ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยภายหลังการหารือรวมกับนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรครัฐบาลเดิม ว่า ไม่มีอะไรเป็นเพียงแต่การขึ้นไปพูดคุยกันเท่านั้น ส่วนการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรวานนี้ที่มีการเสียงแตก เนื่องจากยังไม่ได้มีการประชุมวิปถึงแนวทางการโหวต ฉะนั้นแนวทางการโหวตหลังจากนี้พรรคร่วมเดิมจะต้องมีการพูดคุยกัน เพราะปกติมันต้องมีวิป ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการประชุมเพื่อเตรียมการก่อนโหวตเลือกต่างๆ
เมื่อถามถึงเสียงรัฐบาลปัจจุบันถูกมองว่าเสียงแตกนั้น ชัยวุฒิ ยืนยันว่าไม่ได้แตก แต่มันไม่เป็นวิปเพราะไม่ได้คุยกัน และวานนี้เราก็รอดูสถานการณ์ว่าฝั่งตรงข้ามจะว่าเช่นไร และเมื่อเรายังไม่มีโครงสร้างคณะกรรมการประสานงานในสภาฯ จึงเป็นเรื่องที่ฉุกละหุก แต่ก็เห็นได้ว่าเสียงพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ที่มี 180 กว่าเสียง และพรรคภูมิใจไทยงดออกเสียง ส่วนฝั่งรัฐบบาลใหม่มี 312 เสียง ก็ทำให้เห็นภาพได้แล้วว่าเสียงของแต่ละฝ่ายมีเท่าไร ฉะนั้นในการโหวตครั้งต่อไปจะต้องอาศัยเสียง 376 เสียง เพราะ 312 เสียงไม่พอนะจ๊ะ
ส่วนได้มีการพูดคุยกับ อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ ถึงเหตุผลการงดออกเสียง ชัยวุฒิ กล่าวว่า ผมว่าเขาประสานงานกันไม่ทันมากกว่า เพราะเป็นการพูดคุยกันในห้องประชุม จึงไม่ได้มีการประสานงานก่อน
เมื่อถามว่า อนุทิน ได้ชี้แจงต่อพรรคร่วมรัฐบาลเดิมหรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้ซีเรียสหรอก เพราะเราไม่ได้มีการพูดคุยประสานงานและมีมติกันมาก่อน เนื่องจากเหตุผลทางด้านเวลา ฉะนั้นก็ต้องมีการปรับปรุง ครั้งต่อไปจะต้องมีการตั้งวิปของกลุ่มพวกเรา 180 กว่าเสียง
เมื่อถามต่อว่าการตั้งวิปประสานงานดังกล่าวจะทันก่อนวันเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ชัยวุฒิ ยอมรับว่า ก็ต้องพูดคุยกันอยู่แล้วแหละ
ส่วนพรรคที่จะเป็นประธานวิปนั้น พรรคใดใหญ่สุดก็เป็น เมื่อถามย้ำว่าใช่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ชัยวุฒิ ได้แต่หัวเราะแต่ไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด ก่อนกล่าวค่อว่า แต่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านนะจ๊ะ ยังไม่ได้ถึงที่สุด และยังไม่ได้โหวต จึงยังไปเรียกว่าผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้
ส่วนจะมีการนัดหารือวิปเมื่อใดนั้น ชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็ได้มีการพูดคุยกันเรื่อยๆอยู่แล้วและจะนัดแถลงข่าวอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนความเป็นไปได้สูตรการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่เพื่อไทยจะจับมือ กลับพรรคภูมิใจไทยและมีพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมด้วย โดยจะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นั้น ชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และไม่เคยพูดคุย
เมื่อถามย้ำว่า กรณีที่พรรคภูมิใจไทยงดออกเสียงการบวชเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ถือว่าเสียงขั้วรัฐบาลเดิมแตกใช่หรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็ยังรักกันอยู่และเดินมาส่ง พล.อ.ประยุทธ์ อยู่เลย และก็ยังทำงานร่วมกันอยู่ ยังมัดกันอยู่ 180 กว่าเสียง ยังไม่แตกไปไหนหรอก เพียงแต่ว่าการโหวตวันนี้ไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะช่วงเวลาฉุกละหุก และไม่ได้มีการประชุมประสานงานกัน แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะได้เห็นภาพว่าฝ่ายตรงข้ามมีเสียง 312 เสียง และอีกฝ่ายก็มี 188 เสียงที่เหลือ ซึ่งก็ได้เห็นภาพเสียงของแต่ละฝ่ายแล้ว
ส่วนแนวคิดการตั้งวิปเพื่อพูดคุยกันดังกล่าวเป็นแนวคิดของใครนั้น ชัยวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องคุยกันอยู่แล้วแต่เพียงวานนี้ฉุกละหุกไปหน่อย พร้อมปฏิเสธว่าไม่ใช่แนวคิดของพลเอกประยุทธ์แต่เป็นการพูดคุยกันเอง เพราะนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาพูดคุยกันในงานสภาเป็นเรื่องที่พรรคต้องพูดคุยกัน
เมื่อถามถึงเสียงรัฐบาลปัจจุบันถูกมองว่าเสียงแตกนั้น ชัยวุฒิ ยืนยันว่าไม่ได้แตก แต่มันไม่เป็นวิปเพราะไม่ได้คุยกัน และวานนี้เราก็รอดูสถานการณ์ว่าฝั่งตรงข้ามจะว่าเช่นไร และเมื่อเรายังไม่มีโครงสร้างคณะกรรมการประสานงานในสภาฯ จึงเป็นเรื่องที่ฉุกละหุก แต่ก็เห็นได้ว่าเสียงพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ที่มี 180 กว่าเสียง และพรรคภูมิใจไทยงดออกเสียง ส่วนฝั่งรัฐบบาลใหม่มี 312 เสียง ก็ทำให้เห็นภาพได้แล้วว่าเสียงของแต่ละฝ่ายมีเท่าไร ฉะนั้นในการโหวตครั้งต่อไปจะต้องอาศัยเสียง 376 เสียง เพราะ 312 เสียงไม่พอนะจ๊ะ
ส่วนได้มีการพูดคุยกับ อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ ถึงเหตุผลการงดออกเสียง ชัยวุฒิ กล่าวว่า ผมว่าเขาประสานงานกันไม่ทันมากกว่า เพราะเป็นการพูดคุยกันในห้องประชุม จึงไม่ได้มีการประสานงานก่อน
เมื่อถามว่า อนุทิน ได้ชี้แจงต่อพรรคร่วมรัฐบาลเดิมหรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้ซีเรียสหรอก เพราะเราไม่ได้มีการพูดคุยประสานงานและมีมติกันมาก่อน เนื่องจากเหตุผลทางด้านเวลา ฉะนั้นก็ต้องมีการปรับปรุง ครั้งต่อไปจะต้องมีการตั้งวิปของกลุ่มพวกเรา 180 กว่าเสียง
เมื่อถามต่อว่าการตั้งวิปประสานงานดังกล่าวจะทันก่อนวันเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ชัยวุฒิ ยอมรับว่า ก็ต้องพูดคุยกันอยู่แล้วแหละ
ส่วนพรรคที่จะเป็นประธานวิปนั้น พรรคใดใหญ่สุดก็เป็น เมื่อถามย้ำว่าใช่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ชัยวุฒิ ได้แต่หัวเราะแต่ไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด ก่อนกล่าวค่อว่า แต่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านนะจ๊ะ ยังไม่ได้ถึงที่สุด และยังไม่ได้โหวต จึงยังไปเรียกว่าผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้
ส่วนจะมีการนัดหารือวิปเมื่อใดนั้น ชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็ได้มีการพูดคุยกันเรื่อยๆอยู่แล้วและจะนัดแถลงข่าวอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนความเป็นไปได้สูตรการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่เพื่อไทยจะจับมือ กลับพรรคภูมิใจไทยและมีพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมด้วย โดยจะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นั้น ชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และไม่เคยพูดคุย
เมื่อถามย้ำว่า กรณีที่พรรคภูมิใจไทยงดออกเสียงการบวชเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ถือว่าเสียงขั้วรัฐบาลเดิมแตกใช่หรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็ยังรักกันอยู่และเดินมาส่ง พล.อ.ประยุทธ์ อยู่เลย และก็ยังทำงานร่วมกันอยู่ ยังมัดกันอยู่ 180 กว่าเสียง ยังไม่แตกไปไหนหรอก เพียงแต่ว่าการโหวตวันนี้ไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะช่วงเวลาฉุกละหุก และไม่ได้มีการประชุมประสานงานกัน แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะได้เห็นภาพว่าฝ่ายตรงข้ามมีเสียง 312 เสียง และอีกฝ่ายก็มี 188 เสียงที่เหลือ ซึ่งก็ได้เห็นภาพเสียงของแต่ละฝ่ายแล้ว
ส่วนแนวคิดการตั้งวิปเพื่อพูดคุยกันดังกล่าวเป็นแนวคิดของใครนั้น ชัยวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องคุยกันอยู่แล้วแต่เพียงวานนี้ฉุกละหุกไปหน่อย พร้อมปฏิเสธว่าไม่ใช่แนวคิดของพลเอกประยุทธ์แต่เป็นการพูดคุยกันเอง เพราะนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาพูดคุยกันในงานสภาเป็นเรื่องที่พรรคต้องพูดคุยกัน




