคยเป็น เป็นอยู่ และเป็นต่อ”

ชัยวุฒิ กล่าว

​ขณะที่ เจษฎ์ สะท้อนความผิดหวังอย่างรุนแรงต่อระบบการเมืองไทยในปัจจุบัน โดยระบุว่า การเข้ามาอยู่จุดนี้ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญและการแก้กฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ ไม่ว่าจะมาจากรัฐบาลเลือกตั้งหรือรัฐบาลรัฐประหาร ปรากฏการณ์ที่นักการเมืองยอมละทิ้งจุดยืนเดิม เพื่อจับมือกันตั้งรัฐบาล โดยใช้คำว่า “ไม่เป็นไร ช่างหัวมัน” มาลบล้างความผิดในอดีต วันนี้บ้านเมืองไม่มีทางเปลี่ยน เพราะคนไทยและนักการเมืองยังยอมรับพฤติกรรมกลับกลอกได้ พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่เคยเป็นศัตรูกันทางความคิด แต่กลับมาจับมือกันได้หน้าตาเฉย คนที่เคยทำให้ไทยต้องรบกับเขมร วันนี้กลับบอกว่าไม่เป็นไร คนที่เคยจาบจ้วงลูบคม สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ วันนี้สังคมและการเมืองกลับบอกว่าช่างหัวมัน ​คนที่เคยได้รับประโยชน์เกื้อกูลจากทหาร กลับมาด่าทหารเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ก็ยังบอกว่าไม่เป็นไร

เจษฎ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความร่วมมือข้ามขั้วในสภา และการนำทรัพยากรของรัฐ มาใช้ประโยชน์ส่วนตน รวมถึงการที่พรรคการเมืองใหญ่ๆ ยอม “เอาเทาล้มส้ม เอาส้มล้มเทา” หรือการนำสีเสื้อต่าง ๆ มาผสมปนเปกันเพื่ออำนาจ โดยไม่มีใครคิดจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองจริง ๆ

ส่วนกระแสวิจารณ์ที่ว่าการออกมาตั้งพรรคเองเป็นการเสียของ และควรไปอยู่กับพรรคใหญ่ ขอถามกลับว่า ไปอยู่กับคนตัวใหญ่ เดินตามใคร ถ้าผู้ใหญ่เลว เด็กเดินตาม เด็กก็ชั่ว สำหรับพรรครักชาติยืนยันจุดยืนความเป็นเอกเทศ ไม่ได้มีนายทุนหรือเจ้าของพรรคคอยเชิดหุ่น ไม่มีทุนสีเทา หนุนหลัง และพร้อมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ด้วยความจริงใจ เพราะเชื่อว่าหากเดินตามพรรคใหญ่ที่ไม่มีคุณธรรม ก็จะกลายเป็นคนเลวไปด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์