คนนะไม่ใช่โรบอท! ‘ไชยา’ ร่ายยาวแจงชิงปิดประชุมก่อนถก MOU 43-44

23 ส.ค. 2568 - 11:18

  • ‘ไชยา’ รองประธานสภาฯ แจงชิงปิดประชุมก่อนถก MOU43-44

  • อ้างนั่งบัลลังก์ 10 ชั่วโมง ไม่ได้กินข้าว เหนื่อยล้าต้องขอโทษ

  • ย้ำทำงานเป็นกลาง วอนวิป 2 ฝ่ายคุยให้สะเด็ดน้ำ

คนนะไม่ใช่โรบอท! ‘ไชยา’ ร่ายยาวแจงชิงปิดประชุมก่อนถก MOU 43-44

เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้พอสมควรสำหรับกรณีเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้สั่งปิดประชุมดื้อๆ ในเวลา 15.00 น. หลังรับทราบรายงานประจำปี 2567 ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ทั้งที่มีการตกลงกระหว่างวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านแล้วว่า หลังจากเสร็จสิ้นวาระรับทราบการประชุมแล้ว จะเข้าสู่การประชุมลับ เพื่อพิจารณาญัตติด่วนเรื่อง MOU 43 และ 44 ของ สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย จนสร้างความงุนงงให้สมาชิกสภาฯ ไปตามๆ กัน

เรื่องนี้ ไชยา ชี้แจงว่า ในวันดังกล่าวได้รับการแจ้งจากวิปรัฐบาลว่า กระทู้หลังการตอบกระทู้แล้ว จะมีการรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในวาระการประชุมมีอยู่ประมาณ 4-5 หน่วยงาน แต่มีหน่วยงานเดียวที่พร้อมคือ กองทุนสื่อสร้างสรรค์ ซึ่งได้รับสัญญาณว่า “หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็ถือว่าสิ้นสุดการประชุม”

ดังนั้น ผมเสียใจที่ถูกมองว่าเป็นคนสั่งปิดการประชุม

ไชยา พรหมา

ไชยา กล่าวว่า การตกลงกันระหว่างวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านต้องคุยกันให้จบ แต่ผมไม่ได้รับทราบมาก่อนว่าฝ่ายค้านจะเสนอญัตติด้วยวาจา เพิ่งมารับทราบหลังปิดประชุม ไม่ทราบเลยว่าเขาคุยกันอย่างไร แต่ตอนที่ผมนั่งอยู่บนบัลลังก์ก็เห็นเดินคุยกันอยู่หลายรอบ ผมก็รอสัญญาณอยู่ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่ก็ไม่มีการประสานงานมาที่ผม เลยคิดว่าไม่มีวาระอะไรต่อไปแล้ว ยืนยันว่าไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

ไชยา กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยยื่นหนังสือขอให้ สส. และ สว. เสนอญัตติอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 หมายความว่าขั้นตอนนั้นยังไม่เกิดขึ้น ต้องให้พรรคการเมืองลงชื่อ และให้รัฐบาลมาตอบ

แต่ในส่วนญัตตินั้นผมไม่ทราบจริง ๆ หากเกิดความผิดพลาดในการสื่อสารจนทำให้สังคมไม่สบายใจ ผมก็ต้องขอโทษ

ไชยา พรหมา

อย่างไรก็ตาม การทำงานในสภาฯ ไม่สามารถราบรื่นได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือ จึงอยากให้ สส.ฝ่ายค้านและ สส.ฝ่ายรัฐบาลใช้กลไกสภาฯ โดยที่ไม่มองเรื่องการเมืองมากเกินไป เวทีสภาฯ ควรเป็นการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง อะไรที่เป็นประโยชน์ของประชาชนและประเทศต้องถอยกันคนละก้าว ผมไม่อยากให้เห็นเป็นภาพความขัดแย้ง

เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีการชิงปิดประชุม ซึ่งถูกมองว่าเป็นเพราะรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ? ไชยา กล่าวว่า การประชุมจะราบรื่นหรือไม่ วิปรัฐบาลต้องคุยกัน อย่างเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา วิปทั้งสองฝ่ายมีการตกลงกันว่าจะมีการพิจารณากฎหมาย 2 ฉบับให้จบ คือ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง และ พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม

แต่สุดท้าย พ.ร.บ.การขนส่งทางราง มีการลงคะแนนยาวเหยียด 165 มาตรา แต่มีผู้อภิปรายน้อย ยอมรับว่าในการพิจารณา พ.ร.บ.การขนส่งทางราง มีความเหนื่อยล้ามากเกินไปจึงทำให้ พ.ร.บ.ตั๋วร่วมฯ ไม่แล้วเสร็จ

ผมนั่งบนบัลลังก์เป็น 10 ชั่วโมง ถึงแม้ว่าจะมีการสับเปลี่ยนก็มีความเหนื่อยล้า เพราะเราก็เป็นมนุษย์ ไม่ใช่โรบอทที่จะทนนั่งโดยไม่ต้องทำอะไรเลย วันนั้นผมขึ้น 3 รอบ ผมไม่ได้ทานอาหารกลางวันนะ สมาชิกก็เหมือนกัน นั่งทานคำหนึ่งก็ต้องออกมา

ไชยา พรหมา

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านต้องการให้ฝ่ายรัฐบาลรับผิดชอบเรื่ององค์ประชุม? ไชยา กล่าวว่า แน่นอน เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาล เป็นภาระหน้าที่ อย่างไรก็ตาม อยากให้มองว่า กฎหมายอะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็ไม่อยากให้มองว่าเป็นกฎหมายของรัฐบาล เพราะกฎหมายแต่ละฉบับถูกตกผลึกจากการระดมความคิดทั้งฝ่ายรัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญ และเมื่อกฎหมายออกมาก็ไม่ได้บังคับเฉพาะฝ่ายรัฐบาล แต่ออกมาใช้กับประชาชนทุกคน จึงอยากให้ สส.ทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์ประชาชน ส่วนเรื่องเกมการเมืองก็เป็นธรรมดา

ที่ผ่านมาอาจจะมีความไม่สบายใจ และอาจทำให้ไม่สบายใจว่าผมปิดประชุมแล้วหนีไป ถ้าความรู้สึกมี ผมก็ต้องขอโทษ แต่อยากเรียกร้องไปยังสมาชิกทั้งสองฝ่ายว่า อยากให้คุยกัน อะไรที่ยืดหยุ่นกันได้ ถ้อยทีถ้อยอาศัย เดินคนละก้าวได้ไหม

ไชยา พรหมา

เมื่อถามว่ามีการมองว่าจะมีการชิงปิดประชุมแบบนี้ไปตลอดหรือไม่? ไชยา กล่าวว่า “ไม่หรอก เป็นกติกาอยู่แล้ว ขอย้ำว่าผมไม่ได้เป็นเครื่องมือใคร แม้จะมาจากพรรคเพื่อไทย แต่ด้วยสำนึกว่าหากเราทำหน้าที่เป็นกลางก็ต้องโดนตำหนิจากสมาชิกอยู่แล้ว และเครดิตทางการเมืองก็เสียหาย ดังนั้นคนที่มอนิเตอร์ผมไม่ใช่ฝ่ายค้าน แต่คือประชาชน รัฐบาลต้องเข้มงวดเรื่องเสียงให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาแบบนี้”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์