‘พปชร.’ ไม่เกี่ยว! นักการเมืองรีดไถ ‘บอสพอล’

15 ต.ค. 2567 - 15:01

  • ‘ชัยวุฒิ’ เผย ‘บิ๊กป้อม’ รู้แล้ว ปมคลิปเสียงนักการเมืองรีดไถ ‘บอสพอล’ ยัน พปชร.ไม่เกี่ยว ขอเวลาตรวจสอบ

  • ขณะที่วันนี้ สวมเสื้อส้ม ร่วมประชุม พปชร. ปัดมีนัยยะ ซัด ‘ปชน.’ ไม่เข้าใจ รธน.ไม่รู้อยากร่วมมือกันจริงหรือไม่ หวั่น เป็นฝ่ายเดียวกับ ‘เพื่อไทย’ เหตุไม่แตะชั้น 14

chaiwut_bigpom_15oct2024_SPACEBAR_Hero_b721aa48aa.jpg

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคลิปเสียงนักการเมืองเรียกรับผลประโยชน์จากผู้บริหาร บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จํากัด ว่า พรรค พปชร.มีความห่วงใยต่อกรณีดังกล่าวนี้ และขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียหายทุกคน อยากให้ทุกคนได้รับเงินคืน ขณะที่ผู้กระทำความผิดต้องได้รับการลงโทษ

ชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการพาดพิงถึงคลิปเสียง ที่ระบุว่าเป็นสมาชิกพรรค พปชร.นั้น เราต้องตรวจสอบว่าเป็นเสียงใคร เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ทั้งจากคนที่อัดคลิป และคนที่ปล่อยคลิปออกมา สิ่งที่สำคัญที่สุด ต้องพิจารณาว่าคลิปเสียงดังกล่าวอยู่ในช่วงเวลาใด เป็นช่วงที่บุคคลดังกล่าวมีตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ หรือเป็นแค่บุคคลธรรมดาที่ไปหลอกลวงต้มตุ๋น ซึ่งความผิดนั้นมีความแตกต่างกัน โดยจะต้องมีการพิจารณากันอีกครั้ง

ส่วนที่มีการระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2565 ชัยวุฒิ กล่าวว่า ต้องไปถามคุณพอลว่า ได้จ่ายให้กับใครไปบ้าง วันนี้ต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน ไม่อยากให้รีบฟันธงว่าใครถูกหรือผิด ต้องพิจารณาว่า ผู้บริหารของดิไอคอนกรุ๊ป จ่ายให้ใครไปบ้าง และบุคคลดังกล่าวได้ใช้อำนาจหน้าที่ในการเอื้อประโยชน์หรือไม่อย่างไร

“ผมเป็นห่วง เพราะกฎหมายทั้งเรื่องการขายตรง และการฉ้อโกงประชาชนมีมานาน เจ้าหน้าที่จะต้องป้องกันและปราบปรามผู้ที่กระทำความผิด โดยเฉพาะเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นมาหลายปี ก็น่าสงสัยผู้ที่มีอำนาจ ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่”

ชัยวุฒิ กล่าว

ทั้งนี้ ไม่ทราบว่า มีการต่อสายไปพูดคุยกับคนในพรรคหรือไม่ว่า ใช่คนในคลิปดังกล่าวหรือไม่ เพราะยังไม่มีการพูดคุยกัน ขณะเดียวกัน ก็ไม่ทราบว่าขณะนี้บุคคลดังกล่าว อยู่ประเทศไทยหรือต่างประเทศ

ชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า สามารถ เจนชัยจิตรวนิช รองโฆษกพรรค พปชร. เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคได้ไม่นาน และเคยถูกขับออกไปแล้วหนึ่งครั้ง ก่อนจะกลับมาช่วยงานอีกครั้ง ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่น่าจะใช่ช่วงหลังที่เข้ามาช่วยงานพรรค ส่วนในอดีต สามารถทำอะไรมาบ้าง เราไม่ทราบ ต้องตรวจสอบว่า ทำผิดจริงหรือไม่ ก็ขอความเป็นธรรมให้เขา และขอความเป็นธรรมให้พรรค พปชร.ด้วย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค เป็นเรื่องส่วนบุคคล เป็นการกระทำก่อนเข้ามาอยู่ที่พรรค 

เมื่อถามว่า เสียงที่ถูกปล่อยออกมาเป็นการถูกเอาคืนกรณียื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบ ทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า การตรวจสอบนักการเมืองเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย ใครทำไม่ดีต้องถูกลงโทษ การที่เราตรวจสอบพรรคเพื่อไทย หรือตรวจสอบนายทักษิณ เป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ หากเขาทำไม่ถูกต้อง ก็เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่จะต้องลงโทษหรือตัดสินเขา และยืนยันว่าไม่ใช่การแก้แค้นกัน ซึ่งการตรวจสอบ ก็เป็นหน้าที่ของทุกคนเช่นกัน แต่ยืนยันว่า พรรค พปชร.​ จะมีการตรวจสอบเรื่องนี้ เราไม่ต้องการให้มีคนไม่ดีอยู่ในพรรคอยู่แล้ว เราก็ต้องตรวจสอบว่า มีความผิดมากน้อยแค่ไหน และจะต้องดำเนินการตามข้อบังคับ โดยขอรอดูข้อเท็จจริงก่อน ซึ่งโดยหลักการ คนที่ไม่ดี หรือไม่มีจริยธรรมหรือทุจริตต่อหน้าที่ ทำงานการเมืองไม่ได้อยู่แล้ว ก็ขอให้ความมั่นใจกับทุกคนว่าพรรคก็จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และเรื่องดังกล่าวนี้ และขอให้ข้อเท็จจริงนั้นยุติก่อน

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออย่าเบี่ยงประเด็น การติดสินบนหรือการเรียกรับผลประโยชน์มันมีอยู่ทุกวงการ แต่อยากให้ดูที่ข้อเท็จจริงว่าใครทำผิด หรือใครที่ปล่อยปละละเลยอย่างไร เมื่อมีคนมาร้องเรียนแล้วสคบ. หรือเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการ และหลอกลวงประชาชนมาเป็นเวลาระยะเวลาหลายปี ผู้ประกอบการเหล่าบอสต่างๆ มีความผิดจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ประชาชนได้คลายความวิตกกังวลและให้ความเชื่อมั่นกับกระบวนการยุติธรรมของเราต่อไป”

ชัยวุฒิ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่คิดว่า ท่านทราบเรื่องอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ ชัยวุฒิ เดินทางมาร่วมประชุมพรรคประจำสัปดาห์ โดยสวมเสื้อ โปโลสีส้ม เสื้อแจ๊คเก็ตพรรค ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า ทำไมวันนี้ใส่เสื้อโปโลสีส้มมาประชุมพรรค ชัยวุฒิ กล่าวสั้นๆ ว่า “ไม่เกี่ยวอะไรหรอก”

จากนั้น ชัยวุฒิ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าขณะนี้การเมืองเกิดนิติสงคราม โดยเฉพาะพรรคประชาชน (ปชน.) ว่า เขาไม่เข้าใจรัฐธรรมนูญ เพราะนี่เป็นหน้าที่ของฝ่ายตรวจสอบ ที่เห็นว่าพรรครัฐบาลทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญที่จะให้ศาลวินิจฉัย ว่าควรหยุดการกระทำหรือจะยุบพรรค ซึ่งใจจริง อยากให้พรรค ปชน.มาช่วยกันตรวจสอบด้วย แต่เข้าใจว่า หากเขาอยู่ฝั่งเดียวกัน ก็จะคิดเหมือนกัน แต่สำหรับตนสู้เต็มที่ ไม่ต้องคิดว่าจะมาเกรงใจกัน 

ชัยวุฒิ กล่าวว่า ส่วนกระบวนการอื่น ๆ อย่างในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็สามารถทำได้ แต่ตนก็ไม่รู้ว่าพรรค ปชน.จะเอาด้วยหรือไม่ เพราะเขากับพรรคเพื่อไทย (พท.) อาจเป็นพันธมิตรกัน บางเรื่องที่รุนแรงจนถึงพรรคถูกยุบ รัฐบาลมีปัญหา เขาก็ไม่เอา 

เมื่อถามยํ้าว่า ฝั่งเดียวกันคือพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า เราเป็นฝ่ายค้าน แต่ในเรื่องนี้ มองว่าพรรค ปชน.กับพรรค พท. เขาเป็นฝ่ายเดียวกัน ที่ผ่านมาพรรค ปชน.ก็พูดตลอดว่า อยากให้บ้านเมืองยุติธรรม มีสิทธิเสรีภาพ  แต่ไม่เห็นมาทำเรื่องชั้น 14 ทั้งที่ใครก็รู้ว่าคืออะไร ไปทำแต่เรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับประชาชน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์